จีนรุดหน้าไม่หยุด!!สถาบันคลังสมองเมกายันบริษัทจีนแข็งแกร่ง เติบโต 4 เท่าในรอบ10 ปี

515

องค์กรคลังสมองของสหรัฐยังยอมรับว่า ภาคธุรกิจเอกชนของจีนมีความแข็งแกร่งเติบโตไวและมีขนาดใหญ่ยักษ์ แม้จีนจะออกมาตรการเข้มงวดมากขึ้น เพื่อเป็นการปรับสมดุลและยิ่งทำให้การเจริญเติบโตเป็นไปอย่างมั่นคง นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน ยังได้เปิดเผยดัชนีนวัตกรรมของจีน ซึ่งถือเป็นมาตรวัดความสามารถด้านนวัตกรรมของประเทศ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2020 ไม่แปลกใจว่าการลงทุนในจีนยังมีเสน่ห์ต่อนักลงทุนต่างชาติทั้งภาคเศรษฐกิจจริงและในตลาดหลักทรัพย์

วันที่ 2 พ.ย.2564 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า สถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สัน (PIIE) องค์กรคลังสมองในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ ระบุว่าจีนมีภาคธุรกิจเอกชนที่แข็งแกร่ง มีขนาดใหญ่ และเติบโตเร็ว ซึ่งกรณีที่มีการมองว่าภาคเอกชนของจีนถูกสกัดกั้นด้วยการรณรงค์ทางกฎระเบียบนั้น จึงเป็นการกล่าวเกินกว่าเหตุ

บทความเรื่องบริษัทเอกชนในจีนจะพินาศแล้วจริงหรือ? (Is the sky really falling for private firms in China?) ที่สถาบันฯ เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ระบุว่า

“ที่จริงแล้วบริษัทอินเทอร์เน็ตจีนที่ได้รับผลกระทบจากการรณรงค์นี้ เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของภาคธุรกิจเอกชนจีนที่มีขนาดใหญ่มาก และยังคงเกิดการลงทุน เติบโต และมีผลการดำเนินธุรกิจที่ดีกว่าภาครัฐ” 

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

 

บทความข้างต้นอ้างอิงสถิติของจีนและระบุว่า จีนมีบริษัทเอกชนเกือบ 20 ล้านรายเมื่อนับถึงสิ้นปี 2019 สูงขึ้นเกือบ 4 เท่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่มีรัฐวิสาหกิจเพียง 266,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และมีกิจการเจ้าของคนเดียวเกือบ 83 ล้านราย

การที่จีนควบคุมดูแลบริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของประเทศบางราย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจดิจิทัลและผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากภาคเอกชนจีนที่มีขนาดใหญ่ยักษ์นั้น ไม่ได้มีเพียงบริษัทอินเทอร์เน็ตเท่านั้น โดยในปี 2020 มีบริษัทอินเทอร์เน็ตติดอันดับ 500 บริษัทเอกชนรายใหญ่ที่มีรายได้สูงสุดเพียง 11 รายเท่านั้น

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 ต.ค.2564ที่ผ่านมา คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เปิดเผยว่าระเบียบฉบับล่าสุดของจีนเกี่ยวกับการปราบปรามการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจและการผูกขาดซึ่งผิดระเบียบนั้น ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ภาคเอกชนหรือบริษัทประเภทใดโดยเฉพาะ

สวีซ่านฉาง เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการฯ กล่าวในงานแถลงข่าวว่า ระเบียบดังกล่าวเป็นมาตรการที่จำเป็นในการพัฒนาให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นไปในทิศทางที่ดี รวมถึงส่งเสริมความเป็นธรรมและความยุติธรรมทางสังคม

สวีกล่าวว่า ผู้คนบางส่วนอาจตีความระเบียบเหล่านี้ผิดไปว่าเป็นมาตรการที่ใช้ปราบปรามภาคเอกชน ซึ่งเป็นการตีความที่ปราศจากหลักฐานและเหตุผล

“การปรับแก้ตลาดให้มีระบบระเบียบ ตามหลักกฎหมายและการส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม เป็นคุณลักษณะของเศรษฐกิจในตลาดที่ผู้บริโภคมีความพร้อม (mature market) โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการพัฒนาที่ยุติธรรมและเหมาะสมยิ่งขึ้น แก่ทุกภาคส่วนของตลาด ซึ่งรวมถึงองค์กรเอกชนด้วย”

สำหรับทางการจีนเองได้ยืนยันสถานะการเจริญเติบโตของนวัตกรรมโดยรวมเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนหรือ NBS(National Bureau of Statistics of China) ได้เปิดเผยดัชนีนวัตกรรมจีนประจำปี 2020 สถิติแสดงให้เห็นว่าดัชนีนวัตกรรมของจีนสูงถึง 242.6 ในปี 2020 เพิ่มขึ้น 6.4% จากปีที่แล้ว และความสามารถและระดับของนวัตกรรมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2020 การลงทุนของจีนในด้านการวิจัยและการพัฒนาเชิงทดลองจะสูงถึง 2.43 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10.2% จากปีก่อนหน้า มีการเติบโตสองหลักเป็นเวลาห้าปีติดต่อกัน

หลี่ หยิน นักสถิติของ NBS กล่าวว่า ดัชนีสะท้อนให้เห็นว่าจีนได้ก้าวไปข้างหน้าในด้านความสามารถและระดับของนวัตกรรม ได้เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญสำหรับองค์กรธุรกิจของประเทศ ในการรักษาการเติบโตที่ดีและติดตามการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูง

ดัชนีซึ่งประกอบด้วย 4 ดัชนีย่อย วัดสภาพแวดล้อมของนวัตกรรม ข้อมูลนำเข้า ประสิทธิผล และผลกระทบ ของ NBS แสดงให้เห็นว่าตัวบ่งชี้ 19 จาก 21 รายการ ในสี่หมวดหมู่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยตัวชี้วัด 6 ตัว เช่น จำนวนแบรนด์ที่องค์กรเป็นเจ้าของและปริมาณการค้าของตลาดเทคโนโลยี รายงานว่ามีการเติบโตเป็นเลขสองหลัก

ผลผลิตของนวัตกรรมเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปี 2020 จำนวนการอนุมัติสิทธิบัตรในประเทศจีน สูงถึง 3.521 ล้านฉบับ เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีที่แล้วถึง 42.3% มูลค่าของการทำธุรกรรมตามสัญญาในตลาดเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการถ่ายทอดและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง