แยกให้ออก ขาดทุนหรือโกง? “หมอวรงค์” ท้า “เพื่อไทย” กล้าฟื้นจำนำข้าว ระวังไว้เจอคุก แถมได้เผ่นออกนอกซ้ำแน่

1183

จากกรณีที่นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกตกต่ำในขณะนี้ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วประเทศเป็นอย่างมาก วันนี้ราคารับซื้อข้าวเปลือกเจ้า 5% (ความชื้น15%) เฉลี่ยอยู่ที่ 7,500 บาทต่อตัน

ขณะที่ข้าวที่มีความชื้นมากกว่า 15% ราคาไม่ถึง 6,000 บาทต่อตัน แต่ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทำให้ข้าวมีความชื้นสูง จึงถูกกดราคารับซื้อให้ต่ำกว่าราคาที่กำหนดไว้ แม้จะมีโครงการประกันส่วนต่างของกระทรวงพาณิชย์ แต่ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น

“ชาวนาคือเส้นเลือดหลักหล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยและคนทั่วโลก ข้าวจากประเทศไทยสร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาล ทุกวันนี้ชาวนาจำนวนไม่น้อยบ่นคิดถึง โครงการจำนำข้าวที่เคยเป็นที่พึ่งหลังเก็บเกี่ยวข้าว มีรายได้ที่แน่นอน หากนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังดำรงตำแหน่งอยู่ คงไม่ปล่อยให้คนไทยลำบากแบบนี้”

และต่อมาทางด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสู จำเป็นอาจิณ เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน บทกวี “เปิบข้าว” ของจิตร ภูมิศักดิ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2500 นับถึงปัจจุบันปี2564 ก็กว่า60ปีมาแล้ว ยาวนาน หลายต่อหลายชั่วอายุคน เป็นบทกวีที่สอนให้คนไทยสำนึก และให้ตระหนักถึงบุญคุณของชาวนา

ทำให้เห็นว่าอาชีพชาวนานั้น เป็นอาชีพ ที่ยากลำบากยิ่ง กว่าจะได้ข้าวแต่ละเมล็ดมาให้เราทาน กี่ปีมาแล้วล่ะ ที่ชาวนาเหน็ดเหนื่อย กับการทำงานหนัก แต่ก็ในชั่วชีวิตของพี่น้องชาวนา ก็ยังคงมีแต่คำว่า หนี้สิน และหนี้สิน น่าเสียดายที่เพียงวาทกรรม คำว่า “ขาดทุน” ที่ถูกนำมาใช้ ในโครงการปกติของรัฐบาล นายกฯยิ่งลักษณ์ (ซึ่งอันที่จริงคำว่า”ขาดทุน” ไม่สามารถนำมาใช้กับโครงการช่วยเหลือเกษตรกรของภาครัฐได้) ซึ่งความจริง เป็นโครงการที่ก่อให้เกิดรายได้แก่ประชาชน เป็นการกระตุ้นให้เกิดการ จับจ่ายใช้สอยและหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ของการบริหารการเงินภาครัฐ เพื่อที่รัฐบาลจะได้มีโอกาสเก็บภาษีจากทุกรายจ่ายที่เกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของการใช้จ่ายเงิน (ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการที่ไม่มีโครงการจำนำข้าวเหมือนในอดีต ก็จะเห็นได้ว่าระบบเศรษฐกิจ ในปัจจุบันซบเซา เงินหมุนเวียนในระบบหายไป และรัฐบาลก็จัดเก็บภาษีไม่ได้)

ล่าสุดนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่เคยมีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในเรื่องนโยบายจำนำข้าว และเป็นที่ยอมรับของฝ่ายค้านด้วยกันนั้น ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “จำนำข้าวยิ่งลักษณ์” โดยระบุว่า ช่วงนี้พรรคเพื่อไทย ออกมาพูดเรื่องข้าวกันมาก เลยเถิดไปถึงโครงการรับจำนำข้าว สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ออกมาเบี่ยงประเด็นเรื่องการขาดทุน สิ่งที่ต้องย้ำให้พรรคเพื่อไทยให้ตาสว่าง ต้องแยกระหว่าง “ขาดทุน” กับ “โกง” การช่วยประชาชน ลำพังขาดทุนนั้นพอรับได้ แต่ไม่ควรให้ถึงชาติล่มจม

แต่ปัญหาใหญ่ของโครงการรับจำนำข้าวคือ “โกง” โกงกันทุกขั้นตอน ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ จนทำให้เงินที่ควรจะถึงชาวนา เกวียนละ 15,000 บาท ถ้าหักความชื้นถูกต้อง น่าจะเหลือ 14,000 บาท แต่เอาเข้าจริง ๆ เหลือ 10,000-12,000 บาทต่อเกวียนเท่านั้น

ส่วนการโกงกลางน้ำ ถ้าเราจำได้แม่น ๆ จะพบข้าวเหลือง ข้าวเน่าถูกซุกอยู่ในกองข้าวจำนวนมาก และที่เลวร้ายที่สุด กลายเป็นนั่งร้านมาซุกแทนข้าวสาร

ส่วนปัญหาของยิ่งลักษณ์ นายบุญทรง เสี่ยเปี๋ยง อธิบดี และคนอื่นๆ จำนวนมากนั้น ต้องติดคุกเพราะโกงแบบจีทูจี ซึ่งเป็นขั้นตอนปลายน้ำ คือการระบายข้าว ถ้าจำกันได้ นักธุรกิจเหล่านี้ก็ใกล้ชิดนายทักษิณทั้งสิ้น

ผมเชื่อว่า เรื่องจำนำข้าว เป็นสิ่งที่นายทักษิณก็ไม่อยากพูดถึง เพราะสมัยแรกๆ จะคุยกันมากว่า “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” แต่เมื่อเรื่องมันแดงว่าโกงกันทั้งแผ่นดิน จึงต้องเงียบ

การที่คนของพรรคเพื่อไทยออกมาพูดว่า จะเอาจำนำข้าวกลับมาใช้อีก ถ้ากล้าก็เชิญและไม่รู้ว่าใครอีก ที่ต้องหนีออกนอกประเทศ ท้ายที่สุดผมเชื่อว่า ไม่มีโอกาสได้ทำครับ