คนไทยลุกฮือไม่ยอมยกเลิกม.112 รุมสวน “ส.ศิวรักษ์” สมัยก่อนไม่มีอาจารย์เลวเสี้ยมเด็ก

699

จากกรณีเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 มีรายงานว่า จำนวนประชาชนที่ลงชื่อยกเลิกกฎหมาย มาตรา112 ผ่านเว็บไซต์ www.no112.org ถึงเวลา 15.00 น. จำนวน 200,000 คนแล้วนั้น

ทั้งนี้โดยเรื่องดังกล่าวทางกลุ่มคณะราษฎรยกเลิก 112 ได้จัดการลงรายชื่อมาตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2564 ที่สี่แยกราชประสงค์ ขณะที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ ได้อธิบายถึงเนื้อหาสาระของการเข้าชื่อยกกฎเลิกกฎหมาย ม.112 ว่า คณะราษฎรยกเลิก 112 นำเสนอร่างกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 133 เข้าชื่อกันให้ครบ 10,000 คน และนำเสนอต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณายกเลิกมาตรา 112

โดยการยกเลิกมาตรา 112 ในประมวลกฎหมายอาญา ต้องเสนอเป็นร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ข้อเสนอในครั้งนี้เป็นข้อเสนอที่สั้นๆ ไม่มีรายละเอียดซับซ้อน มีประเด็นเดียว คือ ให้ยกเลิกมาตรา 112 มาตราเดียวออกจากประมวลกฎหมายอาญาเท่านั้น

หากร่างพระราชบัญญัตินี้ถูกเสนอต่อสภา และผ่านการพิจารณาประกาศใช้ได้ ก็จะมีผลให้การดำเนินคดีภายใต้มาตรา 112 ทั้งหมดที่มีอยู่สิ้นสุดลงเพราะกฎหมายที่ใช้ในการดำเนินคดีถูกยกเลิก หากคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาก็ต้องจำหน่ายคดีออก หากจำเลยไม่ได้ประกันตัวก็จะได้รับการปล่อยตัวทันที และหากศาลมีคำพิพากษาไปแล้วให้จำเลยมีความผิดก็เท่ากับเป็นการล้างมลทินของผู้ต้องโทษเหล่านั้นด้วย

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ส่วนการคุ้มครองชื่อเสียงของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ก็จะเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 328 และ 393 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้คุ้มครองชื่อเสียงของบุคคลธรรมดา ที่เป็นความผิดต่อส่วนตัวและมีข้อยกเว้นสำหรับการวิจารณ์โดยสุจริต

สำหรับคนที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าชื่อเสนอต่อรัฐสภา สามารถทำได้ทั้งการลงชื่อออฟไลน์บนกระดาษ ตามจุดตั้งโต๊ะต่างๆ และสามารถทำได้ทางออนไลน์ โดยลงชื่อที่เว็บไซต์ www.no112.org

ที่มาเนื้อหาจากไอลอว์ https://www.facebook.com/299528675550/posts/10166035021570551/

ล่าสุดวันนี้ 10 พฤศจิกายน 2564 เฟซบุ๊ก Sulak Sivaraksa ได้โพสต์ข้อความบางช่วงของ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส. ศิวรักษ์ เจ้าของฉายา ปัญญาชนสยาม ถึงกรณีการลงชื่อยกเลิกมาตรา 112 ด้วยว่า

หมดเวลา 112 “กฎหมายนนี้ เมื่อมีรัฐบาลที่เข้มแข็งนั้นไม่เคยใช้ ขนาดสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นเผด็จการยิ่งใหญ่ที่สุด ปกป้องพระมหากษัตริย์ที่สุด ยังไม่เคยปรากฏว่าใช้มาตรา ๑๑๒

“มาตรา ๑๑๒ มันใช้เมื่อรัฐบาลอ่อนแอ คนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าหมิ่นรัชกาลที่ ๔ อ้างว่ารัชกาลที่ ๔ เป็นทวดของรัชกาลที่ 9 กฎหมายไม่ได้บอกแบบนั้น ที่เขาพูดนั้นเขาเขียนว่า “เคราะห์ดีที่เราไม่ได้เกิดในรัชกาลที่ ๔” เพราะรัชกาลที่ ๔ ยังไม่ได้เลิกทาส ไม่ได้พูดถึงองค์พระมหากษัตริย์ เท่านั้นก็เล่นงานเขา ๑๕ ปี

“ผมเองคดีล่าสุด ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นพระนเรศวรมหาราช ๕๐๐ ปีมาแล้ว ถ้าคดีผมเข้าคุก ก็สอนประวัติศาสตร์ไม่ได้ เพราะพระเจ้าแผ่นดินทุกองค์ต้องดีหมด”

ทัศนะ ส. ศิวรักษ์ ต่อกรณีที่มีการเคลื่อนไหวเข้าชื่อกันเพื่อยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 112 และตอบข้อสงสัยว่า ถ้ายกเลิกไปแล้ว จะเปิดโอกาสให้มีคน “หมิ่นประมาท” “ดูหมิ่น” “อาฆาตมาดร้าย” ในหลวงมากขึ้น ? หรือข้อสงสัยสุดคลาสสิกที่ว่า “ถ้าไม่ทำผิด ก็ไม่ต้องกลัวกฎหมาย” ฯลฯ

อย่างไรก็ตามเมื่อข้อความของ ส.ศิวรักษ์ เผยแพร่ออกมาก็ปรากฏว่า มีคนเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ทั้งสนับสนุน ชื่นชม และบางข้อความที่โต้แย้งอย่างมีสาระสำคัญ เช่น

“การละเมิดสถาบันมีมาตั้งแต่ไอ้พวกคนระย…สมัยเกือบ100ปี แล้ว เมื่อก่อนก็ไม่ดังไม่เร็วเพราะไม่มีโซเชียล ตายโห…ตกนรกกันไปก่อน กฏหมายยังไม่ทันจัดการเพราะหลักฐานไม่ชัด แต่เดี๋ยวนี้รึ ลงโพส ตำรวจจับ ติดจรวด นั่งหน้าแห้งในคุกซะแล้ว ไม่ทันได้ใช้เงินเสวยสุขเลยมึ…”

“รัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่กำหนดว่าใช้หรือไม่ใช้กฎหมายนี้ รัฐบาลเป็นฝ่ายบริหารและส่วนหนึ่งของนิติบัญญัติ ซึ่ง มีหน้าที่ออกกฎหมายครับ

ถ้าถามว่าใครมีหน้าที่ใช้? แท้ที่จริงกระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ใช้ เมื่อมีพฤติการณ์ของการกระทำความผิด และ มีการกล่าวโทษ วงจรของกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นทางจึงเดิน ที่บอกว่ารัฐแข็งหรืออ่อนเป็นปัจจัยว่าจะใช้หรือไม่ใช้ ไม่น่าจะถูก เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ เสียมากกว่า

ส่วนเรื่องรัฐบางที่เป็นเผด็จการที่จริงและใช้มาตรการที่เข้มข้นนั้น อีกเรื่อง แต่มันเปรียบเทียบแต่ละยุคว่าเป็นเรื่องเดียวกันไม่ได้ เพราะปัจจัยแวดล้อมทั้งหลายต่างกันอย่างสิ้นเชิง”

“สมัยก่อนไม่มีอาจารย์เล…ๆเสี้ยมเด็กให้เหี้…เหมือนสมัยนี้เลยไม่ค่อยมีการบังคับใช้กฏหมาย112

“ไอ…ศิวลึงค์ มึ…อยู่แผ่นดินไทยหรือเปล่าถึงลืมรากเง้า พวกมึ…ไม่มีทางจะปฎิรูป หรือ ยกเลิก ม. 112 ตามที่แห…ปากหลอกเด็กให้มาติดคุกได้แม้แต่น้อย”