อัยการสั่งฟ้อง 20 ผู้ชุมนุมเมืองนนท์ป่วนขบวนนายกฯ โดนหนัก! ท้ายคำฟ้อง ให้ศาลลงโทษขั้นสูงสุด!

1216

อัยการสั่งฟ้อง 20 ผู้ชุมนุมเมืองนนท์ป่วนขบวนนายกฯ โดนหนัก! ท้ายคำฟ้อง ให้ศาลลงโทษขั้นสูงสุด!

จากกรณีเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการรักษาความปลอดภัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในการลงพื้นที่ จ.นนทบุรี ครั้งนี้ เป็นไปด้วยความเข้มงวด เนื่องจากก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะมาถึงจุดแรกที่เทศบาลปากเกร็ด ได้มีประชาชนบางส่วนมารอเพื่อตะโกนขับไล่ และยังด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) ที่มาดูแลรักษาความปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้นำรถน้ำและรถดับเพลิงมาเตรียมพร้อม

ขณะที่บริเวณท่าน้ำนนทบุรี ซึ่งเป็นจุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องกลับมาขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ ได้มีมวลชนมาปักหลักเพื่อขับไล่ตั้งแต่เวลา 13.00 น.ซึ่งมีบางคนเตรียมน้ำปลาร้ามาด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝงชนมาตั้งแถวห้ามไม่ให้มวลชนเข้าใกล้ท่าน้ำนนท์ จนเกิดการผลักดันกันเป็นระยะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามนำรถขยายเสียงและรถคุมขังเข้ามายังพื้นที่ แต่ถูกมวลชนขวางไว้ จนต้องยอมถอยออกไป นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามนำรถขยายเสียงและรถคุมขังเข้ามายังพื้นที่ แต่ถูกมวลชนขวางไว้ และมีการปาน้ำปลาร้าใส่รถ จนต้องยอมถอยรนออกไป

ล่าสุดวันนี้ (5 พฤศจิกายน 2564) ทางทวิตเตอร์ TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์ข้อความถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า วันนี้ อัยการมีคำสั่งฟ้องคดีของ 20 ผู้ชุมนุมไล่ประยุทธ์ ที่ท่าน้ำนนทบุรี เมื่อ 30 ก.ย. 64 ต่อศาลแขวงนนทบุรี ในข้อหาฝ่าฝืน #พรกฉุกเฉิน #ม215 #ม216 โดยมีการเขียนท้ายฟ้องขอให้ศาลลงโทษในอัตราขั้นสูงสุดเพื่อให้เข็ดหลาบด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นศาล

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

โดยในวันที่ 19 ตุลาคม 64 ที่ สภ.เมืองนนทบุรี ผู้ได้รับหมายเรียกในคดีชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริเวณหอนาฬิกาท่าน้ำนนทบุรี อีก 4 ราย ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกครั้งที่ 2 โดยหนึ่งในนั้นเป็นนักกิจกรรมเยาวชนอายุ 17 ปี ตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อกล่าวหา เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่เข้ารับทราบข้อหาก่อนหน้านี้ ทำให้รวมมีผู้ถูกดำเนินคดี 21 ราย โดยเป็นเยาวชน 1 ราย ได้แก่ “ฟิวส์” เยาวชนจากกลุ่มปฏิวัติการศึกษาไทย รวมทั้งยังมี “ป้าเป้า” วรวรรณ แซ่อั้ง ที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ด้วย

ผู้ถูกออกหมายเรียกได้ทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตั้งแต่ช่วงวันที่ 8, 12 และ 15 ตุลาคม จนชุดสุดท้ายในวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดถูกพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี แจ้งข้อหาเช่นเดียวกัน รวม 3 ข้อหา ได้แก่

– ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 วรรคแรก
– ไม่ยอมเลิกการมั่วสุมเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 216
– ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดนนทบุรี ที่ 2415/2564 เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 62) ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ข้อ 4 การจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

พฤติการณ์ข้อกล่าวหาระบุในลักษณะเดียวกัน โดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 กลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันชุมนุมเพื่อแสดงออกทางการเมืองขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน อันอาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ และได้มีผู้ร่วมชุมนุมบางคนทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขัดขวางขบวนรถนายกรัฐมนตรี ใช้เท้าถีบรถยนต์ในขบวน ตลอดจนมีผู้นำปัสสาวะมาราดรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และตำรวจได้แจ้งว่าชุมนุมดังกล่าวเป็นความผิด ให้ยุติเลิกการชุมนุม แต่กลุ่มผู้ต้องหาไม่ยอมเลิก ผู้กล่าวหาจึงได้มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อไป

ขณะที่ผู้ต้องหาบางส่วนได้ให้การในเบื้องต้น โดยสรุปว่าการชุมนุมตามที่ถูกกล่าวหา เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติรองรับไว้ ขณะเดียวกันประกาศหรือข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ออกมาและบังคับใช้อยู่ในขณะนี้นั้น มีวัตถุประสงค์ก็เพื่อป้องกันกับการแพร่โรคระบาด แต่กลับถูกนำมาใช้ปิดกั้นการแสดงออกของประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุด จนเกินสมควรแก่เหตุ การตั้งข้อกล่าวหาในลักษณะดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเป็นการไม่ถูกต้อง

โดยทางอัยการได้รับสำนวนคดีทั้งหมดจากพนักงานสอบสวนสภ.เมืองนนทบุรีเรียบร้อยแล้ว พร้อมมีคำสั่ง ส่งฟ้องหรือตัดสิน หรือหากมีการเลื่อนส่งฟ้องต้องนำหลักทรัพย์มาประกันตัว อีกครั้งในวันที่ 5 พ.ย.นี้ เวลา 10.00น.ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี