ฝรั่งเศสฉะออสซี่!?’โกหก’เรื่องฉีกสัญญาเรือดำน้ำ เมกาเฉไฉว่าทำไปเพราะซุ่มซ่าม

795

ระหว่างการประชุม G20 ที่กรุงโรม อิตาลี ผู้นำ “ฝรั่งเศส-ออสเตรเลีย” ยังปะทะคารมกันต่อเนื่องเรื่องเรือดำน้ำ เรียกว่ามองหน้ากันไม่สนิทใจ ขณะที่ตอนมาครงเจอปธน.โจ ไบเดนแห่งสหรัฐต้องฝืนยิ้มรับคำแก้ตัวของผู้นำสหรัฐว่า ขอโทษทีทำไปเพราะความ เงอะงะซุ่มซ่าม ไม่ถามก่อนว่าออสเตรเลียทำสัญญาไว้กับใครก่อน

ไม่น่าเชื่อว่า เรื่องใหญ่ขนาดนี้จะเกิดขึ้นเพราะความไม่เอาไหนของมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา พูดไปตรงๆมาครงน่าจะยินดีรับฟังมากกว่า ประเด็นรอยร้าวระหว่างผู้นำฟากฝั่งตะวันตก กลับเป็นที่สนใจของสื่อมากกว่าผลสรุปเรื่อง แก้ปัญหาโลกร้อน ที่ทั้งโลกพากันมาจัดประชุม เพราะคาดได้ว่า จะยังไม่มีอะไรใหม่เพิ่มเติมมากไปกว่าการประชุมครั้งก่อนนัก คำสัญญาที่ยังปฏิบัติไม่ได้จริง ตราบใด น้ำมันยังเป็น พลังงานหลักของโลกทุนนิยม และพลังงานหมุนเวียนก็ยังอีกนานกว่าจะใช้งานได้จริงและเพียงพอกับความต้องการที่ไม่จบสิ้นของมนุษย์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่า ในช่วงหนึ่งของการแถลง หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ที่กรุงโรม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค. 2564 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ได้รับคำถามจากผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวในออสเตรเลีย เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องข้อตกลงเรือดำน้ำ ระหว่างรัฐบาลปารีสกับรัฐบาลแคนเบอร์รา กรณีออสเตรเลียเข้าร่วมกลุ่ม “ออคัส” ว่าโดยส่วนตัวมาครงคิดว่า นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน “จริงใจหรือไม่”

ผู้นำฝรั่งเศสตอบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการ “เคารพและให้เกียรติกัน” โดยต้องเป็นไปตามนั้นด้วยในทางปฏิบัติ เมื่อมีการซักถามเน้นลงไปอีก ว่าผู้นำออสเตรเลีย “โกหกหรือไม่” มาครงตอบว่า “ผมไม่คิดว่าตัวเองรู้” เป็นคำตอบเล่นสำนวนคล้ายกับว่า ก็ไปถามนายกฯคุณสิ

 

ขณะที่ สก๊อตต์ มอร์ริสันนายกรัฐมนตรีแห่งออสเตรเลีย ซึ่งเข้าร่วมการประชุมจี20 ครั้งนี้เช่นกัน ยืนยันว่า ออสเตรเลียไม่เคย “โกหก” ต่อฝรั่งเศสในเรื่องนี้ แต่อธิบายอย่างตรงไปตรงมาแล้วว่า ข้อตกลงเรื่องเรือดำน้ำ “ไม่สอดคล้องกับความต้องการ” ของรัฐบาลแคนเบอร์ราอีกต่อไป แต่ไม่ยืนยันว่าบอกก่อนหรือหลังทำสัญญากับอเมริกา-อังกฤษไปแล้ว

ทั้งนี้ ออสเตรเลียและฝรั่งเศสลงนามในข้อตกลงเรือดำน้ำร่วมกัน เมื่อปี 2559 โดยฝรั่งเศสรับผลิต “กองเรือดำน้ำ” ขับเคลื่อนด้วยพลังงานดีเซล มูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.3 ล้านล้านบาท ) ให้แก่ออสเตรเลีย และกำหนดส่งมอบเรือดำน้ำลำแรกจากทั้งหมด 12 ลำ คือภายในปี 2570

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลแคนเบอร์รายกเลิกข้อตกลงดังกล่าว เมื่อเข้าร่วมกลุ่มออคัสกับสหรัฐและสหราชอาณาจักร โดยออสเตรเลียจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์จากสหรัฐและสหราชอาณาจักร เพื่อการสร้างเรือดำน้ำจำนวน 8 ลำ

โกหกหรือไม่ดูได้จากการที่ สก็อตต์ มอริสสันมาประชุมกับอาเซียน บอกว่า จะไม่นำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาในน่านน้ำทะเลจีนใต้ ประหนึ่งจะบอกว่า เรือดำน้ำนิวเคลียร์ไม่ใช่อาวุธนิวเคลียร์

ด้าน ปธน.โจ ไบเดนแห่งสหรัฐฯ บอกกับมาครง โดยมีกล้องโทรทัศน์อยู่ด้วยว่า เขาคิดว่าฝรั่งเศสได้รับแจ้งแล้ว เกี่ยวกับความตั้งใจของออสเตรเลียที่จะยกเลิกสัญญามูลค่า 90 พันล้านดอลลาร์กับกองทัพเรือฝรั่งเศส ที่ข้อตกลงเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ Aukus จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นความ “งุ่มงามซุ่มซ่าม”ของเขาเอง ซึ่งก็ไม่ชัดเจนว่าคำตำหนิของไบเดน ว่าการจัดการกับปัญหานั้น “งุ่มง่าม” จะหมายถึงมอร์ริสันหรือฝ่ายบริหารของเขาเองกันแน่

ฝรั่งเศสประกาศว่าการตัดสินใจของออสเตรเลียในการทิ้งโครงการเรือดำน้ำที่ได้รับการสนับสนุนจากฝรั่งเศสซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 90 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (48 พันล้านปอนด์) เป็นการถูก “หักหลัง” “แทงข้างหลัง” และ “หลอกลวง”