“หมอยง” ถอดรหัสยา 2 ชนิด ที่แพทย์ใช้รักษาอาการโควิดของ “ทรัมป์” จนเริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว

1874

หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่คลิปความยาว 4 นาที เมื่อช่วงเย็นของวันเสาร์ ที่ 3 ต.ค. 2563 ตามเวลาท้องถิ่น โดยเป็นการแถลงของผู้นำสหรัฐจากห้องพักภายในศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติ วอลเทอร์ รีด สถานพยาบาลที่เขาไปเข้าพักรักษาตัวจากการล้มป่วยด้วยโรคโควิด-19 มีใจความสำคัญว่าตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นมาก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เดินทางกลับไปที่ทำเนียบขาวในเร็ววันนี้

ขณะที่ทางด้านดร.ฌอน คอนลีย์ นายแพทย์ประจำตัวของประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผยว่า อาการของประธานาธิบดีทรัมป์ดีขึ้น หลังเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล และรับยาเรมเดซิเวียร์ แต่ยังถือว่าไม่ปลอดภัยจากโรคโควิด ยังคงต้องเฝ้าติดตามอาการอยู่ โดยอาการล่าสุดขณะนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐไม่มีไข้ และไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจออกซิเจน ซึ่งคณะแพทย์พอใจมากกับขั้นตอนการรักษาและการตอบสนองของผู้ป่วย


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : คะแนนความน่าเชื่อถือติดลบ!!! “ทรัมป์” ปล่อยคลิปเปิดใจจากรพ. อัพเดทอาการตัวเอง โดนสื่อสหรัฐฯถล่ม ย้อนเหตุการณ์ไม่ยอมสวมหน้ากาก จนติดโควิด-19

ล่าสุดทางด้านศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า

โควิด -19 ยาที่ใช้รักษาประธานาธิบดี ทรัมป์
ทั่วโลกให้ความสนใจกับการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ติดเชื้อโควิค 19 และสนใจการรักษาของประธานาธิบดี
โดยทั่วไปข้อมูลรายละเอียดการรักษา ถือเป็นความลับของคนไข้

จากการรายงานของแพทย์ผู้ให้การรักษา และที่เผยแพร่ออกมาในวารสาร Science โดย Jon Cohen ในวันที่ 2 ตุลาคม 2563 มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ
ทรัมป์ได้รับการรักษาด้วยยา Remdesivir และ antibody cocktail
ยา Remdesivir เป็นยาที่พัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท Gilead Sciences เพื่อมุ่งหวังรักษาไวรัสตับอักเสบซี ต่อมามีการนำมาใช้รักษาอีโบล่า

โดยยาขัดขวางการสร้าง RNA ของไวรัสที่มีฤทธิ์ได้ต่อไวรัสหลายชนิด จึงมีการนำมาใช้ในการรักษา covid-19 เริ่มจากการศึกษาในประเทศจีน ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ผลที่ได้ไม่แตกต่างกับยาหลอก และการศึกษาได้หยุดก่อนที่จะสิ้นสุดเนื่องจากไม่มีจำนวนผู้ป่วยมากเพียงพอ ต่อมามีการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่ายาสามารถลดปริมาณไวรัสลงได้และมีผลการรักษาปานกลาง ทางFDA สหรัฐอนุญาตให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน ยานี้ต้องฉีดเข้าเส้น ระยะเวลา 5 ถึง 10 วัน

แอนติบอดี้ที่นำมาใช้รักษาประธานาธิบดีทรัมป์ ที่กล่าวในวารสาร Science เป็นของบริษัท Regeneron เป็นโมโนโคลนอลแอนติบอดี 2 ชนิด ที่จำเพาะต่อ Spike ใน 2 ส่วน ได้มีการศึกษาในหนูและในลิง และมีการศึกษาในผู้ป่วย covid 19 ระยะที่ 1 และ 2 จำนวน 275 คน โดยที่ผู้ป่วยมีอาการไม่มาก เปรียบเทียบกับยาหลอก โดยให้ยาที่มีแอนติบอดี้ 2 ขนาด ขนาด 8 กรัมและ 2.5 กรัม พบว่าสามารถลดปริมาณไวรัสได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และลดระยะเวลาการดำเนินโรคลงได้ ขณะนี้อยู่ในการ ศึกษาใช้รักษาระยะที่ 3 ในผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นรวมทั้งผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาล ท่านประธานาธิบดีได้ขนาด 8 กรัม

โมโนโคลนอลแอนติบอดีที่ได้ ใช้หลักการสร้างขึ้นจาก เซลล์เม็ดเลือดขาวของมนุษย์ที่หายป่วยจากโรค covid 19 แล้ว จึงมีลักษณะจำเพาะที่จะขัดขวางการเข้าไปจับของเชื้อไวรัสกับเซลล์

หลักการดังกล่าวคล้ายกับการให้ Plasma ผู้ป่วยที่หายจากโรคแล้ว การให้ Plasma ก็เช่นเดียวกันก็จำเป็นที่จะต้องให้เร็ว ถ้าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือเกิน 14 วันไปแล้วร่างกายจะสร้างแอนติบอดี้ขึ้นมาได้แล้ว การให้ไปจะไม่เกิดประโยชน์

Plasma จากผู้ที่หายจากโรคแล้ว จะมีภูมิต้านทานต่อ covid-19 เมื่อมีผู้มาบริจาคเป็นจำนวนมาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ก็สามารถที่จะนำพลาสมา ที่มีภูมิต้านทานสูง มาผลิตในรูปแบบของเซรั่ม ที่มีความเข้มข้นของภูมิต้านทาน จะคล้ายกับโมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าว แต่จะมีแอนติบอดี้หลายอย่างรวมกันเข้ามา เซรั่มที่ผลิตขึ้นมา จะเก็บได้ยาวนานกว่า การจะนำมาใช้ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

เซรั่มที่เอามาใช้ในการรักษาในปัจจุบัน เช่น ป้องกันการติดเชื้อไวรัส B หลังสัมผัสโรค เซรั่มที่ใช้ป้องกันการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าหลังถูกสุนัขบ้ากัด ก็เช่นเดียวกันการให้ภูมิต้านทานจะต้องให้ ตอนที่ผู้ป่วยยังไม่มีการสร้างภูมิต้านทานเกิดขึ้น และเพื่อป้องกัน ลดจำนวนของไวรัสลง

นอกจากนี้ในวารสาร Science ยังได้พูดถึงยาที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับอยู่แล้วได้แก่วิตามิน ดี ธาตุสังกะสี ยาลดกรด Fomatidine เมลาโทนิน และ aspirin

บทบาทของวิตามินดีในปัจจุบัน เกี่ยวข้องกับระบบภูมิต้านทานของมนุษย์ ในการกำจัดเชื้อโรค ส่วนสังกะสี มีส่วนและบทบาทในระบบเอนไซม์ของมนุษย์ และการสร้าง DNA RNA ยาลดกรดที่ใช้กันมากก็เพื่อป้องกันกรดไหลย้อน ส่วนเมลาโทนิน ไม่ทราบว่าเพื่อต้องการให้นอนหลับเพราะท่านประธานาธิบดีมีเรื่องมาก หรือเปล่าก็ไม่รู้ ส่วน aspirin ก็ช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือด จะมีการใช้มากในผู้สูงอายุอยู่แล้ว

ขณะนี้ทั่วโลกได้สนใจอาการของท่านประธานาธิบดีเป็นอย่างมาก
โดยทั่วไปถ้าผ่านพ้นวันที่ 5 หลังมีอาการ โดยที่ไม่มีอาการปอดบวมหรือต้องการออกซิเจน ก็น่าจะเบาใจไปได้ระดับหนึ่ง
ยังไม่รู้ว่าวันที่ 15 ตุลาคม จะได้มีการดีเบตรอบ 2 หรือไม่และจะจัดกันอย่างไร เพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด 19

ที่มา : Yong Poovorawan