“อ.อัศวิณีย์” แจงชัด คำสั่งศาล เผยมช. เตรียมจัดการสื่อบิดเบือน หลังนศ.วิจิตรศิลป์ยื่นฟ้องขอให้สถานที่!

940

จากกรณีที่ศาลปกครองเชียงใหม่ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 382/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 288/2564 กรณีนักศึกษาสาขาวิชา Media Art and Design คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ประมาณ 15 คน พร้อมด้วย นายทัศนัย เศรษฐเสรี และนายปฐมพงศ์ มานะกิจสมบูรณ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชา Media Art and Design ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา

เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว ต่อคำสั่งของคณะวิจิตรศิลป์และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ปฏิเสธการใช้พื้นที่หอศิลปวัฒนธรรมในการแสดงผลงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการเมืองของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ในสาขาวิชา Media Art and Design ซึ่งจะต้องจัดแสดงนิทรรศการในธีสิสจบการศึกษา

โดยขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งดังนี้

1. ขอให้ศาลเพิกถอนและยกเลิกขั้นตอนการพิจารณารายละเอียดและเนื้อหาของผลงานของนักศึกษาที่จะจัดแสดง ซึ่งถูกเรียกตรวจสอบโดย ผอ.หอศิลป์ฯ, คณบดีคณะวิจิตรศิลป์ โดยกล่าวอ้างว่าเป็นนักศึกษาที่มีคณาจารย์ดูแลและตรวจทานความก้าวหน้าของการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการละเมิดเสรีภาพทางวิชาการตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 34 วรรค 2 ได้บัญญัติคุ้มครองไว้คำขอคุ้มครองชั่วคราว

2. ขอให้ศาลมีคำสั่งให้คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ผู้ฟ้องคดีได้ใช้พื้นที่หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ผู้ฟ้องคดีได้ใช้พื้นที่หอศิลปวัฒนธรรม เพื่อจัดแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ และเพื่อสำเร็จการศึกษา และขอให้มีการขยายเวลาจากกำหนดเดิม วันที่ 16-22 ต.ค. 64 เป็นวันที่ 16-24 ต.ค. 64 เนื่องจากขั้นตอนกระบวนการได้ล่วงเลยตามกำหดนการเดิมมาแล้ว

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

และ 3. ขอให้ศาลทำการไต่สวนเป็นกรณีฉุกเฉินและมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อให้ผู้ฟ้องคดีดำเนินกิจกรรมการแสดงนิทรรศการและการส่งผลงานเพื่อการประเมินผลได้ตามเป้าหมาย และทันเวลา และขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวให้ใช้พื้นที่หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อจัดแสดงนิทรรศการและการตรวจประเมินผลการศึกษา

ทั้งนี้เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าระหว่างการพิจารณาคดีของศาล คู่กรณีทั้งสองฝ่ายและพยานซึ่งเป็นอาจารย์สอนรายวิชา 112401 ให้ถ้อยคำรับกันว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบสี่ได้เข้าไปจัดนิทรรศการแสดงผลงานฯ ที่หอศิลปวัฒนธรรมฯ แล้ว และอาจารย์ผู้สอนรายวิชาดังกล่าวได้ตรวจผลงานของผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบสี่ ซึ่งได้มีการแสดงนิทรรศการเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม และได้มีการให้คะแนนในส่วนของการแสดงนิทรรศการแล้ว

ประกอบกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อ.อัศวิณีย์ คณบดีคณะวิจิตรศิลป์) ได้แถลงต่อศาลว่า ในส่วนของผลการศึกษา รายวิชา 112401 ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ของผู้ฟ้องคดีได้ผ่านการรับรองผลการประเมินจากคณะกรรมการวิชาการของคณะวิจิตรศิลป์แล้ว หลังจากนี้คณะกรรมการบริหารของคณะจะพิจารณาและแจ้งผลให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่อไป

จึงเป็นกรณีที่ศาลไม่จำต้องกำหนดคำบังคับให้ผู้ถูกฟ้อง พิจารณาเรื่องการขอใช้หอศิลปวัฒนธรรมฯ อีกต่อไป เนื่องจากไม่มีผลเป็นการเยียวยาผู้ฟ้อง ที่ได้ผ่านการรับรองผลการประเมินจากคณะกรรมการวิชาการของคณะวิจิตรศิลป์แล้ว

ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีมีคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนขั้นตอนการพิจารณารายละเอียดและเนื้อหาของผลงานของผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบสี่ที่จะจัดแสดง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การพิจารณารายละเอียดและเนื้อหาของผลงานดังกล่าวเป็นขั้นตอนการดำเนินการพิจารณาก่อนที่ผู้ถูกฟ้องคดีจะมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีใช้หอศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเพียงกระบวนการภายในของฝ่ายปกครองที่ยังไม่มีผลกระทบสิทธิของผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบสี่หรือเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบสี่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายที่จะมีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลได้

สำหรับคำฟ้องในส่วนของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (อธิการบดีมหาวิทยาลัยฯ) พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้มอบหมายให้คณะวิจิตรศิลป์เป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบการดำเนินงานของหอศิลปวัฒนธรรมฯ แล้ว ตามประกาศมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2541 ผู้ฟ้องคดีจึงมิได้เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องจากการกระทำหรืองดเว้นการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 จึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

แต่ต่อมาในวันเดียวกัน ได้มีสื่อของมติชน พาดหัวข่าว ระบุว่า “ด่วน! ศาลปกครองตัดสินให้ นศ.คณะวิจิตรศิลป์ มช. มีสิทธิใช้พื้นที่หอศิลป์” และใช้แคปชั่นบนภาพว่า ชนะคดีฟ้องผู้บริหาร ซึ่งถ้อยคำระบุที่แท้จริง ศาลจำหน่ายคดีและยกฟ้อง

ทำให้ทาง อ.อัศวิณีย์ คณบดีคณะวิจิตรศิลป์ เปิดเผยผ่านรายการ Talk to Way ช่องสถาบันทิศทางไทยด้วยว่า ทางตนเองและมหาวิทยาลัยเตรียมตัดสินใจจะดำเนินการกับสื่อมติชน เพราะมีการพาดหัวบิดเบือน ทำให้เข้าใจผิดได้ว่า นักศึกษาฟ้องชนะผู้บริหาร อาจารย์ ทั้งที่ความจริง ถ้อยแถลงจากศาล ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ทั้งนี้ อ.อัศวิณีย์ ยังเปิดเผยด้วยว่า ขั้นตอนการทั้งหมด ก่อนที่จะนำไปสู่คดีฟ้องร้องกัน คือเชื่อว่ามีอาจารย์คอยให้คำแนะนำเบื้องหลังแน่นอน และในไทม์ไลน์ขอการขอจัดงานนั้น ได้ชี้แจงให้นักศึกษาเขียนคำร้องมา และต้องการสอบรายละเอียดผลงานภาพ ที่จะนำมาจัดแสดงด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะมีภาพที่ไม่เหมาะสม หรือนำเสนอไปในเชิงพาดพิงสถาบันฯ ด้วยหรือไม่ จึงขอให้นักศึกษากลับไปเขียนเอกสารมาให้ชัด และขอดูผลงานด้วย ก่อนจะนำไปจัดแสดงที่หอศิลป์ ส่วนประเด็นที่มีการบุกมาตัดโซ่คล้อง อาจจะต้องพิจารณาอีกครั้ง ว่าเข้าข่ายบุกรุกสถานที่ราชการหรือไม่ และจะพิจารณาเพื่อดำเนินคดีต่อไป