พท.รับลูก “สามนิ้ว” ดึงนั่งกมธ.ช่วยผู้ต้องขังคดี 112 ! จับตาหลอกเด็กซ้ำ-ก้าวก่ายอำนาจตุลาการหรือไม่?

869

จากกรณีที่นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศยืนยันเจตนารมณ์พร้อมนำข้อเสนอแก้ไข ป.อาญามาตรา 112 และ 116 เข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภา

ต่อมานพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงผลการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า เรายึดเจตนารมณ์ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยยึดประโยชน์สูงสุดของประเทศ และประชาชนเป็นหลัก ไม่ได้มุ่งที่จะล้มรัฐบาล แต่สิ่งไหนที่รัฐบาลทำแล้วไม่ได้เป็นประโยชน์กับประชาชน จะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้น คำนึงถึงสถานการณ์บ้านเมืองเป็นหลัก

ทางด้าน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีมาตรา 112 ว่า ตัวกฎหมายไม่เคยมีปัญหา พร้อมกับทิ้งท้ายว่า ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายหยุดดราม่า หายใจยาวๆ มาเริ่มต้นใหม่ตามที่ผมแนะนำเบื้องต้น เพื่อความรัก เพื่อการถวายความจงรักภักดีที่ถูกต้อง ถูกทาง ไม่ให้เจ้านายต้องถูกครหาโดยที่ไม่รู้

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (8 พฤศจิกายน 2564) ที่ทำการพรรคเพื่อไทย กลุ่มพลเมืองเพื่อผู้ต้องขังทางการเมือง นำโดยนายรัศน์ ชาลีจันทร์ เจ้าของเพจทูตนอกแถว และอดีตเอกอัครราชทูตไทยใน​หลายประเทศ นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติฮิวแมนไรท์วอทซ์ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท นายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือ บุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองผู้เปิดบัญชีรับบริจาคเงินสนับสนุนม็อบราษฎร น.ส.นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ สื่อมวลชนอาวุโส นายอุทิศ เหมะมูล นักเขียนรางวัลซีไรต์ และนายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า ผู้ต้องหาคดี 112

ทั้งหมดได้ยื่นหนังสือถึงพรรคเพื่อไทย โดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค และนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้อำนวยการพรรค ร่วมรับหนังสือ

กลุ่มพลเมืองฯออกแถลงการณ์ขอผลักดันให้ผู้ต้องขังทางการเมืองได้รับสิทธิประกันตัว เนื่องจากถูกดำเนินคดีและจับกุมคุมขังจากการใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 และกฎหมายอาญามาตรา 116 รวมถึงพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และกฎหมายอื่นๆ ซึ่งมีคดีกว่า 159 คดีที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 โดยผู้ต้องขังทั้งหมดยังไม่ได้รับการไต่สวนแต่กลับถูกคุมขังก่อนพิจารณาคดีโดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว จึงเรียกร้องพรรคการเมืองผลักดันให้เกิดความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้กระบวนการยุติธรรม ศาล ตุลาการ ไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งประชาชนจะจับตาเฝ้าดูผลการเรียกร้องครั้งนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อเป็นการตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ขอบคุณที่ทางกลุ่มพลเมืองฯ ให้โอกาสพรรคเพื่อไทย พร้อมรับข้อเสนอของกลุ่มพลเมืองฯ ไปหาแนวทางแก้ปัญหาโดยนำเข้าสู่การแก้ไขตามระบอบประชาธิปไตย ในฐานะหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค ได้รับโอกาสตามเจตนารมย์ที่ได้ประกาศไว้ ที่ผ่านมามีคนบอกว่าเราพูดเพื่อสร้างวาทกรรมเท่านั้น แต่วันนี้ปรากฎชัดโดยทุกท่านได้ให้โอกาสพรรค

เราจะดำเนินการ 3 ข้อ 1. พรรคเพื่อไทย จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งคือ คณะทำงานเพื่อผู้ต้องขังทางการเมือง ซึ่งมีนพ.ทศพร เสรีรักษ์ เป็นประธาน เพื่อทำงานคู่ขนานกันไป 2.วันที่ 9 พ.ย.จะเสนอญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ เพื่อพิจารณา ศึกษา ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่ล้นเกิน และขัดหลักนิติธรรม ต่อผู้ต้องขังทางการเมือง โดยดึงตัวแทนภาคประชาชนเข้ามาเป็นกมธ.ในสัดส่วนร้อยละ 20 ของโควตาที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งผลที่ได้รับจากการศึกษาจะเป็นหลักประกันโดยรวม เพื่อขับเคลื่อนระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร และ 3. สภาฯต้องมีข้อสรุปที่เกี่ยวข้องกับพันธสัญญาที่เรามีกับนานาประเทศตามหลักสากล

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า เข้าใจเจตนารมณ์ของผู้ยื่น ในฐานะส.ส.ต้องรับฟังข้อเสนอ รับทราบปัญหาความเดือดร้อน และรับรู้ถึงความเดือดร้อนประชาชนมาโดยตลอด ขณะนี้มีผู้ถูกคุมขังเพราะเห็นต่างจากรัฐไม่ต่ำกว่า 15 คน โดนคดีไม่ต่ำกว่า 500 คดี บางคนโดนหลายคดี เราไม่นิ่งนอนใจ โดยจะนำข้อเรียกร้องไปดำเนินการต่อ ขอย้ำเตือนรัฐบาลว่าเสียงของประชาชนมีคุณค่ามีความสำคัญที่รัฐบาลจะมองข้ามไม่ได้ 

นายประเสริฐ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย ได้รับเกียรติอย่างยิ่งจากกลุ่มพลเมืองฯ ในฐานะพรรคการเมืองที่มี ส.ส .มากที่สุดในสภาฯ โดยหลักๆ ของข้อเรียกร้อง คือการได้รับสิทธิประกันตัวของผู้ต้องขังทางการเมือง และผลักดันแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งพันธกรณี ปฏิญญาและอนุสัญญาต่างๆ ในเวทีสภาฯ เพื่อให้การใช้กฎหมายสอดคล้องหลักนิติรัฐ นิติธรรม พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้สภาฯ ตั้งกมธ.วิสามัญฯ เพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาประชาชนรู้สึกว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรม เกิดข้อกังขา และในหลายๆ กรณีเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเสียเอง จึงอยากให้ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกันแก้ไข

นายประเสริฐกล่าวว่า การปฏิรูปกฎหมายตำรวจฯ ขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่ในชั้นกมธ.ฯ ยังไม่แล้วเสร็จ โดยพิจารณาตั้งแต่ต้นปี 64 จึงอยากให้รัฐบาลและกมธ.ฯ เร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่จริงใจ และเหตุการณ์ล่วงเลยมายาวนานแต่กฎหมายกลับยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ดังนั้นอยากให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 

จากนั้น ทางกลุ่มพลเมืองฯ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล เพื่อให้พรรคก้าวไกลเป็นอีกหนึ่งแรงผักดัน เพื่อเรียกร้องให้ผู้ต้องขังทางการเมืองได้รับสิทธิประกันตัว

อย่างไรก็ตามสังคมชวนกันตั้งข้อสังเกตุว่า กรณีศาลอาญา ซึ่งเป็นฝ่ายตุลาการ ได้วินิจฉัยถอนประกันตัว และไม่ให้ประกันตัวบรรดาแกนนำม็อบหลายครั้ง เพราะระบุชัดเจนว่า ได้ละเมิด ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขประกันตัวผู้ต้องหาที่ได้ให้ไว้กับองค์คณะฯ เช่นนี้การที่พรรคเพื่อไทย โดยจะอ้างถึงฝ่ายนิติบัญญัติ นั่นคือสภาฯ จะไปก้าวก่ายการทำหน้าที่ของฝ่ายตุลาการนั้นไม่สามารถทำได้??? ซึ่งเรื่องนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ฝ่ายแกนนำและแนวร่วมม็อบ จะถูกฝ่ายการเมืองหลอกอีกครั้งหรือไม่???