ทรัมป์กลับมาแล้ว?!? พร้อมดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจเด้งรับ งบฯ2.2 ล้านล้านดอลลาร์ผ่านสภาฯ สยบข่าวลืออาการทรุด

1388

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุแนว 28,000 จุดเมื่อคืนวันที่5 ต.ค. ขานรับข่าวปธน.โดนัลด์ ทรัมป์มีอาการดีขึ้น และล่าสุดได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยจากโรคโควิด-19 ขณะที่มีความคืบหน้าในการออกมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ วงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านสภาคองเกรสแล้ว รอวุฒิสภาอนุมัติ รวมทั้งรายงานดัชนีภาคบริการของสหรัฐที่ดีขึ้นเกินคาด ทั้งทรัมป์และไบเดนยืนยันเจอกันในงานดีเบตครั้งที่ 2 วันที่ 15 ตุลาคมนี้แน่นอน จับตาแผนหาเสียงทั้งสองพรรคจะดุเดือดและกินวงกว้างสู่การต่างประเทศอย่างไร ท่ามกลางความวิตกกังวลการระบาดโควิดที่ยังแผลงฤทธิ์ดุเดือดทั่วสหรัฐ

รัมป์มาแล้ว-สยบข่าวลือเรื่องโอนอำนาจ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ออกจากศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์ รีดแล้วในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทย หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยด้วยโรคโควิด-19 เป็นเวลา 4 วัน โดยปธน.ทรัมป์ซึ่งสวมหน้ากากอนามัยด้วยนั้น เดินออกจากศูนย์การแพทย์ทางประตูด้านหน้า และขึ้นเฮลิคอปเตอร์ “Marine One” เพื่อมุ่งหน้าไปยังทำเนียบขาว โดยก่อนที่ปธน.ทรัมป์จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์นั้น เขายืนยันว่ามีความพร้อมที่จะกลับไปรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เนื่องจากในขณะนี้มีเวลาไม่ถึง 1 เดือนก่อนที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีจะมีขึ้นในวันที่ 3 พ.ย.นี้

รายงานล่าสุดระบุว่า ขณะนี้เฮลิคอปเตอร์ Marine One นำปธน.ทรัมป์ถึงทำเนียบขาวแล้ว และปธน.ทรัมป์ยังคงต้องรับการรักษาโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยนายแพทย์ฌอน คอนลีย์ แพทย์ประจำทำเนียบขาว แถลงว่า ปธน.ทรัมป์ “มีอาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่คณะแพทย์ก็ยังต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

นายมาร์ก มีโดวส์ หัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า มีแนวโน้มสูงที่ทำเนียบขาวจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับสภาคองเกรสเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้มีข้อตกลงดังกล่าว

นายมีโดวส์กล่าวว่า ในช่วงที่ปธน.ทรัมป์เข้ารับการรักษาอาการป่วยจากโควิด-19 ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันศุกร์ เขาก็ได้ทำการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่ากลุ่ม G7 ผู้สนับสนุนปธน.ทรัมป์เตรียมหนุนอีวองก้า ทรัมป์บุตรสาวปธน.เป็นรักษาการประธานาธิบดีและแนนซี เปโลซีรีบแพร่ข้อมูลว่า ตำแหน่งที่ชอบธรรมรับโอนอำนาจจากประธานาธิบดีที่ไม้สามารถปฏิบัติงานได้คือตนเอง  ในฐานะประธานสภาคองเกรสเมื่อลำดับสองคือรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ก็ป่วยโควิด เรื่องนี้มีผลกระทบกับสถานภาพทางความมั่นคงและการเมืองโลก-ภายในประเทศของสหรัฐมาก หากทรัมป์ป่วยหนัก แต่ทรัมป์เลือกกลับเข้าทำเนียบพร้อมกับรายงานเศรษฐกิจมหภาคเป็นบวก

แผนกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านสภาคองเกรส-รอวุฒิสภา

วันพฤหัสบดี(1 ต.ค.2563) ที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 214 ต่อ 207 ผ่านร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 วงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ โดยร่างมาตรการดังกล่าวเป็นข้อเสนอของสมาชิกพรรคเดโมแครต

รายงานระบุว่า ขณะนี้สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรกำลังเจรจาต่อรองร่วมกับทำเนียบขาว เพื่อผลักดันให้ร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก

ตัวเลขสวยทั้งภาคบริการและการจ้างงานเพิ่มขี้น??

ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ(ISM) พบว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 57.8 ในเดือนก.ย. จากระดับ 56.9 ในเดือนส.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 56.0

ดัชนีภาคบริการของสหรัฐดีดตัวเหนือระดับ 57.3 ที่ทำไว้ในเดือนก.พ.ก่อนเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงาน ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการของ ISM ประกอบด้วยอุตสาหกรรม 17 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง การก่อสร้าง และเหมืองแร่