“อัษฎางค์” งัดความจริง 12 ข้อ ซัด “เพื่อไทย-ก้าวไกล” หมดเวลาบิดเบือนปลุกระดมล้ม 112!

686

หลังการที่มีปรับโครงสร้างภายในพรรคเพื่อไทยใหม่ เริ่มมีการนำเสนอนโยบายการขับเคลื่อนด้านต่าง ๆ และนายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะ กรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศยืนยันเจตนารมณ์พร้อมนำข้อเสนอแก้ไข ป.อาญามาตรา 112 และ 116 เข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภา รวมทั้งทางส.ส.พรรคก้าวไกล ก็ต่างออกมาสนับสนุน และเรียกร้องให้อีกหลาย ๆ พรรคการเมืองร่วมหนุนแก้มาตรา 112 ด้วย

ต่อมาทางด้านทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thaksin Shinawatra ถึงกรณีมีกระแสเรียกร้องให้แก้ไขหรือยกเลิก กฎหมายอาญามาตรา 112 ระบุว่า ตัวบทกฎหมายเองไม่มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่กระบวนการยุติธรรม พร้อมกับแนะนำปรับกระบวน ให้สองฝ่ายหันหน้ามาคุยกัน จนทำให้กองเชียร์พวกม็อบ 3 นิ้ว นำทัวร์ไปลงในโพสต์ดังกล่าว ของนายทักษิณเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดทางด้านนายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความ ร่ายยาว ถึงความจริงของมาตรา 112 ที่ทั้ง 2 พรรคการเมือง ออกมาผลักดันอยากแก้ โดยระบุว่า “12 ข้อ ม.112 หมดเวลาบิดเบือน หมดเวลาปั่นราษฎร์ล้มล้างสถาบันฯ ด้วยการเรียกร้องให้ยกเลิก ม.112 เพื่อจะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ของพรรคเพื่อดูไบและก้าวไม่ไปไหนไกล

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

1. มาตรา 112 เป็นเครื่องมือในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประมูขแห่งรัฐ ไม่ใช่เครื่องมือในการกำจัดคู่ต่อสู้ทางการเมือง

2. กฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐนั้นไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทย แต่มีใช้ในทุกประเทศ ทั้งที่ปกครองแบบราชอาณาจักรที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือปกครองแบบสาธารณรัฐ ที่มีประธานาธิบดี ก็ล้วนมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐทั้งนั้น

3. โดยเฉพาะสถาบันพระมหาพระมหากษัตริย์ จะไม่สามารถไปดำเนินคดีกับใครได้ จึงต้องมีกฎหมายที่ไม่ให้ใครล้วงละเมิดสถาบันฯ.

4. พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง คือพระองค์ท่านไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่นักการเมืองไปดึงท่านให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ด้วยการให้ร้ายป้ายสี

5. ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ คนไทยหรือคนต่างด้าวไม่ว่ากระทำในหรือนอกราชอาณาจักรก็ต้องรับโทษ

6. จะยกเลิก ม.112 แล้วให้พระมหากษัตริย์ไปใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนประชาชนทั่วไปไม่ได้ เนื่องจากพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ ไม่ใช่บุคคลธรรมดา

7. ผู้ที่เห็นว่า ม.112 มีปัญหา คือผู้ที่จุดมุ่งหวังจะทำลายความมั่นคงของชาติ เพราะความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ เราจึงต้องมี ม.112 ไว้เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อปกปกป้องความมั่นคงของชาติ ดังนั้น ผู้ที่ต้องการทำลาย ม.112 คือผู้ที่ต้องการทำลายความมั่นคงของชาติ

8. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับเรื่อยมามีข้อที่กล่าวว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้”

9. ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติไว้ว่า

“ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี”

10. เป็นเรื่องเข้าใจง่ายมาก และปฏิบัติตามได้ง่ายมาก ที่จะทำให้ไม่กระทำผิดหรือถูกดำเนินคดีด้วย ม.112 โดยการละเว้นการกระทำเพียง 3 ข้อเท่านั้น คือ
– ไม่…หมิ่นประมาท
– ไม่…ดูหมิ่น
– ไม่…แสดงความอาฆาตมาดร้าย
ต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

11. ดังนั้น, ต่อให้ ม.112 กำหนดโทษให้จำคุกร้อยปี พันปี แต่ถ้าไม่มีใครคิดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ก็ไม่มีวันถูกดำเนินคดี

12. เห็นได้ชัดว่า ผู้ที่เดือดร้อนกับ ม.112 คือผู้ที่พยายามจะฝ่าฝืนกฎหมาย ด้วยความตั้งใจจะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย เพราะพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ เป็นความมั่นคงของชาติ จึงพยายามจะทำลายพระมหากษัตริย์ เพื่อทำลายความมั่นคงของชาติ

อัษฎางค์ ยมนาค
ราษฎรตัวเล็ก ๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

อย่างไรก็ตาม ได้มีคอมเม้นต์ในโพสต์ของนายอัษฎางค์ เป็นจำนวนมาก ว่าเห็นด้วย ที่จะไม่แก้ม.112 และขอไม่สนับสนุนพรรคที่จะแก้ไขมาตรานี้ เนื่องจากมองว่าคนดี ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับข้อกฎหมายดังกล่าว หากพวกแกนนำไม่ทำผิด กฎหมายจะเอาผิดได้หรือไม่ รวมทั้งยังมีคอมเม้นต์ด้วยว่า อยากเรียกร้องให้ยุบพรรคที่จะล้มมาตรา 112 ด้วย