ธนาธรไม่กล้ามาศาล! ดร.อานนท์ เย้ยโจทก์ระวังกลายเป็นจำเลย เคยมีมาแล้ว

1011

จากที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เป็นโจทก์ฟ้อง ดร.อานนท์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 โดยเรียกค่าเสียหาย 24,062,475 ล้านบาทนั้น

โดยความเคลื่อนไหวถึงคดี เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2564 ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรการวิเคราะห์ธุรกิจและวิทยาการข้อมูลคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงนายธนาธร ว่า

วันจันทร์ 25 ตุลาคม นี้จะไปศาลนัดแรก ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ฟ้องว่าผมหมิ่นประมาท จากอดีตพฤติกรรมของนายธนาธร ที่ฟ้องคนโน้นคนนี้แล้วไม่มาศาลเลย ผมอยากรู้เหมือนกันว่า

ข้อแรก ธนาธร จะมาศาลอาญารัชดา ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้หรือไม่ , ข้อสอง การเรียกร้องค่าเสียหายจากการหมิ่นประมาท เป็นมูลค่า 24 06 2475 บาท จากผม มีหลักการทางวิชาการอย่างไรในการประเมินมูลค่าความเสียหาย ให้แจงให้ศาลท่านรับฟังด้วย

ข้อสาม อยากถามว่าคดีการให้สินบนเพื่อจะได้ที่ของน้องชายนายธนาธร คดีดำเนินไปถึงไหน , ข้อสี่ คดีบุกรุกป่าสงวน ทั้งๆ ที่เอกสารแนบโฉนด หลายแปลง ระบุชัดเจนว่าเป็นที่ป่าสงวน อาจจะถูกยึดคืนได้ ทำไมยังกล้าตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะแม่ พี่สาว หรือเจ้าตัว

ข้อห้า จะมีแนวทางพิสูจน์ได้อย่างไรว่าการกระทำของตนเองและครอบครัวในฐานะนักการเมืองอันเป็นบุคคลสาธารณะมีความสุจริต ในประเด็นที่ดิน

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ข้อหก ที่ผมโพสต์ว่าให้ปฏิรูปครอบครัวก่อนปฏิรูปสถาบันนั้น มีเหตุอันใดถึงเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน ให้แถลงให้ชัดให้ศาลท่านฟังด้วย

ต่อมาวันที่ 25 ตุลาคม 2564 ดร.อานนท์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “อานนท์รอเก้อ​ ที่ศาลอาญารัชดา​ ไอ…ตี่เนรคุณสองแผ่นดินไม่มาศาล​ ฟ้องแก้เกี้ยว​ ฟ้องเท็จ​ ฟ้องกลั่นแกล้ง​ ฟ้องปิดปาก​ แต่ขอบอกว่าก…ไม่กลัวมึ….”

ล่าสุดวันนี้ 26 ตุลาคม 2564 ดร.อานนท์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวโดยเป็นความคืบหน้าอีกครั้งว่า

“ผมนี่โดนฟ้องคดีหมิ่นประมาทมาสองครั้งในชีวิต ทั้งสองครั้งโจทก์ที่ฟ้องมาแทบจะกราบตี…ขอถอนฟ้อง หรือต้องการให้ศาลยกฟ้อง มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ครับ

คือการฟ้องคดีหมิ่นประมาทนี้ ถ้าคนที่ฟ้องเรามามีแผลมากมาย ผมถนัดมากในการหักพยานปรปักษ์ ซักค้านจนพยานฝ่ายโจทก์เหงื่อกาฬแตกพลักๆ หรือได้แต่ตอบว่า ไม่ขอตอบ ไม่ทราบ ไม่รู้ ไม่เห็น การที่ศาลบันทึกคำให้การไว้จะเป็นประโยชน์ในการที่จะให้เอาไปใช้ในคดีอื่นๆ ต่อไปได้ครับ นอกจากนี้จำเลยยังเรียกเอกสารการกระทำความผิดของโจทก์ที่มีแผลได้อีกมากมาย จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับรูปคดี

ด้วยเหตุนี้ โจทก์อาจจะกลับกลายเป็นจำเลยได้ง่ายๆ หากจำเลยซักค้านโจทก์ หรือ จำเลยสามารถหักพยานปรปักษ์ หรือโจทก์มาสารภาพแผลการกระทำความผิดของตนเองกลางศาลโดยความพลั้งเผลอ หรือ จำเลยเรียกเอกสารมาก็เป็นการเปิดแผลโจทก์ได้ครับ

คนเป็นโจทก์ฟ้องจึงต้องระวังตัวมาก เพราะพลาดมาคือเจ็บหนัก แบ่งปันประสบการณ์ให้ได้เรียนรู้ร่วมกันครับ ขอให้ตั้งตรงบนสัจจะ ยึดมั่นในหลักการ ศาลทำงานในพระปรมาภิไธย #ไอ…ตี๋เนรคุณสองแผ่นดิน #หักพยานปรปักษ์ #หมิ่นประมาท #โจทก์กลายเป็นจำเลย”

โดยความเคลื่อนไหวถึงคดี เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2564 ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรการวิเคราะห์ธุรกิจและวิทยาการข้อมูลคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงนายธนาธร ว่า

วันจันทร์ 25 ตุลาคม นี้จะไปศาลนัดแรก ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ฟ้องว่าผมหมิ่นประมาท จากอดีตพฤติกรรมของนายธนาธร ที่ฟ้องคนโน้นคนนี้แล้วไม่มาศาลเลย ผมอยากรู้เหมือนกันว่า

ข้อแรก ธนาธร จะมาศาลอาญารัชดา ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้หรือไม่ , ข้อสอง การเรียกร้องค่าเสียหายจากการหมิ่นประมาท เป็นมูลค่า 24 06 2475 บาท จากผม มีหลักการทางวิชาการอย่างไรในการประเมินมูลค่าความเสียหาย ให้แจงให้ศาลท่านรับฟังด้วย

ข้อสาม อยากถามว่าคดีการให้สินบนเพื่อจะได้ที่ของน้องชายนายธนาธร คดีดำเนินไปถึงไหน , ข้อสี่ คดีบุกรุกป่าสงวน ทั้งๆ ที่เอกสารแนบโฉนด หลายแปลง ระบุชัดเจนว่าเป็นที่ป่าสงวน อาจจะถูกยึดคืนได้ ทำไมยังกล้าตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะแม่ พี่สาว หรือเจ้าตัว

ข้อห้า จะมีแนวทางพิสูจน์ได้อย่างไรว่าการกระทำของตนเองและครอบครัวในฐานะนักการเมืองอันเป็นบุคคลสาธารณะมีความสุจริต ในประเด็นที่ดิน

ข้อหก ที่ผมโพสต์ว่าให้ปฏิรูปครอบครัวก่อนปฏิรูปสถาบันนั้น มีเหตุอันใดถึงเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน ให้แถลงให้ชัดให้ศาลท่านฟังด้วย

ต่อมาวันที่ 25 ตุลาคม 2564 ดร.อานนท์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “อานนท์รอเก้อ​ ที่ศาลอาญารัชดา​ ไอ…ตี่เนรคุณสองแผ่นดินไม่มาศาล​ ฟ้องแก้เกี้ยว​ ฟ้องเท็จ​ ฟ้องกลั่นแกล้ง​ ฟ้องปิดปาก​ แต่ขอบอกว่าก…ไม่กลัวมึ….”

ล่าสุดวันนี้ 26 ตุลาคม 2564 ดร.อานนท์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวโดยเป็นความคืบหน้าอีกครั้งว่า

“ผมนี่โดนฟ้องคดีหมิ่นประมาทมาสองครั้งในชีวิต ทั้งสองครั้งโจทก์ที่ฟ้องมาแทบจะกราบตี…ขอถอนฟ้อง หรือต้องการให้ศาลยกฟ้อง มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ครับ

คือการฟ้องคดีหมิ่นประมาทนี้ ถ้าคนที่ฟ้องเรามามีแผลมากมาย ผมถนัดมากในการหักพยานปรปักษ์ ซักค้านจนพยานฝ่ายโจทก์เหงื่อกาฬแตกพลักๆ หรือได้แต่ตอบว่า ไม่ขอตอบ ไม่ทราบ ไม่รู้ ไม่เห็น การที่ศาลบันทึกคำให้การไว้จะเป็นประโยชน์ในการที่จะให้เอาไปใช้ในคดีอื่นๆ ต่อไปได้ครับ นอกจากนี้จำเลยยังเรียกเอกสารการกระทำความผิดของโจทก์ที่มีแผลได้อีกมากมาย จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับรูปคดี

ด้วยเหตุนี้ โจทก์อาจจะกลับกลายเป็นจำเลยได้ง่ายๆ หากจำเลยซักค้านโจทก์ หรือ จำเลยสามารถหักพยานปรปักษ์ หรือโจทก์มาสารภาพแผลการกระทำความผิดของตนเองกลางศาลโดยความพลั้งเผลอ หรือ จำเลยเรียกเอกสารมาก็เป็นการเปิดแผลโจทก์ได้ครับ

คนเป็นโจทก์ฟ้องจึงต้องระวังตัวมาก เพราะพลาดมาคือเจ็บหนัก แบ่งปันประสบการณ์ให้ได้เรียนรู้ร่วมกันครับ ขอให้ตั้งตรงบนสัจจะ ยึดมั่นในหลักการ ศาลทำงานในพระปรมาภิไธย #ไอ…ตี๋เนรคุณสองแผ่นดิน #หักพยานปรปักษ์ #หมิ่นประมาท #โจทก์กลายเป็นจำเลย”