คนไทยฮือ จี้ กระทรวงดีอี จัดการ “ทะลุแก๊ซ” โพสต์แผนล้มการปกครอง แยกดินแดน?

1490

จากกรณีเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ทางทวิตเตอร์ทะลุแก๊ส ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อของกลุ่มและปรับเปลี่ยนแนวทางการเคลื่อนไหวต่อจากนี้ โดยระบุข้อความว่า

พรุ่งนี้เป็นต้นไป Twitter ทะลุแก๊ซจะถูกปรับไปใช้รูปแบบของ ภาคีปฏิวัติประชาชนไท อย่างเต็มรูปแบบ และทางเฟสบุ๊คจะเหลือไว้เพียงพื้นที่แจ้งข่าวเท่านั้น, แฃะขอแจ้งไปยังมวลชนที่สนับสนุนเราให้ทราบว่า การจัดตั้งPRA ไม่ได้เป็นการกดเพดานสันติวิธี แต่คือการดันเพดานของสันติวิธีทุกรูปแบบ

ซึ่งยังมีการโพสต์ข้อความต่ออีกว่า กลุ่มคนจัดตั้งเหล่านี้จะเป็นกลุ่มแรกที่ส่งต่อคบไฟแห่งการปฏิวัติประชาชน จุดความหวังในการสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมเรียกร้องรัฐธรรมนูญประชาชนเพื่อประชาชนโค่นล้มระบอบการปกครองเผด็จการกษัตริย์นิยมปลดปล่อยอีสานล้านนา ปาตานีให้เป็นอิสระในเป้าหมายต่อไป เพราะนี่คือการปฏิวัติชั่วชีวิต

พร้อมกับบอกอีกว่า นี่เป็นอีกครั้งที่สันติวิธีอหิงสาไม่ใช่คำตอบ ในสังคมที่ผู้คนล้วนแล้วแต่มีสำนึกทางการเมืองแบบหน้าไหว้หลังหลอกเป็นบรรทัดฐาน การเอาตัวรอด การไม่แยแสหรือยี่หร่ะจวนรันทดต่อสภาพสังคมที่เกิดขึ้นนิ่งเฉยให้กับความอยุติธรรมเพราะถูกปกครองในระดับชีวญาณ สำนึกความถูกต้องจึงมีปัญหาในการเข้าใจ

ต่อมาทางด้าน ทวิตเตอร์ เจ๊จุก คลองสาม ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า ทะลุแก๊ซ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ภาคีปฏิวัติประชาชนไท-PRA แล้วประกาศข้อเรียกร้องหลายข้อ แต่ข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือ ปลดปล่อยปาตานี (ปัตตานี) ให้เป็นอิสระในเป้าหมายต่อไป! คืออยากโดนข้อหากบฏแบ่งแยกดินแดนกันใช่ไหม คิดจะก่อเหตุรุนแรงเหมือน 3 จ.ชายแดนใต้กันรึ? อย่าหาทำ!!

ในขณะที่ทางด้าน นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนี้ด้วยว่า ดีอีทำอะไรอยู่ กระทรวงดีอีโพสต์ของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า anti fascist action thailand ประกาศโค่นล้มทั้งระบอบการปกครองและยุยงให้ปลดปล่อยล้านนา อิสาน ปัตตานี ดังข้อความที่เผยแพร่

ต้องถามดีอี พฤติการณ์ การกระทำอย่างนี้ ผิดกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญขัดเจนพอหรือยัง กระทรวงดีอีและตำรวจ ทำอะไรแล้วบ้างในการยับยั้ง ป้องกันมิให้เกิดขึ้นอีก ผิดหวังกับการทำงานของดีอี ท่านตื่นกันหรือยัง อำนาจที่ท่านมีต้องกล้าใช้ และต้องรับผิดชอบประเทศชาติ