จีนตอกหน้าเมกาอย่าเสี้ยม!?!ส่งบินรบโฉบไต้หวัน 3 วันกว่า 100 ลำ ย้ำแยกประเทศคือสงคราม

801

ในช่วงวันหยุดวันชาติ กองทัพจีนได้ส่งเครื่องบินรบ รวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดโฉบเข้าเขตป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวัน 3 วันรวมกว่า 100 ลำ เป็นสถิติใหม่ที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ว่าจีนทำกิจกรรมทางทหาร เป็นการยั่วยุบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ทั้งย้ำว่า “ความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ หนุนไต้หวันนั้นแข็งแกร่ง” ฝ่ายการต่างประเทศของไต้หวันรีบแสดงความขอบคุณต่อฝ่ายบริหารของไบเดนทันที แน่นอนทางการจีนตอบโต้ดุเดือดว่า อดีตอยู่กันมาสันติแต่ปัจจุบัน สหรัฐและญี่ปุ่นได้เข้ามาแทรกแซงหนุนหลังกลุ่มคนแบ่งแยกดินแดนในไต้หวัน ทำให้สถานการณ์ในช่องแคบไต้หวันวันนี้ไม่มีวันเหมือนเดิม

เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม 2564 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กระทรวงกลาโหมของไต้หวันแถลงว่าไต้หวัน ได้ส่งเครื่องบินขึ้นบินประกาศคำเตือนต่อเครื่องบินของจีน ที่เข้ามาในเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (เอดีไอแซด) ของไต้หวัน โดยเครื่องบินของจีน นอกจากเครื่องบินขับไล่ 36 ลำแล้ว ยังรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดเอช-6 ที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ 12 ลำ และเครื่องบินชนิดอื่นๆทั้งหมดรวมเป็น 52 ลำทำลายสถิติ ก่อความวิตกกังวลอย่างกว้่างขวางแก่รัฐบาลไช่ อิงเหวิน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันศุกร์ที่ 1 ต.ค. ซึ่งตรงกับวันชาติของจีน กองทัพอากาศจีนส่งเครื่องบินรบ 38 ลำรุกเข้าเขตเอดีไอแซดของไต้หวัน จากนั้นในวันเสาร์ที่ 2 ต.ค.ได้ส่งเครื่องบินรบรุกน่านฟ้าไต้หวันอีกครั้ง คราวนี้เพิ่มเป็น 39 ลำ ซึ่งเป็นสถิติมากที่สุด และทำให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ในวันต่อมา แสดงความกังวลอย่างมากกับกิจกรรมทางทหารของจีน 

ทั้งนี้ เอดีไอแซดไม่ใช่น่านฟ้าอาณาเขต แต่เป็นการกำหนดเขตป้องกันภัยทางอากาศขึ้นเองของไต้หวัน ซึ่งกินอาณาเขตทับซ้อนกับเอดีไอแซดของจีน และบางจุดล้ำเข้าไปในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย    

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ด้านสำนักข่าวโกลบอลไทมส์ของจีน รายงานคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศจีน ตอบโต้สหรัฐว่า สหรัฐคือฝ่ายที่ยั่วยุและทำอันตรายต่อสันติภาพในภูมิภาคนี้ ด้วยการขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน และส่งเรือรบหลายลำแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันอย่างสม่ำเสมอ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศหว่า ชุนหยิง (Hua Chunying) กล่าวในแถลงการณ์ว่า “จีนจะใช้มาตรการตอบโต้ที่จำเป็นทั้งหมด และบดขยี้แผนการ ‘เอกราชของไต้หวัน’ อย่างเด็ดขาด”

นับตั้งแต่ไช่ อิงเหวิน ชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อปี 2559 โดยเธอยืนกรานปฏิเสธไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของ “จีนเดียว” และแสดงเจตนารมย์ประกาศอิสระภาพแยกจากจีนแผ่นดินใหญ่อย่างแข็งขัน โดยมีสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก แสดงจุดหนุนหนุนหลังอย่างออกนอกหน้า

บทบรรณาธิการได้เผยแพร่บทความว่า ถึงเวลาเตือนผู้แบ่งแยกดินแดนของไต้หวันและผู้ปลุกระดมอย่างสหรัฐว่า สงครามมีจริงจีนไม่ขู่ และพร้อมยืนหยัดตอบโต้การแทรกแซงอธิปไตยของศัตรูอย่างเด็ดเดี่ยว

การดำเนินการอย่างเข้มข้นของกองทัพอากาศ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนหรือ PLA ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเตือนที่รุนแรงต่อพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ที่นำโดยปธน.ไช่ อิงเหวิน ซึ่งมีนโยบายแบ่งแยกดินแดนเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงความรุนแรงของสถานการณ์ทั่วช่องแคบไต้หวัน และในขณะเดียวกันก็ให้ความชัดเจน ต่อผู้ให้การสนับสนุนการแบ่งแยกนี้ว่า จีนจะไม่ทน

บรรยากาศที่สงบสุขที่เคยมีในพื้นที่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้หายมลายสิ้นไปหมด และเจ้าหน้าที่พรรค DPP ได้เรียกเครื่องบินรบของ PLA อย่างเปิดเผยว่าเป็น “เครื่องบินของศัตรู” อย่างเต็มปาก พวกเขามักจะอ้างว่าพวกเขาอยู่แถวหน้าของโลกที่เรียกว่าประชาธิปไตยเพื่อต่อต้าน “การปกครองแบบเผด็จการ”ของแผ่นดินใหญ่  นี่คือการสมรู้ร่วมคิดเชิงกลยุทธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น ทำให้ เจ้าหน้าที่ พรรคDPPแห่งไต้หวัน  เริ่มมีความกล้ามากขึ้น ในการท้ารบกับจีนอย่างฮึกเหิมสถานการณ์ทั่วช่องแคบไต้หวัน กลายเป็นพื้นที่แห่งการเผชิญหน้า กลายเป็นจุดวาบไฟที่สร้างโอกาสให้สงครามเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

กองกำลังแบ่งแยกดินแดนบนเกาะจะไม่มีวันได้รับอนุญาตให้แยกไต้หวันออกจากจีนภายใต้ชื่อใด ๆ หรือ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดและ 

หลังจากที่ไช่ อิงเหวิน เข้ารับตำแหน่งปธน. สถานะที่เป็นอยู่ของความร่วมมืออย่างสันติทั่วช่องแคบไต้หวันก็หยุดชะงัก รัฐบาลสหรัฐฯ และพรรค DPP กำลังพยายามบูรณาการเชื่อมโยงเกาะนี้ เข้ากับยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าต่อต้านจีน  จีนแผ่นดินใหญ่จะไม่ทนต่อการรวมตัวของเกาะและสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นอน

การซ้อมรบทางทหารของ PLA ในช่องแคบไต้หวันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการประกาศอธิปไตยของจีนเหนือเกาะอีกต่อไป  แต่จะดำเนินการในรูปแบบต่างๆ ในการระดมกำลัง การโจมตี และการเตรียมการด้านลอจิสติกส์ที่จำเป็นในการยึดเกาะไต้หวันกลับคืนมา โดยไม่ละทิ้งความพยายามในการรวมชาติอย่างสันติ มันได้กลายเป็นความคิดเห็นสาธารณะกระแสหลักใหม่เกี่ยวกับจีนแผ่นดินใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าแผ่นดินใหญ่ควรเตรียมการอย่างจริงจังโดยพิจารณาจากความเป็นไปได้ของการต่อสู้ เพราะมีคนภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง

ครั้งนี้จีนต้องการเตือนเจ้าหน้าที่พรรค DPP และสหรัฐว่า อย่าเล่นกับไฟต่อไป จีนแผ่นดินใหญ่ได้เตรียมใช้กำลัง ต่อต้านกองกำลังแบ่งแยกดินแดนของไต้หวันอย่างจริงจังกว่าที่เคยเป็นมา นั่นหมายถึง จีนพร้อมแล้ว เจรจาไม่ชอบ รบเป็นรบ!!