ผู้ประกาศท็อปนิวส์ ซัดกลับ “พญ.ของขวัญ” เรียกร้องประชาธิปไตย แต่ปิดปากสื่อ ห้ามนำเสนอ คดีลักเครื่องเพชร?

1526

ฟาดต่ออีกรอบ! ผู้ประกาศท็อปนิวส์ ซัดกลับ “พญ.ของขวัญ” เรียกร้องประชาธิปไตย แต่ปิดปากสื่อ ห้ามนำเสนอ คดีลักเครื่องเพชร?

สืบเนื่องจากกรณีที่ทางด้านของ พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ หรือหมอเคท ได้เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่ากำลังเตรียมตัวฟ้องร้องดำเนินคดีกับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, นางแน่งน้อย อัศวกิตติกร ประธานศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด Bully ทางสังคมออนไลน์ (ศชอ.), นายนพดล พรหมภาสิต อดีตเลขาธิการ ศชอ., สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมท็อปนิวส์, นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, น.ส.อัญชะลี ไพรีรักษ์, นายวิทเยนทร์ มุตตามะระ, นายสันติสุข มะโรงศรี และบุคคลอื่นๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ 15 ราย ในข้อหาหมิ่นประมาท หลังจากที่สถานีโทรทัศน์ท็อปนิวส์ ได้มีการเปิดเผยถึง คดีลักทรัพย์เครื่องเพชร ว่า พญ.ของขวัญ มีเอี่ยวด้วย

ล่าสุดทางด้านของ นายวิทเยนทร์ มุตตามะระ ผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์ท็อปนิวส์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า เรียกร้องประชาธิปไตย แต่ปิดปากคนอื่น ใครนำความจริงของตนมาพูด ต้องฟ้องปิดปาก ผมยืนยันว่าทำหน้าที่สื่อมวลชน ติชมตามธรรมนองคลองธรรม และเป็นประโยชน์สาธารณะ เรื่องจริงคือ

– นาง ของขวัญ วินธุพันธ์ (นามสกุลในขณะมีสามี) เป็นจำเลยในคดีลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์
– ทรัพย์ที่ลักโขมย คือ แหวนเพชร ๓ วง มูลค่ารวม ๑๕ ล้านบาท ประกอบด้วย แหวนเพชรรูปหัวใจ, แหวนเพชรในเรือน, และ แหวนเพชรชู
– เบื้องต้นนางของขวัญ จำเลยให้การปฏิเสธ
– ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า นาง ของขวัญ มีความผิดจริง ลงโทษจำคุก ๒ ปี ไม่รอลงอาญา และให้คืนหรือชดใช้ทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนให้แก่โจทก์

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

– ในชั้นอุทธรณ์ ก่อนศาลอุทธรณ์จะอ่านคำพิพากษา นางของขวัญกลับให้ให้การเป็น “รับสารภาพ”
– รับสารภาพ ยอมรับว่ากระทำผิดตามฟ้อง ขอศาลโปรดเมตตาลงโทษในสถานเบา โดย ระบุว่าบิดามารดาสูงอายุและสุขภาพไม่ดีนางของขวัญต้องทำหน้าที่ดูแลในฐานะลูกกตัญญู, เป็นมารดาของบุตร ๑ คน ต้องเลี้ยงดูบุตรให้เติบโตเป็น “พลโลก” ที่ดี, และเคยทำสาธารณประโยชน์ช่วยงานมูลนิธิสร้างรอยยิ้มช่วยเหลือรักษาเด็กปากแหว่งที่แม่ฮ่องสอน

– นางของขวัญ ยอมรับสารภาพผิดว่า “ความผิดของคดีนี้เกิดจากความขาดเขลาขาดสติคิด ขอให้ศาลเมตตาและ จะประพฤติตนเป็นพลเมืองดีสืบไป
– ศาลอุทธรณ์ อุทธรณ์ พิพากษาให้ลดโทษลง เหลือจำคุก จำเลย ๑ ปี ไม่รอลงอาญาและให้คืนหรือชดใช้มูลค่าทรัพย์

– นางของขวัญ ยื่นฎีกา สารภาพผิดและขอความเมตตาต่อศาลฎีกาให้ลดโทษ
– ศาลฎีกา พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าจำเลย รู้สึกสำนึกถึงความผิด เห็นสมควรให้จำเลยแก้ไขฟื้นฟูตนเองด้วยการรอลงโทษจำคุก ดังนั้นโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ให้คุมประพฤติมีกำหนด ๑ ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ๔ ครั้ง และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ ๓๐ ชั่วโมง
– ศาลฎีกา อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๔ (เมื่อไม่นานนี้เอง)
ความจริงโดยย่อก็มีด้วยประการเช่นนี้

บทเรียนจากเรื่องนี้ ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคม เพราะจะได้พึงระมัดระวังตน มิให้ตกเป็นเหยื่อ และ ไม่กระทำการอันขาดเขลาจนต้องตกเป็นจำเลยในโทษฐานลักทรัพย์
#อทินาทนาเวรมณี #เว้นจากการลักทรัพย์ #สารภาพผิด #เกิดจากความขาดเขลาขาดสติคิด