อดีตรอง ผบช.น. แนะ “ผบช.น.คนใหม่” ใช้ หน่วยปราบปรามจัดหนัก อย่าตีความ “แก๊งอันธพาล” เป็นผู้ชุมนุม

2105

จัดการให้เหี้ยน! อดีตรอง ผบช.น. สอนมวย คฝ. อย่าตีความ “แก๊งอันธพาล” เป็นผู้ชุมนุม แนะ ผบช.น.คนใหม่ ใช้หน่วยปราบปราม!

อย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่า การชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งเรียกตัวเองว่ากลุ่มทะลุแก๊สนั้น ไม่ได้มีการเรียกร้องหรือต้องการสิ่งใด เพียงแค่ต้องการออกมาก่อความไม่สงบ ต้องการปลดปล่อยความรุนแรง อีกทั้งความรุนแรงค่อยๆถูกยกระดับขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นการจราจล และที่สำคัญมีการใช้อาวุธที่เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น จนมีเจ้าหน้าที่หลายคนต้องถูกกระทำบาดเจ็บสาหัส

ล่าสุดทางด้านของ พลตำรวจโทอำนวย นิ่มมะโน อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “กลุ่มทะลุแก๊ส” กับการใช้ยาผิด โดยมีรายละเอียดว่า

คงต้องส่งกำลังใจ และลุ้นระทึกกับอาการของสิบตำรวจตรี เดชวิทย์ เล็ทเทนสัน ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการอารักขา 1 ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน ขณะเข้าไปทำการติดตาม ตรวจค้น กลุ่มวัยรุ่นที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มทะลุแก๊ส จนกระทั่งถูกกลุ่มวัยรุ่นยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด และขนาดทะลุผ่านหมวกกันน็อคในชุดควบคุมฝูงชนเข้าไปทำลายสมอง ถึงขั้นนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจต้องลงมาทำการผ่าตัดช่วยชีวิตอย่างสุดกำลังความสามารถแต่อาการยังอยู่ในขั้นโคม่า…..


กระผมได้ติดตามพฤติการณ์ของวัยรุ่นกลุ่มนี้มาระยะหนึ่งแล้ว มีความชัดเจนว่าไม่จัด เป็นการชุมนุมสาธารณะ เพราะพฤติการณ์รวมตัวกันโดยไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ แล้วไปก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองในลักษณะที่รุนแรง ร้ายแรงขึ้นตามลำดับ เผาทรัพย์สินของทางราชการ จุดพลุดอกไม้ไฟ ประทัดยักษ์ ยิงหัวน็อต ยิงลูกแก้วใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะตะลอนไปตามที่ต่างๆ ตรอกซอกซอยก่อความเดือดร้อนรำคาญเป็นอันตรายต่อประชาชนโดยส่วนรวม

เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่ไปปฏิบัติหน้าที่ถูกมองเป็นเป้าที่กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้จะใช้ประลองความแม่นคล้ายกับการไปยิงเป้างานวัดอย่างสนุกสนาน ระยะหลังเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นถึงขนาดมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยอาวุธและสิ่งเทียมอาวุธ โดยเฉพาะอาวุธปืน(ของจริง) วัตถุระเบิด ในขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนยังคงใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ใช้รถน้ำแรงดันสูง ใช้กระสุนยางซึ่งเป็นมาตรการในการควบคุมฝูงชน ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ. ศ. 2558 ซึ่งมันเป็นคนละเรื่องกันเสมือนกับการใช้ยาไม่ถูกกับโรค นอกจากอาการจะไม่ทุเลาแล้ว จะยิ่งทำให้โรคร้ายทวีความรุนแรงมากขึ้น และอาจจะถึงขนาด เอาไม่อยู่ในที่สุด……..

ในฐานะที่กระผมเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งร่วมยกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อครั้งพลตำรวจโท วิโรจน์ จันทรังษี เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ใช้เวลาร่วม 10 ปี กว่าที่ พระราชบัญญัติฉบับนี้จะประกาศใช้ จะขอพูดโดยย่อเพียงนิยามของคำว่าการชุมนุมสาธารณะ ตามมาตรา 4 ซึ่งหมายความว่า “การชุมนุมของบุคคลในที่สาธารณะเพื่อเรียกร้อง สนับสนุน คัดค้าน หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยแสดงออกต่อประชาชนทั่วไป และบุคคลอื่นสามารถร่วมการชุมนุมนั้นได้ ไม่ว่าการชุมนุมนั้นจะมีการเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายด้วยหรือไม่”

หากเป็นการชุมนุมสาธารณะตามความหมายนี้ จึงค่อยนำพระราชบัญญัติฉบับนี้ และมาตรการจากเบาไปหาหนักในการควบคุมการชุมนุมสาธารณะมาใช้ จึงจะเป็นการจ่ายยาถูกกับโรคแต่ถ้าตามพฤติการณ์ของกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวซึ่งไม่ถือเป็นการชุมนุมสาธารณะอย่างชัดเจน จะต้องใช้ยา(กฎหมาย) ให้ถูกกับโรค กล่าวคือ แทนที่จะใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ, พ.ร.บ.โรคติดต่อ , พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งใช้กับผู้ชุมนุมต้องหันกลับไปใช้ประมวลกฎหมายอาญา

หมวดที่เกี่ยวกับความมั่นคงความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง อั้งยี่ ซ่องโจร พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืนฯ จึงจะถูกต้องสาสมเหมาะสมกับโรคและความรุนแรงของโรค

นอกจากนี้จะต้องจัดชุดสืบสวน กระชากหน้ากากผู้อยู่เบื้องหลังของกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ที่คอยให้การสนับสนุนด้านการเงิน อาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อให้มีการก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เห็นความเดือดร้อนของประชาชนโดยส่วนรวม จ่ายเงินกันที่หลังแฟลตไหนซอยไหน วัยรุ่นกลุ่มนี้เป็นเด็กในย่านนั้น หรือเด็กต่างจังหวัดหรือลูกผสม ใครเป็นผู้จัดหา ใครเป็นผู้สนับสนุน ใครเป็นนายทุน เดี๋ยวคงได้รู้กันซึ่งกระผมเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของตำรวจเรา เพราะงานสืบสวนสอบสวนในประเทศนี้ไม่มีใครเหนือตำรวจ

สุดท้ายนี้ ขอแสดงความยินดีกับ พลตำรวจโท สําราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ท่านใหม่) ซึ่งสื่อมวลชนยกย่องว่าทำงานด้วยความรวดเร็ว เด็ดขาด “สำราญมาครบจบแน่” และ พลตำรวจตรีนครินทร์ สุคนธวิท ผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ท่านใหม่เช่นกัน ซึ่งท่านนี้กระผมรู้จักดีเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ชนิดหาตัวจับยาก รีบปรับยาเถอะครับ อย่าเอารถฉีดน้ำกับกระสุนยางไปสู้กับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด…..

อย่าตีความให้แก๊งอันธพาลกวนเมือง ก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ถึงขนาดทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ถึงขั้นต่อไปอาจจะพัฒนาไปเป็นการก่อการร้ายได้ซะด้วยซ้ำ แต่ไปจัดประเภทให้เป็น”ผู้ชุมนุมสาธารณะ” จึงใช้กำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนเข้าดำเนินการ แทนที่จะเป็นตำรวจสายป้องกันปราบปราม ซึ่งก็เป็นผลมาจากการจ่ายยาผิดนั่นเอง