ปธน.รัสเซียฟันธง!! จีนยึดไต้หวันได้ โดยไม่ต้องใช้กำลัง

220

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัฐเซียมองว่าอิทธิพลทางเศรษฐกิจของปักกิ่งเป็นกุญแจสำคัญในการรวมชาติไต้หวัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง เป็นคำพูดสะเทือนโลกอีกครั้ง ที่ทำให้ประชาคมโลกคลายวิตกกังวลปัญหาขัดแย้งระหว่างจีนและไต้หวันจะลุกลามท่ามกลางความยากลำบากของการระบาดโควิด-19 แต่ปัจจัยชี้ขาดอาจไม่ใช่จีนฝ่ายเดียวเท่านั้น

เมื่อวันพุธที่ 13 ต.ค.2564 สำนักข่าวCNBC และไต้หวันนิวส์รายงานว่า ปธน.วลาดิมีร์ ปูตินกล่าวในการประชุมสัปดาห์พลังงานของรัสเซีย หรือThe Russian Energy Week ที่กรุงมอสโกวว่า เขาเชื่อ ว่าการเผชิญหน้าทางทหารไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เขาชี้ไปที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ของจีน ปักกิ่งสามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ระดับชาติของตนได้แน่นอน

“ผมคิดว่าจีนไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง จีนเป็นเศรษฐกิจที่มีอำนาจมหาศาล และในแง่ของความเท่าเทียมกันในการทำการค้า จีนเป็นเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลกที่นำหน้าสหรัฐฯ ในตอนนี้” “ด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจนี้ จีนสามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ระดับชาติของตนได้ ฉันไม่เห็นภัยคุกคามใด ๆ ”

ปูตินยังรับระบุด้วยว่าความสัมพันธ์ทางการทูตเริ่มตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ซึ่งรัสเซียพยายามรักษาความเป็นกลาง ในขณะที่จีนอ้างสิทธิ์ในพื้นที่น่านน้ำขนาดใหญ่ในภูมิภาค

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

เขากล่าวว่า “มีผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกันอยู่บ้าง แต่ตำแหน่งของรัสเซียอยู่บนพื้นฐานของความจริงที่ว่า เราจำเป็นต้องให้โอกาสแก่ทุกประเทศในภูมิภาคโดยปราศจากการแทรกแซงจากมหาอำนาจนอกภูมิภาค เพื่อการสนทนาอย่างเหมาะสมตามพื้นฐาน บรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ” 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้นำจีน สี จิ้นผิง กล่าวในการปราศรัยว่าเขาต้องการเห็น “การรวมชาติอย่างสันติ” เกิดขึ้นภายใต้กรอบ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” เขากล่าวว่า “คนอื่นไม่ควรประมาทคนจีนในความมุ่งมั่นที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพเหนือดินแดน”

ผู้นำจีนให้คำมั่นว่า “การรวมตัวกันของจีนอย่างสมบูรณ์จะต้องสำเร็จ และมีแต่จะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน”

ด้านประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน (Tsai Ing-wen) ของไต้หวันกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันอาทิตย์ โดยประกาศว่ารัฐบาลของเธอจะลงทุนในการสนับสนุนกองทัพเพื่อ “แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะปกป้องตนเอง ไม่ยอมสยบ”

ในขณะที่จีนมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน แต่คณะบริหารชุดปัจจุบันมีทัศนคติแตกแยก แต่รัฐบาลไต้หวันมองว่าปกครองตนเองตั้งแต่แยกตัวออกจากแผ่นดินใหญ่ในปี 2492 หลังสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ