IMF ชี้เปรี้ยง เอเซียยังทรงตัว ส่วนประเทศไทยไตรมาสแรก ดีกว่าที่คาด และทั้งหมดมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ในปี 2564

1984

ไอเอ็มเอฟ: กองทุนการเงินระหว่างประเทศ รายงานถึงการคาดการณ์สถานการณ์เศรษฐกิจเอเซียและประเทศไทยว่า สำหรับเอเซียโดยรวมหดตัว 1.6% จากที่รายงานว่าจะเติบโต 0%และประเทศไทยไตรมาส 1 ปี 2563 ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ และมีโอกาสฟื้นตัวได้ในปี 2564

นายชาง ยง รี ผู้อำนวยการแผนกเอเชียแปซิฟิก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยเมื่อปลายเดือนมิถุนายนท่านผ่านมาว่า ไอเอ็มเอฟปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชียปีนี้เป็นหดตัว 1.6% จากที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้าในรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจโลกฉบับเดือน เม.ย. ว่า เศรษฐกิจเอเชียปีนี้จะเติบโตเป็น 0 ชี้ให้เห็นว่าแรงต้านระดับโลกยังหนักหน่วง ผลพวงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 ที่เล่นงานไปทั่วโลก

“ประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียถูกปรับลดคาดการณ์ปี 2563 ลง ผลจากเงื่อนไขโลกซบเซาลง และเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่หลายเขตยังใช้มาตรการสกัดการแพร่ระบาดต่อไปอีก”

นายรีกล่าวด้วยว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ เศรษฐกิจเอเชียเติบโตดีกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบางประเทศดูแลไวรัสได้แต่เนิ่น ๆ ถ้าไม่มีการระบาดระลอก 2 ประกอบกับนโยบายกระตุ้นชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัว คาดว่าเศรษฐกิจเอเชียจะฟื้นคืนมาอย่างแข็งแกร่งสู่ระดับ 6.6% ในปี 2564 แต่เขาเตือนว่า แม้กิจกรรมเศรษฐกิจจะกลับมาอย่างรวดเร็ว ความเสียหายจากโควิด-19 มีแนวโน้มว่ายังคงอยู่

ส่วนในปี 2565 ไอเอ็มเอฟมองว่า เศรษฐกิจเอเชียจะลดลงราว 5% เมื่อเทียบกับที่เคยคาดไว้ก่อนเกิดวิกฤติ และความต่างนี้ “จะเพิ่มขึ้นมาก” ถ้าไม่รวมจีน ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวแล้ว

ไอเอ็มเอฟเตือนด้วยว่า การคาดการณ์สำหรับปี 2564 และ 2565 ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า ความต้องการภาคเอกชนฟื้นตัวแข็งแกร่ง กระนั้นยังมีอุปสรรคที่อาจบั่นทอนการฟื้นตัวของเอเชีย เช่น การค้าเติบโตลดลง ล็อคดาวน์นานกว่าคาด ความเหลื่อมล้ำเพิ่ม ฐานะการเงินภาคเอกชนเปราะบาง และความตึงเครียดด้านการเมืองระหว่างประเทศ แต่ก็ใช่ว่าพัฒนาการล่าสุดจะเป็นลบไปเสียทั้งหมด นายรีกล่าวว่า เอเชียหลายประเทศสามารถให้การสนับสนุนนโยบายการเงินและการคลังที่สำคัญ หลายประเทศออกมาในรูปของการค้ำประกันและการให้เงินกู้สำหรับครัวเรือนและบริษัทเอกชน

“ชาติเอเชียกำลังทดลองเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง และนโยบายจะต้องมุ่งสนับสนุนการฟื้นตัวที่เพิ่งเริ่มต้น โดยไม่เพิ่มความเสี่ยง พวกเขาต้องใช้การกระตุ้นทางการเงินอย่างชาญฉลาด เสริมด้วยการปฏิรูปเศรษฐกิจ” ชาง ยง รีกล่าว

สำหรับประเทศไทยในรายงานฉบับล่าสุดของไอเอ็มเอฟชี้ว่า เป็นหนึ่งในประเทศที่ GDP ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาส 1 ของปี 2563 และกลุ่มอาเซียน 5 ที่ไทยถูกจัดให้อยู่กับอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนามจะหดตัวลง 2% ในปีนี้ ก่อนจะกลับมาโต 6.2% ในปี 2564

………………………………………………
Cr: imf.org, bloomberg