สหรัฐหนาว!! จีนติดเขี้ยวเล็บมิสไซล์ ความเร็วเหนือเสียงสำเร็จ

774

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า จีนทดสอบขีดความสามารถด้านอวกาศชนิดใหม่ด้วยขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ แต่มิสไซล์ยังพลาดเป้าหมาย เผยความก้าวหน้าของจีนสร้างเซอร์ไพรส์แก่หน่วยข่าวกรองสหรัฐ

รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 อ้างข่าวของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้า กล่าวว่า จีนทำการทดสอบมิสไซล์ไฮเปอร์โซนิกที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ ตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคม แหล่งข่าวหลายรายบอกต่อไฟแนนเชียลไทมส์ว่า มิสไซล์ลูกนี้วนรอบโลกที่ระดับวงโคจรต่ำ ก่อนจะพุ่งลงโจมตีเป้าหมาย แต่แหล่งข่าว 3 คนกล่าวว่า มิสไซล์พลาดเป้าหมายไกลกว่า 20 ไมล์ (32 กิโลเมตร)  

แหล่งข่าวกล่าวกันว่า มิสไซล์นำวิถีไฮเปอร์โซนิกลูกนี้ถูกนำส่งโดยจรวดลองมาร์ช การปล่อยจรวดแบบนี้ปกติแล้วจะประกาศให้ทราบ แต่การปล่อยจรวดของจีนเมื่อเดือนสิงหาคมถูกปิดเป็นความลับ รายงานข่าวเสริมด้วยว่า ความคืบหน้าด้านอาวุธไฮเปอร์โซนิกของจีน “สร้างความประหลาดใจและวิตกแก่หน่วยข่าวกรองสหรัฐ”

ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก เหมือนกับขีปนาวุธแบบทิ้งตัวเรียกว่า บัลลิสติคมิสไซล์ (ballistic missiles) ทั่วๆ ไป ซึ่งสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ แต่แตกต่างที่มันพุ่งด้วยความเร็วเหนือเสียง 5 เท่าขึ้นไป

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ขณะเดียวกัน ขีปนาวุธแบบทิ้งตัวจะบินในระดับสูงขึ้นสู่อวกาศในวิถีโค้งเพื่อไปถึงเป้าหมาย ส่วนขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกจะบินในวงโคจรต่ำในชั้นบรรยากาศ เพื่อพุ่งถึงเป้าหมายได้เร็วกว่าเดิม ที่สำคัญ ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกมีความสามารถหลบหลีก ส่งผลให้มันเป็นเรื่องยากที่จะติดตามและป้องกัน

จอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า เขาจะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานเฉพาะเจาะจง แต่เสริมว่า สหรัฐได้แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความกังวลเกี่ยวกับขีดความสามารถทางทหารที่จีนยังคงเดินหน้าแสวงหาต่อไป ขีดความสามารถเหล่านี้รังแต่จะเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคหรือเกินกว่านั้น นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่สหรัฐถือว่าจีนเป็นความท้าทายอันดับหนึ่งของเรา

ปัจจุบัน นอกจีน, สหรัฐ และรัสเซียแล้ว ยังมีอีกอย่างน้อย 5 ประเทศที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีไฮเปอร์โซนิก หรือขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง

ขณะเดียวกันรายงานของสำนักงานบริการวิจัยแห่งรัฐสภาสหรัฐ (ซีอาร์เอส) ระบุเมื่อไม่นานมานี้ว่าจีนกำลังรุกคืบและเร่งพัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคง เพราะมองว่าสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันประเทศจากเทคโนโลยีไฮเปอร์โซนิกและเทคโนโลยีอื่นๆ ของสหรัฐ และยังเป็นการเปิดเผยในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนตึงเครียดขึ้น

นอกจากจีนแล้ว ประเทศที่พัฒนาเทคโนโลยีไฮเปอร์โซนิกยังมีเกาหลีเหนือที่ประกาศความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธร่อน (ครูซมิสไซล์) ไฮเปอร์โซนิกเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2564

และรัสเซียที่เพิ่งยิงทดสอบขีปนาวุธเซอร์คอน ขีปนาวุธร่อนไฮเปอร์โซนิก จากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 โดยทางกองทัพของรัสเซียระบุในแถลงการณ์ว่า ได้ทำการยิง “มิสไซล์เซอร์คอน” ซึ่งเป็นขีปนาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียง โดยยิงจากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ “เซเวรอดวินส์” ซึ่งโจมตีเป้าหมายของการทดสอบในทะเลแบเรนตส์ ในมหาสมุทรอาร์คติก ดินแดนของรัสเซีย โดยการทดสอบมิสไซล์ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ

ด้านสำนักข่าวโกลบอลไทม์ของจีนไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว แต่ยอมรับว่า “สหรัฐฯโดยทั่วไปมีความสามารถในการตรวจสอบ การเปิดตัวขีปนาวุธทั่วโลกอยู่แล้ว” “และก็ถือเป็นเรื่องความเหนือกว่าทางยุทธศาสตร์ของจีนต่อสหรัฐอย่างชัดเจน” 

และย้ำว่า “จีนไม่มีความตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมในการแข่งขันอาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐ”  “แต่ทำการปรับปรุงคุณภาพยุทโธปกรณ์เพื่อการยับยั้งนิวเคลียร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพื่อให้แน่ใจว่าสหรัฐฯ จะละทิ้งแนวคิดเรื่องแบล็กเมล์นิวเคลียร์ต่อจีน หรือใช้กองกำลังนิวเคลียร์เพื่อเติมเต็มช่องว่าง ทดแทนกองกำลังตามแบบแผนของสหรัฐฯ ที่ไม่สามารถบดขยี้จีนได้”