“ธนาธร” ปลุกม็อบลุกฮือ เก็บอารมณ์ไม่อยู่ ซัด “ศาลฯ-อัยการ” บิดเบี้ยวรับใช้กลุ่มอำนาจ พาดพิง “สนธิญาณ”

995

ทำไมวันนี้ดุจัด! “ธนาธร” เก็บอารมณ์ไม่อยู่ เกรี้ยวกราด ซัด ศาลฯ-อัยการ บิดเบี้ยวรับใช้กลุ่มอำนาจ พร้อมทั้งพาดพิง “สนธิญาณ”

สืบเนื่องจากวันนี้ 21 ตุลาคม 2564 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางมาพร้อมนายวีรนันท์ ฮวดศรี ทนายความของ น.ส.เบนจา อะปัญ โดยได้ยื่นขอเป็นนายประกันให้ “เบนจา” ผู้ต้องหาคดี ม.112 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้

ล่าสุดทางด้านของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ซึ่งมีเนื้อหาที่ค่อนข้างหมิ่นเหม่ศาลฯ ว่ารับใช้กลุ่มอำนาจ โดยมีรายละเอียดว่า

[ เบนจาและนักต่อสู้ทุกคน ต้องได้รับการประกันตัว ]
วันนี้ ผมมาเป็นนายประกันให้กับเบนจา อะปัญ
เบนจาถูกปฏิเสธการประกันตัว ด้วยเหตุผลของศาลว่า “คดีมีอัตราโทษสูง”, “อาจจะก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหาย” และ “น่าเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี”
เบนจาเป็นผู้ต้องหาคดี 112 จากการปราศรัยหน้าสถานทูตเยอรมัน เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 และการร่วมคาร์ม็อบในวันที่ 10 สิงหาคม 2564

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ผมมาเป็นนายประกันในวันนี้ เพราะผมไม่อยากให้สังคมลืมเรื่องของเบนจา หรือนักต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยคนอื่น ๆ ซึ่งแลกอิสรภาพของพวกเขากับการพูดความจริงในสังคมไทย
เราซึ่งอยู่ข้างนอก มีบทบาท ภาระหน้าที่ทางสังคมแตกต่างกันไป แต่ในวันที่ยากลำบากเช่นนี้ เราต้องยืนหยัดร่วมกัน ไม่ทอดทิ้งกัน
ผมอยากเรียกร้องมโนสำนึกจากทุกผู้คนที่ได้อ่านข้อความนี้ ว่าสิทธิในการประกันตัว เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนยุติธรรม

เบนจามาจากโคราช มีพื้นเพเป็นชนชั้นกลาง ไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยหรือสมบูรณ์พร้อม มาเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก่อนเข้าเรียนต่อที่หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SIIT) เธอเป็นคนระดับหัวกะทิในทางวิชาการทั้งที่อายุยังน้อย มีความใฝ่ฝันอยากเป็นวิศวกรอวกาศ เธอชอบ Space Shuttle มีความฝันว่าจะเรียนต่อจนจบปริญญาเอก และทำงานกับหน่วยงานอวกาศภายใต้ NASA
คนอย่างเบนจา ไม่ใช่ภัยของสังคมอย่างแน่นอน กลับกัน เธอคืออนาคตของชาติ แบบอย่างของคนรุ่นใหม่ที่กล้าฝัน กล้าตั้งคำถาม

เธอและผู้ต้องหาทุกคน ต้องได้รับสิทธิประกันตัว
วันนี้ เป็นยุคมืดของกระบวนการยุติธรรม การทำงานของ ตำรวจ-อัยการ-ศาล-ราชทัณฑ์ บิดเบี้ยว รับใช้กลุ่มอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน ทำให้ยุคนี้มีผู้ถูกกล่าวหา และเดือดร้อนกับคดีการเมืองมากกว่ายุคสมัยใดในอดีต

เมื่อวานนี้ ศาลอุทรณ์กลับคำพิพากษาศาลขั้นต้น ให้คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม มีความผิดจากการปิดคูหา ขัดขวางการเลือกตั้ง อันเป็นการขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย และริดรอนสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ศาลตัดสินให้ต้องจำคุก 8 เดือน แต่คุณสนธิญาณก็ยังได้รับการประกันตัวสู้คดีต่อในชั้นฎีกา
ส่วนผู้ต้องหาที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลกลับถูกปฏิเสธสิทธินี้

เรามีผู้ต้องหาคดี 112, 116, 215, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถึง 1,500 คน จาก 800 กว่าคดี
เฉพาะ 112 มีถึง 150 คน
และยังมีคนถูกข่มขู่ คุกคาม จากเจ้าหน้าที่รัฐนอกกระบวนการอีกเป็นจำนวนมาก
ถ้าเรานิ่งเฉย ความยุติธรรมจะตายจากสังคมไทย ความอยุติธรรมจะกลายเป็นมาตรฐาน
อย่าปล่อยให้ความอยุติธรรมเป็นเรื่องปกติ
ออกมาส่งเสียงร่วมกันว่า “ปล่อยเพื่อนเรา”