เดิมพันเปิดประเทศ1 พ.ย.!?! รับต่างชาติเที่ยวไทยไม่ต้องกักตัว

181

“บิ๊กตู่” แถลงเปิดประเทศ 1 พ.ย.รับนักท่องเที่ยวจากชาติเสี่ยงต่ำไม่กักตัว 10 ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ ฉีดวัคซีนครบ ปลดล็อกขายเหล้าในร้าน 1 ธ.ค.หลังความเสี่ยงลด ถึงเวลาใช้ชีวิตอยู่กับโรคร้าย ยังคงต้องมีมาตรการระมัดระวังแต่ต้องเดินหน้าเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสทำกิน

เมื่อค่ำวานนี้ วันที่ 11 ต.ค.2564 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ในหัวข้อเรื่อง “เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ โดยไม่ต้องกักตัว” โดยมีเนื้อหาโดยสรุปคือ

พลเอกประยุทธ์ฯได้กล่าวถึงช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้องเผชิญความยากลำบากหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ผ่านความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นวิกฤตการณ์ที่ไม่มีใครในประเทศ ไม่ได้รับผลกระทบ และเช่นเดียวกัน ทุกประเทศทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบหนักหนาสาหัสกันไปถ้วนหน้า

ท่านนายกฯกล่าวถึงการที่ต้องตัดสินใจเลือก ระหว่างปกป้องชีวิตคน กับปกป้องการทํามาหากิน เป็น 2 ทางเลือกที่ไม่สามารถแยกขาดออกจากกันได้ ถ้าเลือกที่จะปกป้องชีวิตประชาชน ต้องพบกับความยากลําบากในการทํามาหาเลี้ยงชีวิต ต้องอยู่อย่างไม่มีรายได้ หรือหากเลือกที่จะปกป้องการทํามาหากินตามปกติของประชาชน ก็คงต้องเจอกับการสูญเสียชีวิต ของคนในครอบครัว เพื่อน เพื่อนบ้าน หรือ แม้กระทั่งคนที่เป็นเสาหลักที่หาเลี้ยงครอบครัว

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

การต้องเจอกับทางเลือกแบบนี้ ทําให้ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว รอดูสถานการณ์ก่อนไม่ได้ ดังนั้น ตั้งแต่แรกเริ่มที่เราต้องเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงเลือกไม่ยอมให้โควิดมาพรากเอาชีวิตของพี่น้องคนไทยไป เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก

รัฐบาลได้ปฏิบัติตามคําแนะนําของผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาธารณสุขที่ยอดเยี่ยมของเรา ที่มีอยู่มากมายหลายท่าน ลงมือทําอย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้มาตรการที่เข้มงวดต่างๆ พร้อมกับขอความร่วมมือจากประชาชนคนไทย และด้วยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในสังคม เผชิญหน้ากับวิกฤตที่เกิดขึ้น วันนี้ประเทศไทย จึงเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสําเร็จมากที่สุดในโลกในการปกป้องรักษาชีวิตของประชาชน

ประเด็นนี้ ประเทศไทยได้รับจัดอันดับจาก นิตยสารด้านสาธารณสุขของโลก ในหัวข้อ “ประเทศที่มีระบบบริการสาธารณสุขดีที่สุด ปี 2021” เป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน และอันดับที่ 13 ของโลก 

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องค่อยๆ เตรียมตัวที่จะเผชิญหน้ากับโควิด-19 โดยมีความพร้อม เรื่องยารักษาและวัคซีนป้องกันมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปนี้เราคงก็จะต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับมันเหมือนกับโรคภัยอื่นๆ ที่กลายเป็นโรคประจําถิ่น

พลเอกประยุทธ์ฯประกาศว่า การเปิดประเทศเป็นหนึ่งก้าวเล็กๆที่สําคัญในการเปิดโอกาสให้ประชาชนและทุกภาคส่วนได้สามารถกลับมาประกอบอาชีพได้อีกครั้ง

ด้านปัจจัยที่เป็นความหวังจากการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นช่องทางสร้างรายได้ของไทยกำลังฟื้นตัว ประเทศที่เป็นนักท่องเที่ยวสําคัญของประเทศไทย ต่างค่อยๆ เริ่มอนุญาตให้ประชาชนเดินทางได้โดยไม่มีเงื่อนไขที่ยุ่งยากมากมาย เช่น อังกฤษ ตอนนี้อนุญาตให้ประชาชนเดินทางมาประเทศไทยได้ สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ก็เพิ่งเริ่มผ่อนคลายเงื่อนไขในการเดินทางไปต่างประเทศของประชาชน

ในช่วงเทศกาล เดินทางท่องเที่ยววันหยุดสิ้นปี ใน 3 เดือนข้างหน้านี้ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการทํามาหากินของประชาชนนับล้านๆ คน ในภาคการท่องเที่ยว การเดินทาง และภาคธุรกิจพักผ่อน หย่อนใจ และบันเทิง รวมถึงภาคธุรกิจอื่น อีกมากมายที่เกี่ยวข้อง

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นต้นไป ประเทศไทยจะเริ่มเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว สําหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และเดินทางเข้าประเทศไทยโดยทางอากาศ โดยมาจากประเทศที่เรากําหนดว่า เป็นประเทศความเสี่ยงต่ํา

เมื่อชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย ทุกคนต้องแสดงตัวว่าปลอดเชื้อโควิด-19 โดยต้องมีหลักฐานผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ซึ่งทําการตรวจก่อนเดินทางออกจากประเทศต้นทาง และจะมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 อีกครั้ง เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย หลังจากนั้น จึงสามารถเดินทางไปพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างอิสระ เช่นเดียวกับที่คนไทยปกติทั่วไปสามารถทําได้

รายชื่อประเทศความเสี่ยงต่ํา ที่จะสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องกักตัว ไว้ที่อย่างน้อย 10 ประเทศ เริ่มต้นได้แก่ อังกฤษ สิงคโปร์ เยอรมนี จีน และ สหรัฐอเมริกา โดยเราตั้งเป้าจะเพิ่มจํานวนประเทศให้มากขึ้นอีก ภายในวันที่ 1 ธันวาคม และหลังจากนั้น ภายในวันที่ 1 มกราคม เราจะเพิ่มจํานวนประเทศให้มากขึ้นอีกตามสถานการณ์ที่เป็นจริง

ส่วนผู้ที่มาจากประเทศที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศความเสี่ยงต่ํา เรายังให้การต้อนรับเข้าประเทศ ไทย แต่จําเป็นต้องมีการกักตัว ตามเงื่อนไขและข้อกําหน

วันที่ 1 ธันวาคม จะพิจารณาอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ และจะพิจารณาอนุญาตให้สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และสถานบันเทิง เปิดให้บริการได้ ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนและกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว การพักผ่อนและบันเทิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เรากําลังจะเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองเนื่องใน โอกาสปีใหม่

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีฯ ยังได้กล่าวถึง เป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่ตั้งเป้าที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ โดยไม่ต้องกักตัวให้ได้ภายใน 120 วัน พร้อมกับเร่งเครื่องการฉีดวัคซีนให้ประชาชน นั้น เป็น ความสําเร็จที่ยิ่งใหญ่ของเจ้าหน้าที่และบุคลากรสาธารณสุขทุกท่าน เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน ส่วนงานอื่นๆ รวมถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน สําหรับความร่วมมือกับรัฐบาลอย่างจริงจัง

ประการแรก  มีความสําเร็จอย่างมากด้านการรับส่งมอบวัคซีนของประเทศไทย เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ถึง 3 เท่าในทันที จากที่เดือนพฤษภาคม เราได้รับส่งมอบวัคซีน 4 ล้านโดส ในเดือนกรกฎาคม เราได้รับส่งมอบวัคซีนถึง 12 ล้านโดส  และอีก 14 ล้านโดส ในเดือนสิงหาคม และวันนี้ เราจะได้รับส่งมอบวัคซีนเข้าประเทศไทย จำนวนมากกว่า 20 ล้านโดสต่อเดือน ไปจนถึงสิ้นปี รวมเป็นวัคซีนจํานวนมากกว่า 170 ล้านโดส เกินเป้าหมายที่เราตั้งไว้เป็นอย่างมาก

ประการที่สอง ความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่และบุคคลากรสาธารณสุข เพื่อที่จะสนับสนุนเป้าหมาย 120 วัน เจ้าหน้าที่และบุคลากรสาธารณสุขได้ทํางานกันอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย เร่งฉีดวัคซีน รวมทั้งพี่น้องประชาชน ต่างก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ในการลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีน จากเดิมที่เราฉีดวัคซีนได้อยู่ที่ประมาณ 80,000 โดสต่อวัน เมื่อเดือนพฤษภาคม ต่อมาสามารถดันยอดการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และวันนี้ประเทศไทย ติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนได้เร็วที่สุดในโลก ปัจจุบันเฉลี่ยแล้ว เราฉีดวัคซีนได้ มากกว่า 700,000 โดสต่อวัน และในบางวัน เราฉีดวัคซีนได้มาก เกินกว่า 1 ล้านโดส

ความสำเร็จทั้งปวงนี้ ท่านนายกฯขอมอบให้กับประชาชนไทยทุกคน