ปิยบุตร โหนข้ามโลก? ยุฝ่ายปชต. ช่วยทะลุแก๊ส อย่าให้สู้ตามลำพังเหมือน 45 ปีที่แล้ว!

556

ปิยบุตร โหนข้ามโลก? ยุฝ่ายปชต. ช่วยทะลุแก๊ส อย่าให้สู้ตามลำพังเหมือน 45 ปีที่แล้ว!

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (5 ตุลาคม 2564) นายปิยุบตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้พูดในวาระครบรอบ 45 ปี 6 ตุลาฯ โครงการ บันทึก 6 ตุลา – Documentation of Oct 6 ร่วมกับ พลเมืองตื่นรู้ – Active Citizens THA ในหัวข้อ “45 ปี มาตรา 112”

หลังจากนั้น นายปิยบุตร ก็ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กถึงกรณีมาตรา 112 ว่า ไม่ใช่กฎหมายอย่างเดียว แต่เป็นปฏิกิริยา-สัมพันธ์กับสถานการณ์ทางการเมือง โดยมีบางช่วงบางตอนได้พูดถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชน ซึ่งระบุว่า เรียกร้องทุกฝ่าย ช่วยผลักดันปฏิรูปสถาบันฯ ไม่ให้การเสียสละของเยาวชนสูญเปล่า

สิ่งที่ต้องทำคือต้องมีการพูดถึงประเด็นปฏิรูปสถาบันฯ จากทุกฝ่ายในสังคม แน่นอนว่าวิธีการพูดและสื่อสารของแต่ละ generation มีความแตกต่างกัน แต่การรณรงค์สื่อสารกับฝ่ายรอยัลลิสต์ให้กลับมาฟังบ้าง ต้องใช้วิธีการพูดที่แตกต่างกันไป ผมเห็นว่าตรงนี้อาจเป็นพื้นที่ที่นักวิชาการเข้าไปเติมได้ เช่น การอธิบายว่าเหตุใดแนวโน้มของการปกครองในประเทศไทยกำลังกลายเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์แบบซ่อนรูปมากกว่า Constitutional Monarchy
ประเด็นข้อสามต้องมีมู้ดและโทนการถกเถียงที่หลากหลาย ถ้ามีแต่เยาวชนที่พูด กลุ่มอื่นไม่ช่วยกันขยับ โทนของเยาวชนก็จะถูกผลักให้กลายเป็นพวกฮาร์ดคอร์ แต่ถ้าทุกคนช่วยกันพูดก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าคนรุ่นไหนเก่งกว่าใคร แต่ทุกฝ่ายต้องเดินไปด้วยกัน แม้แต่พูดว่าปฏิรูปยังไม่พอ ก็ต้องยอมรับว่ามีคนที่เริ่มคิดถึงรูปของรัฐแบบอื่น หากมีคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดแบบนี้และคนรุ่นเก่าก็มีความคิดคนละทาง ต้องหาทางออกร่วมกันว่าจะอยู่ร่วมกันต่อไปอย่างไร
“สำหรับผมคนรุ่นใหม่เสียสละเอาชีวิตและร่างกายเข้าไปเสี่ยงคุก เสี่ยงตาราง เขาไม่มีความกลัวเหลืออยู่แล้ว ดังนั้นผมเห็นว่าไม่ควรปล่อยให้ไฟนี้มอดดับไป พูดอย่างตรงไปตรงมา หากวันหนึ่งรัฐเอาจริงขึ้นมา เราไม่มีทางสู้รัฐได้เลย แม้วิธีคิดของเยาวชนยังอยู่ แต่จะโดนบทขนยี้จนไม่สามารถแสดงออกได้เลย เหมือน 45 ปีที่แล้ว ที่ขบวนการนักศึกษาก้าวขึ้นไปสูงมาก แล้วถูกบดขยี้จนหายไปนานเลย ดังนั้น กลุ่มที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยทั้งหมดต้องช่วยกันทำให้ขบวนการรอบนี้เดินหน้าสู้ต่อไปได้ อย่าปล่อยให้เยาวชนสู้ตามลำพัง”
อย่างไรก็ตาม ย้อนไปก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมาที่นายปิยบุตร ได้เดินทางไปที่ประเทศฝรั่งเศส โดยบอกว่า เรื่องราวการกลับมาปารีสในรอบ 18 เดือน การเดินทางครั้งนี้ ผมมาเยี่ยมภรรยา-ครอบครัว แต่ยังจะเขียนงาน เผยแพร่ความรู้ ทำงานความคิดต่อไป ส่วนไอโอไม่ต้องปล่อยข่าวมั่ว ช่วง ก.ย. ผมกลับประเทศไทยแน่นอน เพราะผมชอบเพลง J’ai deux amours ของ Josephine Baker”
ซึ่งขณะนี้ คาดว่า นายปิยบุตร ยังไม่ได้กลับมาประเทศไทยและไม่ได้ไปร่วมงานรำลึก 45 ปี 6 ตุลา ก็ทำให้หลายคนได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีที่นายปิยุบตร ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ว่าจะกลับภายในเดือนกันยายน 2564 แต่ตอนนี้คาดว่า น่าจะยังไม่ได้กลับมา โดยมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า “….ส่วนไอโอไม่ต้องปล่อยข่าวมั่ว ช่วง ก.ย. ผมกลับประเทศไทย #แน่นอน เพราะผมชอบเพลง……..” ตอนนี้ ต.ค. คงไม่ได้หมายถึง ก.ย. 65 นะจ๊ะ คิดถึงจุง นะจ๊ะ
ก็เหมือนจานปิบูดนั่นละ ออกมานำขบวนเองเลยชวนนายทอนด้วย อย่ามัวแต่หลบหลังเด็กรุ่นใหม่เลย ยุเด็กๆ จนเด็กมันเบื่อ เสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง ตัวเองนั่งยุในเฟสนี่น่ะ ใครเขาจะเชื่อถือจานล่ะ กลับมาๆ
คุณปิยบุตร ครับ ในเมื่อคุณปิยบุตร มีเป้าประสงค์ถาวรในเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ กระผมสนทนามาถึงคุณปิยบุตร ด้วยคิดบวกนะครับ คุณปิยบุตร นั่นแหละออกมานำอย่างถาวรและประกาศให้ดังและชัดเจนในที่สาธารณะเปิด อย่าแสดงทัศนะในห้องปิดและหรือผ่านสื่อมวลชน แล้วคุณปิยบุตรต้องการปฏิรูปแบบใด แบบคุณปิยบุตรคิดเอง หรือแบบ ปฏิวัติโค่นล้มสถาบันกษัตริย์ในฝรั่งเศส ก็เอาเอาชัดเจน อย่าเป็นเพียงนักวิชาการนักคราบนักการเมือง เมื่อกล้าคิดอย่างถาวรก็กล้าเปิดต่อสาธารณะไปเลยครับ อยากเห็นของจริง อย่าพูดเสมือนตำหนิว่า สังคมไม่ช่วยคุณปิยบุตร เรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ คุณปิยบุตร ต้องเริ่มก่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง สิครับ.
.. **เรียนว่าความคิดข้างต้นคิดอย่างสุจริตชน ไม่มีอคติครับ.