ผวากันเป็นแถว! กลุ่ม 3 นิ้วลงชื่อแก้ 112 ดิ้นหนัก กลัวมีความผิดล้มล้างการปกครอง บางรายยังท้า “อยากถูกดำเนินคดี”?

536

จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำของ นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์” และนางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” ที่ชุมนุมปราศรัยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งมีการเสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อในการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเครือข่าย เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งให้เลิกการกระทำ

โดยที่เอกสารต่าง ๆ รวมทั้งถอดคลิปเสียงที่แสดงถึงการกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 3 กับพวก ประกอบมาท้ายคำร้อง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของคำร้องเช่นนี้ คำร้องจึงมีความชัดเจนและเพียงพอที่จะทำให้ผู้ถูกร้องทั้ง 3 เข้าใจสภาพของการกระทำที่เป็นข้อกล่าวหาสามารถต่อสู้คดีได้ ข้อโต้แย้งนี้ของผู้ถูกร้องทั้ง 3 จึงฟังไม่ขึ้น

ต่อมาได้มีประเด็นตั้งคำถามในโลกโซเชียล ถึงนักการเมือง และอาจารย์ที่เคยออกมาหนุน 10 ข้อเรียกร้องของม็อบนั้น จะต้องมีความผิดด้วยหรือไม่ รวมทั้งจะต้องหยุดการกระทำดังกล่าวด้วย เพราะบุคคลเหล่านี้เคยหนุน 10 ข้อเรียกร้อง ว่ากล้าหาญ และไม่ได้พาดพิงถึงสถาบันฯ แต่ในความเป็นจริง กลับมาการเรียกร้องให้ปฏิวัติ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ล่าสุดในทวิตเตอร์ของนายประวิตร โรจนพฤกษ์ นักข่าวอาวุโสประจำเว็บไซต์ข่าวสด ได้ทวีตข้อความ ถึงประเด็นที่มีการลงชื่อแก้ 112 โดยระบุว่า “ตกลงตอนนี้คนกว่าสองแสนที่ลงชื่อเรียกร้องให้ยกเลิก #ม.112 กลายเป็นพวกล้มล้างการปกครองไปแล้วใช่หรือไม่?”

 

 

จนทำให้มีบรรดากลุ่ม 3 นิ้ว เข้ามาแสดงความคิดเห็นทั้ง 2 แง่มุม โดยฝั่งหนึ่งมองว่า เมื่อผลของศาลวินิจฉัยเช่นนี้ แกนนำต้องหยุดการกระทำ แล้วเรื่องแก้ 112 คงดันต่อไมได้แล้ว หากยังฝืน จะมีแต่ความผิด แต่อีกมุมก็ท้าทายศาล บอกว่า ตนเองก็ลงชื่อไว้ด้วย ถ้าจะดำเนินคดีก็เอาเลย อยากเป็นบุคคลที่ถูกจารึกในประวัติศาล

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายปิยบุตร ยังได้ทวีตข้อความด้วยว่า “คดีนี้มีความสำคัญ เป็นหมุดหมายในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ส่งผลทางการเมืองอย่างมหาศาล หากประตู #ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ถูกปิดลง ก็เท่ากับว่าการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เพื่อให้สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยหรือ ก็ถูกปิดลงไปด้วย” ดังนั้นจึงต้องติดตาม จับตาดูท่าทีของทางคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล ว่าจะดันแก้ไขมาตรา 112 ต่อหรือไม่