“เจนภพ จบกระบวนวรรณ” เผยวีรกรรมพลีชีพบิดา และพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9

384

เนื่องในวันที่ 13 ต.ค. เป็นวันคล้ายวันสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้มีประชาชนชาวไทยจำนวนมากต่างพากันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ล่าสุดทางด้านของ เจนภพ จบกระบวนวรรณ นักจัดรายการวิทยุ-โทรทัศน์เกี่ยวกับเพลงลูกทุ่งในวัย 66 ปี ได้เปิดเผยเรื่องราวสุดน่าสนใจ ซึ่งเรื่องราวเหตุการณ์จริงของผู้เป็นบิดาของตนเองที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงรัชกาลที่ 9 มาถ่ายทอด โดยระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนจะไม่ลืมเลือนและจะเล่าให้ลูกหลานฟังไปจนชีวิตตนจะหมดลมหายใจ โดยมีรายละเอียดว่า

วันนี้ ผมมีเรื่องเล็กๆ ของ ฅนเล็กๆ ฅนหนึ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ซึ่งเป็นเรื่องเล่าที่ผมไม่เคยลืม และ จะเล่าเรื่องนี้ให้ลูกหลานฟังต่อไปจนกว่าผมจะไม่มีลมหายใจ
วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๑ เขาเรียกกันว่า ” วันเสียงปืนแตก ” เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ เขาค้อ เพชรบูรณ์ สมรภูมิรบของฅนไทยด้วยกันเองที่ถูกปลุกปั่นให้โน้มเอียงไปหลงใหลลัทธิคอมมิวนิสต์ รวมกลุ่มกันเข้าป่าจับปืนสู้รบกับเหล่าทหารหาญของชาติ

ผู้ชายตัวเล็กๆ ฅนหนึ่ง เป็นทหาร รับราชการในสังกัดกองทัพบก แต่เป็น นักบิน ท.บ. เข้าร่วมรบในสมรภูมิเขาค้อด้วยเช่นกัน เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นน่าจะเป็นช่วง ปี พ.ศ.๒๕๑๒ ผู้ชายฅนนี้ขับเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ขึ้นปฏิบัติการณ์ โดยมีพลปืนอีกฅนหนึ่งขึ้นไปร่วมรบด้วย
ผู้ชายนักบินกองทัพบกฅนนี้ ขับเครื่องดำดิ่งลงไปเผชิญหน้ากับเหล่ากองโจรคอมมิวนิสต์ ระหว่างที่เงยหน้าพาเครื่องเหินขึ้นมา กระสุนร้ายจากฅนข้างล่างก็ยิงสวนเข้าใส่เครื่องเฮลิคอปเตอร์ลำนั้น

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

เพราะความเป็นนายทหารสัญญาบัตร ผู้ชายฅนนี้จึงมีเสื้อเกราะใส่คุ้มครองตัวเองทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แต่พลปืนที่อยู่ด้วยไม่มีเสื้อเกราะป้องกัน ผู้ชายฅนนี้จึงถอดเสื้อเกราะด้านหลังออกแล้วยื่นให้พลปืนได้ใส่
ผู้ชายฅนนี้พูดว่า ชีวิตผมก็สำคัญ ชีวิตฅุณก็สำคัญเช่นกัน เราต่างฅนต่างมีครอบครัวที่ต้องดูแล เสื้อเกราะมี ๒ ชิ้น เรามาแบ่งกันนะ แล้วก็ยื่นเสื้อเกราะด้านหลังให้ พลปืน

ฅนข้างล่างที่เป็น ผกค.ยิงปืนสวนขึ้นมาบนฟ้า กระสุนโดนพลปืน แต่ไม่เป็นไรเพราะมีเกราะป้องกันติดอยู่ด้านหลัง แต่กระสุนที่สาดขึ้นมาก็โดนผู้ชายที่เป็น นักบิน ทบ.ด้วย กระสุนเข้าเต็มแผ่นหลังท่านแล้วไม่ทะลุออกด้านหน้าเพราะกระสุนติดเสื้อเกราะที่ท่านใส่อยู่ แต่ด้วยความที่เป็นชายชาติทหาร เป็นผู้นำ เป็นผู้เสียสละ รักลูกน้องทุกฅนเท่าเทียมกัน ท่านอดทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส บังคับเฮลิคอปเตอร์ร่อนลงจอดจนสำเร็จเพราะไม่ต้องการให้เฮลิคอปเตอร์ที่เป็นสมบัติชาติสูญเสีย ไม่ต้องการให้เพื่อนนักรบต้องเสียชีวิตเพราะเครื่องบินตก

ถ้าเหตุการณ์จบลงเพียงเท่านี้ ผู้ชายฅนนี้ก็คงเสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว แต่ความทราบถึงเบื้องพระยุคลบาท ในหลวง รัชกาลที่ ๙ พระองค์ท่านมีรับสั่งทันทีให้เอาเฮลิคอปเตอร์อีกลำไปรับทหารทั้ง ๒ ฅนออกมาให้ได้ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ในเวลานั้นยังไม่เจริญพอที่รับรักษาอะไรได้ ในหลวงรับสั่งให้นำร่างของผู้ชายฅนนี้บินตรงดิ่งมุ่งหน้าสู่ โรงพยาบาลพระมงกุฎ กทม. หวังจะยื้อชีวิตชายชาติทหารฅนนี้ให้จงได้

ที่สุด นายทหารผู้รักชาติยิ่งชีพฅนนี้ก็ไม่สามารถรอดชีวิตได้ ท่านไม่มีโอกาสแม้แต่จะบอกลาลูกเมียพ่อแม่เลยแต่คำเดียว ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของท่านไม่มีใฅรได้เห็น มีแต่ธงชาติไทยผืนใหญ่เท่านั้นที่รับรู้และห่มคลุมร่างท่าน

ผู้ชายฅนนั้น คือ พันตรี เจนหัด เจนกระบวนหัด พ่อของผม เจนภพ จบกระบวนวรรณ ครับผม
พ่อผมจากไป ๕๒ ปีแล้ว แต่วีรกรรมของพ่อยังคงเป็นเรื่องเล่าขานมิรู้ลืมในเหล่าทหารนักบินกองทัพบกตราบจนทุกวันนี้ และ จะเป็นเรื่องเล่าที่ผมจะเล่าสืบต่อยังลูกหลานทุกๆ รุ่น ให้รู้ว่า ผู้ชายฅนนี้คือบรรพบุรุษของพวกเราทุกฅนในตระกูล เจนกระบวนหัด
พระมหากรุณาธิคุณของในหลวง เล่ากันเท่าไหร่ๆ ก็ไม่รู้จบ นี่เป็นเพียงแค่เรื่องๆเดียวเล็กๆ ของ พ่อของผม ที่ผมเล่าได้