โดนแล้ว?? สว.สหรัฐบี้ ‘ยุบเฟซบุ๊ก’ ทำลายสังคม-ผูกขาดธุรกิจ

1008

สมาชิกวุฒิสภา เอลิซาเบธ วอร์เรน (Sen. Elizabeth Warren) แห่งแมสซาชูเซตส์ สังกัดพรรคเดโมแครต  ผู้เสนอกฎหมายต่อต้านการผูกขาดอย่างแข็งขัน ได้ทวีตข้อความดุเดือด จุดกระแสไวรัลในสังคมโซเชียลมีเดียสหรัฐ เกี่ยวกับบทบาทของเฟซบุ๊กว่า “เราควรเลิกกิจการบิ๊กเทคซะ” ขณะที่วุฒิสภาฯ กำลังมีการพิจารณาประเด็นนี้อย่างกว้างขวาง อดีตผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของเฟซบุ๊กให้การต่อวุฒิสภา จวกเฟซบุ๊กเน้นผลกำไรทางธุรกิจ มากกว่าความปลอดภัยผู้ใช้งาน โดยกล่าวโจมตีเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นของบริษัท ว่าเป็นอันตรายต่อเด็ก และเยาวชน เป็นที่รวมของแนวความคิดเกลียดชัง ยั่วยุให้ก่อความรุนแรง มาร์ค ซักเคอร์เบิร์กถูกเรียกให้มาเคลียร์เรื่องร้อนเหล่านี้

สว.วอร์เรน กล่าวหาว่าเฟซบุ๊กว่า ใช้ “ทรัพยากรของพวกเขาและควบคุมวิธีที่เราใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อกีดกันธุรกิจขนาดเล็กและนวัตกรรมใหม่ที่มีแนวโน้มเป็นคู่แข่ง” นอกจากนี้ยังระบุว่า “รูปแบบธุรกิจของ Facebook กำลังหารายได้จากเด็ก ๆ” และเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็กโดยด่วน “คุณต้องง้อเด็กตั้งแต่เนิ่นๆแม้ว่ามันจะเป็นอันตรายต่อพวกเขาไปตลอดชีวิต ถึงเวลาที่เฟซบุ๊กจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งเลวร้ายทั้งหมด ผลกระทบด้านลบที่เทคโนโลยีของพวกเขามีต่อสังคมของเรา และคนทั้งโลก”

เมื่อวันอังคารที่ 5 ต.ค. 2564 สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักรายงานว่านางสาวฟรานซิส ฮอแกน อดีตผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของบริษัท เฟซบุ๊ก วัย 37 ปี ขึ้นให้การต่อคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคของวุฒิสภาสหรัฐฯ กรณีที่เธออกมาแฉอดีตนายจ้างว่า ให้ความสำคัญแต่ผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่าความปลอดภัยของผู้ใช้, ส่งเสริมความแตกแยก, ทำลายประชาธิปไตย และไม่ปกปิดผลกระทบทางลบที่เกิดจากบริการของตัวเองอย่างอินสตาแกรม

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ฮอแกนบอกกับสำนักข่าว ซีบีเอส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เธอได้มอบเอกสารภายในของเฟซบุ๊กให้แก่สมาชิกสภาสหรัฐฯ และสำนักข่าว วอลล์ สตรีท เจอร์นัล (WSJ) ไปแล้ว ซึ่ง WSJ ใช้ข้อมูลจากเอกสารดังกล่าว เผยแพร่ผลการวิจัยของอินสตาแกรม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แอปยอดนิยมนี้ อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตของเด็กผู้หญิง และประชาชนอเมริกันอีกมากมาย

ในการให้ข้อมูลต่อวุฒิสภาในวันอังคารที่ 5 ต.ค.2564 ฮอแกน ยังคงเน้นย้ำใจความเดิม โดยระบุว่า “ผู้นำของบริษัทรู้ดีว่าจะทำให้เฟซบุ๊กและอินสตาแกรมปลอดภัยขึ้นอย่างไร แต่ไม่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับผลกำไรที่มากมายมหาศาล มากกว่าผู้คน” เธอยังโจมตี มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กด้วยว่า มีอำนาจควบคุมบริษัทอย่างกว้างขวาง และตอนนี้ไม่มีใครให้เขามารับผิดชอบได้นอกจากตัวเขาเอง

ฮอแกนพูดแสดงความยินดี ที่เฟซบุ๊กล่มเป็นเวลานานเมื่อวันจันทร์ด้วยว่า “เมื่อวานนี้ เราได้เห็นเฟซบุ๊กถูกนำออกจากอินเทอร์เน็ต ฉันไม่รู้ว่าทำไม่มันถึงล่ม แต่ฉันรู้ดีว่า เป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมงที่ เฟซบุ๊กไม่สามารถทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมลึกล้ำขึ้น ไม่สามารถทำลายเสถียรภาพของประชาธิปไตย และไม่สามารถทำให้เด็กสาวและผู้หญิงต้องรู้สึกแย่ เพราะถูกวิจารณ์เรื่องร่างกายของตัวเอง”

ฮอแกนกล่าวว่า “เฟซบุ๊กนั้นมีอำนาจมากเกินไป ล้มละลายทางศีลธรรม และต้องการการกำกับดูแลของรัฐบาล ผ่านมา 25 ปีแล้วที่กฎสำหรับอินเทอร์เน็ตไม่ได้รับการอัปเดต และแทนที่จะคาดหวังให้อุตสาหกรรมนี้ มีการตัดสินใจเพื่อพัฒนาทางสังคมเอง  แต่เป็นอำนาจของสมาชิกสภานิติบัญญัติที่จะทำได้ มันถึงเวลาแล้วที่สภาคองเกรสต้องเคลื่อนไหวแล้วตัดสินใจ”

คำให้การของฮอแกน สอดคล้องกับบันทึกขององค์กรสอบสวนของวอชิงตัน เรื่องการกล่าวหามาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ว่ามีอำนาจมากเกินไปและมีส่วนให้เกิดการจลาจลรัฐสภาฯ ที่อาคารแคปปิตอลเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564 รวมถึงการเลือกตั้งในปี 2020 ไปจนถึงการระบุว่า มีความจำเป็นต้องให้อำนาจรัฐบาลมากขึ้นเพื่อปกป้องเด็ก ๆ จากการเสพติดโซเชียลมีเดีย

ในระหว่างที่ น.ส.ฮอแกน กำลังให้ข้อมูลต่อสภา นายแอนดี สโตน(Andy Stone) ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการสื่อสารของเฟซบุ๊ก ทวีตข้อความตอบโต้ว่า น.ส.ฮอแกน ซึ่งเคยเป็นผู้จัดการผลิตภัณฑ์ กำลังพูดในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานที่เธอทำ รวมถึงเรื่องความปลอดภัยของเด็กและอินสตาแกรมด้วย

ทั้งนี้ นายริชาร์ด บลูเมนธาล ส.ว.เดโมแครตรัฐคอนเนตทิคัต ประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรียกร้องให้ มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ออกมาชี้แจงเรื่องข้อกล่าวหาของ น.ส.ฮอแกน “ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีการยอมรับ ไม่มีการลงมือทำ ไม่มีอะไรให้เห็นเลย มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก คุณจำเป็นต้องออกมาต่อหน้าคณะกรรมการ คุณต้องอธิบายต่อ ฟรานซิส ฮอแกน, ต่อพวกเรา, ต่อโลก และต่อพ่อแม่ในอเมริกา ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ และทำแบบนี้ทำไม”

น่าแปลกไหมที่นักวิจารณ์การเมืองสหรัฐ ตั้งข้อสังเกตว่า ฮอแกนออกมาพูดสิ่งที่เป็นกระแสเดียวกันกับสื่อหลักที่สนับสนุนพรรคเดโมแครต อย่างCNN, MSNBC และสื่อองค์กรอื่น ๆ เช่น Daily Caller และ Washington Free Beacon และพบว่าฮอร์แกน เป็นผู้บริจาคที่เข้มแข็งให้กับวุฒิสภาสายเดโมแครตมาอย่างยาวนาน เคยทำงานประชาสัมพันธ์ที่บริสัน กิลเลต (Bryson Gillette) กับ เจน ซากีโฆษกทำเนียบขาวคนปัจจุบันมาก่อน