ก้าวไกล ส่ง “ลูกเกด ชลธิชา” ลงส.ส.ปทุมฯ เจ้าตัวรับขาย่างคุกหลังโดนกว่า 30 คดีมีม.112ด้วย!

585

ก้าวไกล ส่ง “ลูกเกด ชลธิชา” ลงส.ส.ปทุมฯ เจ้าตัวรับขาย่างคุกหลังโดนกว่า 30 คดีมีม.112ด้วย!

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564 ทางเพจ พรรคก้าวไกล ปทุมธานี ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีของลูกเกด ชลธิชา ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ได้สมัครเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี โดยระบุข้อความว่า

ลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ตลาดยามเช้าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (9 ตุลาคม) โดยใช้เวลาช่วงเช้าตรู่เดินทักทายแนะนำตัวต่อทั้งพ่อค้าแม่ค้า และพี่น้องประชาชนผู้มาจับจ่ายใช้สอย ในตลาดนัดของหมู่บ้านพฤกษา 12 คลองสาม คลองหลวง
ทั้งนี้ลูกเกดและทีมงานได้รับเสียงสะท้อนหลากหลายที่เป็นประโยชน์มากจากการพบปะพูดคุยกับพ่อแม่พี่น้อง หลังจากนี้เราจะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อรับฟังเสียงประชาชนต่อไป
สำหรับ ลูกเกด ชลธิชา เธอคือแกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (Democracy Restoration Group – DRG) ผู้ประสานงานของกลุ่มคณะราษฎร ที่มีคดีทางการเมืองติดตัวกว่า 30 คดี โดยเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ลูกเกด ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Momentum ถึงคดี เมื่อถูกถามว่า 30 คดีที่ว่านี้มีคดีอะไรบ้าง
ลูกเกดได้ตอบว่า ถ้าเยอะที่สุดเป็น พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ และ พรก.ฉุกเฉิน แต่เรามีคดี ม.112 กับ พ.ร.บ.คอมฯ จากการโพสต์เฟซบุ๊กเขียนราษฎรสาส์นถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้มีการปฏิรูปสถาบัน นอกจากนี้ยังมีคดี ม.116 ยุยงปลุกปั่นฯ รวมๆ แล้วเกือบ 30 คดี ชีวิตตอนนี้มันเลยเหมือนกับว่าขาข้างหนึ่งของเราเข้าไปอยู่ในคุกแล้วเกือบ 30 ปี
นี่คือครึ่งหนึ่งของชีวิต ตอนนี้เราไม่เห็นอนาคตตัวเองแล้ว เห็นแค่ปลายทางคือเรือนจำที่รออยู่ เพราะฉะนั้น ถึงบอกว่าถ้าจะให้เราหยุดเคลื่อนไหวแล้วยอมรับความพ่ายแพ้ คงทำไม่ได้ ตอนนี้เลยคิดถึงสิ่งที่มันต้องเกิดขึ้นเท่านั้นคือ 1. คนรุ่นฉันต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 2. คนรุ่นหลังต้องไม่มาต่อสู้เพื่อเรื่องพื้นฐาน อย่างเช่น ประชาธิปไตยหรือสิทธิในการเลือกตั้งอีก คนรุ่นหลังควรออกมาเรียกร้องประเด็นอื่นมากกว่า เช่น คุณภาพชีวิต การพัฒนาประเทศ นี่จึงเป็นเหมือนไฟ เป็นเหมือนแรงขับเคลื่อนที่ไม่ว่าอย่างไรต้องเดินหน้าต่อ
เมื่อถูกถามว่า กังวลกับข้อหา ม.112 หรือเปล่า ลูกเกดตอบว่า ยอมรับว่ากังวลมาก เพราะเราเห็นแนวโน้มคดี ม.112 ที่เมื่อถูกจับขังอยู่ในเรือนจำแล้ว มักถูกบังคับให้รับเงื่อนไขห้ามออกมาพูดพาดพิงสถาบันกษัตริย์ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ถูกต้อง และพวกเราที่ถูกกระทำทั้งหมดยังไม่ถูกพิพากษาว่ามีความผิดหรือไม่ แต่การที่ศาลตั้งธงไว้แบบนั้น การไม่ให้สิทธิในการประกันตัว การที่ต้องยอมรับเงื่อนไข มันหมายถึงคุณตัดสินไปแล้ว พิพากษาไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่ถึงกระบวนการสืบพยาน หรือพิสูจน์หลักฐานใดๆ

นี่จึงเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนต้องกังวล ไม่ใช่เพียงแค่เกดหรือแกนนำ เพราะการกระทำแบบนี้มันหมายความว่าหลักนิติรัฐบ้านเรามันพังไปแล้ว ผู้พิพากษาไม่มีอิสระในการตัดสินคดี หรือรัฐเองที่มักใช้กฎหมายกระบวนการยุติธรรมปิดปากประชาชน มันจึงแสดงให้เห็นว่าประเทศนี้ไม่มีอะไรเป็นเครื่องการันตีได้เลยว่า เมื่อเกิดเหตุจำเป็นที่ต้องเรียกร้องเรื่องความยุติธรรม ไม่จำเป็นต้องเป็นคดีทางการเมือง เช่น คดีทำร้ายร่างกาย เราไม่สามารถคาดหวังอะไรได้เลย ถ้ายังปล่อยให้มาตรฐานกระบวนการยุติธรรมมันตกต่ำขนาดนี้

ต่อมาวันที่ 6 พฤษภาคม  เพจศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 ได้มีคำสั่งฟ้องคดีของลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว ด้วยข้อหา ฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใน 2 คดี ได้แก่ คดีจากการชุมนุม #ม็อบ18ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และ คดีจากการชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย ซึ่งมีการเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยไปที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

หลังศาลรับฟ้อง ทนายจำเลยได้ยื่นประกันตัวระหว่างพิจารณา ศาลให้ประกันโดยวางหลักประกันเงินสดคดีละ 20,000 บาท รวมเป็น 40,000 บาท โดยเป็นหลักทรัพย์จากกองทุนราษฎรประสงค์ และกำหนดวันนัดพร้อมเพื่อสอบคำให้การทั้งสองคดีในวันที่ 9 ส.ค. 2564

อย่างไรก็ตาม ลักษณะต้องห้ามที่มิให้ใช้สิทธิสมัครเลือกตั้ง ส.ส. เช่น เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต, เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ, อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ และเคยถูกสั่งให้ให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ, ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โยหมายของศาล, เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ เป็นต้น