ผักกาดหอม​ กังขา “เพื่อไทย” ตัด​ “สีน้ำเงิน” ออกจากพรรค ชัดเจนว่าแฝงเจตนาอะไร​?

758

จากกรณีเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2564 ในแฟนเพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ เปลี่ยนโลโก้พรรคเป็นสีแดงมีตัวหนังสือเป็นสีขาว ซึ่งต่างจากโลโก้เดิมที่เป็นสีน้ำเงิน และมีลายธงชาติอยู่ที่ตัว พ.พาน และ ท.ทหาร พร้อมระบุว่า เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน

ขณะที่ทางด้านน.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด และโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้เปิดเผยผ่านสื่ออีกว่า ที่เปลี่ยนเป็นสีแดง เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง รวมถึงตอกย้ำว่าพรรคเพื่อไทยมีสีเดียวไม่มีสีอื่นเจือปน โดยสีแดงเข้ม เป็นการแสดงออกเพื่อให้ทุกคนมีพลังและกระตือรือร้นกับความเป็นประชาธิปไตย รวมถึงเพื่อสร้างพลังให้กับทุกคนในการเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

 

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

และทางด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังชี้แจงขณะแถลงข่าวเรื่องเหมืองทองอัครา เรื่องการเสนอชื่อ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า คุณหญิงพจมาน เป็นบุคคลที่พรรคให้ความเคารพนับถือตั้งแต่เป็นไทยรักไทย ยืนยันว่าไม่เคยมายุ่งเกี่ยวกับพรรค “เพราะฉะนั้นตามข่าวที่ว่า จะมีการเสนอชื่อท่าน คุณหญิงพจมานมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตัดไปได้เลย ไม่มีแน่นอน”

ล่าสุดได้มีข้อคิดเห็นจาก “ผักกาดหอม” ผ่านทางเว็บไซต์ไทยโพสต์ ผ่านหัวข้อ อ่านเอาเรื่องโดยผักกาดหอม ซึ่งมีการกล่าวถึงเรื่องการตัดสีน้ำเงินของพรรคเพื่อไทย ระบุว่า “แต่…วันนี้พรรคเพื่อไทยน่าสนใจกว่า พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนโลโก้ จากเดิมใช้สี น้ำเงิน แดง ขาว ล้อกับธงชาติไทย เหลือพื้นแดงฉาน กับอักษรสีขาว
ตัดสีน้ำเงินออกไป ตีความกันเยอะครับ แต่ก็ไปว่าใครไม่ได้ เพราะเมื่อครั้งก่อตั้งพรรคไทยรักไทย มีการอธิบายว่าใช้อักษร “ท.ทักษิณ” และแถบสีของธงชาติไทย เพื่อความเป็นสิริมงคล โลโก้พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ก็ล้อมาจากไทยรักไทย

มีสามสี น้ำเงิน แดง ขาว ต้นคิดการเปลี่ยนโลโก้และสีพรรคเพื่อไทยล่าสุดนี้ น่าจะมาจากทีมกลุ่มแคร์ ที่ใกล้ชิด “ทักษิณ” “ภูมิธรรม เวชยชัย” อธิบายเรื่องนี้ว่า “เราต้องการเปลี่ยนลุคส์ใหม่ของพรรค เพราะในโลโก้ เสื้อ และแผ่นป้ายต่าง ๆ ของพรรคมีสีอื่น ซึ่งมีหลายพรรคการเมือง และมีบางคนบางส่วนไปลอกเลียนแบบ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้ เราก็เลยอยากจะเปลี่ยนลุคส์ให้มีสีที่สดใสขึ้น เพื่อสะท้อนถึงความเฟรช ความสดใหม่มากขึ้น นอกจากนี้สีแดงก็เป็นสีที่สะท้อนจิตวิญญาณของพรรคเรื่องการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ส่วนตัวหนังสือที่ทำเป็นตัวเขียนก็เพื่อให้เป็นการสื่อสารที่ดูง่าย สบาย ๆ ไม่เป็นทางการมาก แต่ทำให้รู้สึกว่าใหม่” แต่ก็ไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนว่าทำไมถึงเอาสีน้ำเงินออกไป

ที่จริงไม่ได้จับผิดอะไร แค่อยากรู้ความคิดของนักการเมืองพรรคนี้ว่า มีความเห็นถึงองค์ประกอบเด่นของประเทศไทยตามเฉดสี น้ำเงิน แดง ขาว พระมหากษัตริย์ ชาติ ศาสนา อย่างไร

สงสัยจึงต้องตามไปดูความคิดของพรรคเพื่อไทยที่เว็บไซต์พรรค

พบมีนโยบายหลัก ๑๕ ข้อ ดังนี้

(๑) พัฒนาและปฏิรูปประเทศในทุกด้าน โดยมีประชาชนเป็นเป้าหมายและมีบทบาทสำคัญ เพื่อให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและยั่งยืน

(๒) สร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม เสรีภาพและสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจในคุณค่าและวัฒนธรรมประชาธิปไตย อยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ มีอิสรเสรีในการคิดสร้างสรรค์ แก้ปัญหาความขัดแย้งแตกต่างด้วยสันติวิธี

(๓) สนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีที่เป็นธรรม รัฐมีบทบาทสนับสนุนและสร้างสภาวะที่เอื้อให้ภาคเอกชนสามารถพัฒนาเศรษฐกิจ และใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้ประชาชนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ

(๔) สร้างเศรษฐกิจให้เติบโตเต็มศักยภาพอย่างมีเสถียรภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดการผูกขาด ขจัดความยากจน สร้างรายได้ ประชาชนได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีการกระจายทรัพยากรและรายได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

(๕) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชนและของประเทศในทุกมิติ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีคุณภาพทักษะและมีสมรรถนะในการประกอบอาชีพ ยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบให้ได้มาตรฐานโลก ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจัง สร้างโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ให้ครอบคลุมเพียงพอเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถด้านการคมนาคมขนส่ง ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือก

(๖) พัฒนาระบบราชการและการบริหารภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ มีขนาดที่เหมาะสมกับภารกิจ มีธรรมาภิบาล เปิดโอกาสให้ตรวจสอบ ยกเลิกกฎหมายและระบบการอนุมัติ อนุญาต ที่เป็นอุปสรรคในการทำมาหาเลี้ยงชีพและการประกอบธุรกิจของประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ รวมทั้งผลักดันให้มีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นอย่างจริงจังและชัดเจนในทุกด้าน

(๗) สร้างโอกาสอย่างเสมอภาคให้ประชาชนในการเข้าถึงความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ทุน ที่ดินทำกิน สวัสดิการ และการบริการที่มีคุณภาพจากภาครัฐ

(๘) เพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้ภาคการผลิตและบริการ นำสังคมไทยเข้าสู่การเกษตรสมัยใหม่ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน สนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารโลก ยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เข้าสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ที่ใช้ปัญญาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน ยกระดับรายได้จากการท่องเที่ยวโดยการทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก

(๙) ยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างโอกาสให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการศึกษาและพัฒนาทักษะที่มีคุณภาพมาตรฐานโลกตลอดชีวิต มีแรงงานที่มีทักษะและสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการของประเทศและของโลกอย่างเพียงพอ

(๑๐) พัฒนาระบบสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง คนไทยมีหลักประกันด้านสุขภาพ ได้รับบริการที่มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็วและทั่วถึง

(๑๑) เตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงวัย ส่งเสริมการดึงแรงงานสูงวัยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยบูรณาการเข้ากับแรงงานปกติ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานและการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงของผู้สูงวัย

(๑๒) สนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการบริหารงานภาครัฐทุกระดับอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

(๑๓) ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

(๑๔) สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศอื่นๆ ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและคนไทย รวมทั้งเพิ่มพูนบทบาทที่สร้างสรรค์และโดดเด่นของไทยในเวทีโลก

(๑๕) อุปถัมภ์ คุ้มครองและทำนุบำรุงศาสนา ส่งเสริมความเข้าใจอันดีและสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา เพื่อนำหลักธรรมของศาสนามาใช้ในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนใช้หลักธรรมในการดำรงชีวิตมากขึ้น

ก็ยังดีครับที่พูดถึง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต่างกับพรรคก้าวไกล ไม่มีนโยบายอะไรที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์เลย นอกจากบีบบังคับสังคมให้ปฏิรูปตามความคิดของตนเองเพียงฝ่ายเดียว

แต่…นโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย ก็ไม่มีการพูดถึง นโยบายปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่อย่างใด
การเปลี่ยนสีโลโก้พรรคอาจไม่เกี่ยวอะไรกันเลยก็ได้
แต่นโยบายหลักที่พูดถึงประชาธิปไตย โดยไม่มีคำว่า อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต่อท้าย
ยังต้องการคำอธิบายอยู่”