สี จิ้นผิงผงาด!! พรรคคอมฯชู ผู้นำชาติสู่ยุคใหม่ สู้ภัยคุกคามจากสหรัฐฯ

643

วาระสำคัญของจีนซึ่งเป็นที่จับตาของนานาชาติ ด้วยการนำของสี จิ้นผิง มีความหมายต่อประเทศจีนและโลก จากสถานะของการเป็น ผู้นำของประเทศที่มีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน ณเวลานี้สี จิ้นผิงได้รับการยกย่องด้วยสถานะเดียวกันกับเหมา เจ๋อตงและเติ้ง เสี่ยวผิงแล้วผ่านมติประวัติศาสตร์ (Historical Resolution) ที่ประกาศโดยพรรคฯ ทำให้ เขามีโอกาสที่จะนำประเทศจีนเข้าสู่ยุคใหม่ เพื่อเติมเต็มวิสัยทัศน์ของเขาในการฟื้นฟูประเทศจีน พร้อมทั้งสามารถตัดสินใจในการจัดการกับภัยคุกคามจากสหรัฐและพันธมิตรได้ ด้วยการสนับสนุนจากพรรคและประชาชน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 พ.ย. 2564 การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 16 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 19 ที่มีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธาน เริ่มต้นมาตั้งแต่วันจันทร์และปิดฉากลงแล้ว โดยสื่อของทางการจีนเปิดเผยว่า ที่ประชุมของคณะกรรมการกลางซึ่งมีสมาชิกประมาณ 350 คน ได้ผ่านมติว่าด้วย “ความสำเร็จครั้งใหญ่และประสบการณ์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์การต่อสู้รอบ 100 ปีของพรรค” ซึ่งเป็นมติประวัติศาสตร์ฉบับที่ 3 เท่านั้นในประวัติศาสตร์ 100 ปีของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

มติประวัติศาสตร์ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ออกภายใต้การปกครองของประธานเหมา เจ๋อตง เมื่อปี 2488 และยุคของประธานาธิบดีเติ้ง เสี่ยวผิว ในปี 2524

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า”คณะกรรมการกลางพรรคเรียกร้องให้ ทั้งพรรค, กองทัพทั้งหมด และประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ รวมตัวกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น รอบคณะกรรมการกลางของพรรค โดยมีสหายสี จิ้นผิง เป็นแกนหลัก เพื่อนำลัทธิสังคมนิยมอันมีอัตลักษณ์จีนสำหรับยุคใหม่ของสี จิ้นผิง มาใช้อย่างเต็มที่” 

เนื้อหาของมตินี้กล่าวว่า ความคิดของสีเป็นแบบอย่างของวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของจีน การมีสีอยู่เป็น “หัวใจ” ของพรรคคอมมิวนิสต์มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อส่งเสริมกระบวนการทางประวัติศาสตร์ ของการพลิกฟื้นประเทศอย่างยิ่งใหญ่ของจีน

มติว่าด้วยประวัติศาสตร์ของพรรคฉบับแรกในยุคเหมาช่วยให้เขาหลอมรวมอำนาจเหนือพรรคคอมมิวนิสต์ในช่วงเวลา 4 ปีก่อนที่พรรคจะยึดอำนาจปกครองไว้ได้ ส่วนมติฉบับที่ 2 ในยุคของเติ้ง เป็นการยอมรับการปฏิรูปทางเศรษฐกิจขนานใหญ่ของจีน และการยอมรับ “ความผิดพลาด” ของวิถีของเหมา

เอกสารซึ่งเป็นบทสรุปของประวัติพรรคฉบับนี้ กล่าวถึงความสำเร็จที่สำคัญและทิศทางในอนาคต เป็นการรวมมรดก อุดมการณ์ และนโยบายของสีฯ ให้เป็นยุคประวัติศาสตร์สำหรับทิศทางของพรรคและประเทศ 

ในขณะที่สื่อกระแสหลักตะวันตกตีความว่าสีเป็นศูนย์รวมอำนาจ สร้างลัทธิบุคคลนิยม และนำจีนไปในทิศทางที่ผิดในช่วงเวลาที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างจีนและสหรัฐเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆด้าน

สำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า การประชุมเต็มคณะแบบปิดลับในปีนี้กรุยทางสำหรับการประชุมใหญ่พรรคครั้งที่ 20 ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า ที่คาดกันโดยทั่วไปว่า สีจะได้ดำรงตำแหน่งผู้นำของจีนต่อเป็นสมัยที่ 3 ทำให้เขารักษาสถานะความเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพลของจีนนับตั้งแต่ประธานเหมา เจ๋อตง 

นักวิเคราะห์สายตะวันตกกล่าวกันว่า มติประวัติศาสตร์ฉบับนี้จะช่วยให้สียึดกุมอำนาจไว้มั่น ด้วยการกำหนดวิสัยทัศน์ของเขาสำหรับจีน และลดบทบาทของผู้นำคนก่อนๆ

วิลลี แลม นักวิเคราะห์จากฮ่องกง กล่าวว่า อย่างที่คาดกันไว้ว่า ถึงแม้ว่าจะไม่มีการใช้คำว่า “ผู้นำตลอดชีวิต” แต่เนื้อหาเกือบครึ่งของคำประกาศอุทิศให้ความสำเร็จของสี จิ้นผิง จึงน่าจะเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า สีจะยังคงเป็นผู้นำจีนไปตลอดชีวิต แม้ไม่ระบุชัดแต่ไม่อาจทานกระแสต้านภายในจากการครองอำนาจเดี่ยวได้อย่างแน่นอน

นับจากนี้ประเทศจีนได้ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนใหม่ของประวัติศาสตร์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและสถานการณ์ใหม่ของจีนเอง โดยเลือกสี จิ้นผิงเป็นผู้นำใต้ร่มธงแห่งพรรคคอมมิวนิสต์ฯ ไม่ว่าตะวันตกจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม ผลงานและเวลาจะพิสูจน์และตัดสินเขาในที่สุด!!