“โคกหนองนา” ไม่ได้ช่วยแค่สุโขทัยรอดมหาอุทกภัย! พบเคยช่วย “กำแพงเพชร” พ้นน้ำท่วมใหญ่มาแล้ว!

3190

“โคกหนองนา” ไม่ได้ช่วยแค่สุโขทัยรอดมหาอุทกภัย! พบเคยช่วย “กำแพงเพชร” พ้นน้ำท่วมใหญ่มาแล้ว!

จากกรณีของสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง อย่างจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย ทำให้บ้านเรือนประชาชนหลายหลังคาเรือนถูกน้ำท่วมขัง ในขณะเดียวในโลกออนไลน์ก็ได้มีการแชร์ภาพ โครงการโคกหนองนา โดยบอกว่าเป็นพื้นที่ในจ.สุโขทัย

โดยทางเพจ หม่อมหลง ได้โพสต์ภาพ พร้อมกับข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในจ.สุโขทัย และได้ปรากฎภาพพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วม ซึ่งรอดมาได้เพราะศาสตร์พระราชา โดยระบุข้อความว่า #ศาสตร์ของพระราชา โคกหนองนา สุโขทัย รอดพ้นมหาอุทกภัยได้อย่างน่าทึ่ง

โคก-หนอง-นา โมเดล คือ การจัดการพื้นที่ซึ่งเหมาะกับพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่อยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติในพื้นที่นั้นๆ โคก-หนอง-นา โมเดล เป็นการที่ให้ธรรมชาติจัดการตัวมันเองโดยมี มนุษย์เป็นส่วนส่งเสริมให้มันสำเร็จเร็วขึ้น อย่างเป็นระบบ
โคก-หนอง-นา โมเดล ซึ่งเป็นแนวทางทำเกษตรอินทรีย์และการสร้างชีวิตที่ยั่งยืน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
1. โคก: พื้นที่สูง
– ดินที่ขุดทำหนองน้ำนั้นให้นำมาทำโคก บนโคกปลูก “ป่า 3อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตามแนวทางพระราชดำริ
– ปลูกพืช ผัก สวนครัว เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ทำให้พออยู่ พอกิน พอใช้ พอร่มเย็น เป็นเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน ก่อนเข้าสู่ขั้นก้าวหน้า คือ ทำบุญ ทำทาน เก็บรักษา ค้าขาย และเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย
– ปลูกที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศ

2. หนอง: หนองน้ำหรือแหล่งน้ำ
– ขุดหนองเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้งหรือจำเป็น และเป็นที่รับน้ำยามน้ำท่วม (หลุมขนมครก)
– ขุด “คลองไส้ไก่” หรือคลองระบายน้ำรอบพื้นที่ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยขุดให้คดเคี้ยวไปตามพื้นที่เพื่อให้น้ำกระจายเต็มพื้นที่เพิ่มความชุ่มชื้น ลดพลังงานในการรดน้ำต้นไม้
– ทำ ฝายทดน้ำ เพื่อเก็บน้ำเข้าไว้ในพื้นที่ให้มากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่โดยรอบไม่มีการกักเก็บน้ำ น้ำจะหลากลงมายังหนองน้ำ และคลองไส้ไก่ ให้ทำฝายทดน้ำเก็บไว้ใช้ยามหน้าแล้ง
– พัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ทั้งการขุดลอก หนอง คู คลอง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง และเพิ่มการระบายน้ำยามน้ำหลาก
3. นา:
– พื้นที่นานั้นให้ปลูกข้าวอินทรีย์พื้นบ้าน โดยเริ่มจากการฟื้นฟูดิน ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน คืนชีวิตเล็กๆ หรือจุลินทรีย์กลับคืนแผ่นดินใช้การควบคุมปริมาณน้ำในนาเพื่อคุมหญ้า ทำให้ปลอดสารเคมีได้ ปลอดภัยทั้งคนปลูก คนกิน
– ยกคันนาให้มีความสูงและกว้าง เพื่อใช้เป็นที่รับน้ำยามน้ำท่วม ปลูกพืชอาหารตามคันนา โดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้มีการขับเคลื่อนโครงการ ตามแนวทาง “โคก หนอง นา โมเดล” ทุกหมู่บ้าน
สำหรับโครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” เกิดจากความร่วมมือของ ปตท.สผ. โครงการเอส 1 และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร และน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้เกษตรกรใน จ.กำแพงเพชร และ จ.สุโขทัย เกิดความตระหนักและนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานมาเข้าสู่ปีที่ 4
โดยในจังหวัดกำแพงเพชรมีตัวอย่างความสำเร็จของเกษตรกรและคนรุ่นใหม่สนใจใช้ศาสตร์พระราชาเป็นแนวทางปฏิบัติพัฒนาพื้นที่ด้วย “โคก หนอง นา โมเดล” ทำให้รอดในทุกวิกฤติ และช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ
โดยทาง นายวีระวัฒน์ อ่วมสร้อย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการผลิตโครงการเอส 1 กล่าวว่า จากการที่โครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” ขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนแก่ชุมชนในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2561 ปตท.สผ.ส่งเสริมโมเดลต้นแบบที่สถาบันเศรษฐกิจพอเพียงและมูลนิธิกสิกรธรรมชาติน้อมนำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงผสมกับภูมิปัญญาพื้นบ้าน ซึ่งระยะแรกสนับสนุนเกษตรกรในกำแพงเพชรเข้ารับการอบรมสร้างความรู้และลงมือปฏิบัติจริงในแปลงต้นแบบ 4 แปลง จากความสำเร็จในแปลงต้นแบบ ทำให้ชาวบ้านพึ่งพาตัวเองได้ มีน้ำใช้และยังแบ่งปันได้
ในปี 2563 ได้มีการขยายผลสร้างคนสร้างแปลงตัวอย่างที่ทำโคก หนอง นา โมเดล เพิ่มเติมใน จ.สุโขทัย 5 แปลง และ จ.กำแพงเพชรอีก 2 แปลง ปัจจุบันรวมมีแปลงเกษตรที่ต่อยอดศาสตร์พระราชาแล้ว 11 แปลง งบที่ ปตท.สผ.สนับสนุนกว่า 1.6 ล้านบาท นอกจากนี้ เพื่อบริการจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ให้กลุ่มเกษตรกรมีน้ำใช้ มีผลผลิตเพิ่มรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ ปตท.สผ.เพิ่มโครงการธนาคารน้ำใต้ดินจังหวัดกำแพงเพชรจำนวน 3 แปลงด้วย
ทุกวันนี้เกษตรกรสามารถต่อยอดและยืนด้วยขาของตัวเองได้โดยเฉพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ ทุกแปลงที่ทำโคก หนอง นา และธนาคารน้ำจะเป็นต้นแบบ ขยายผลเชื่อมโยงเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับนโยบาย ซึ่งธนาคารน้ำใต้ดินที่กระจายทั่วพื้นที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งได้ทั้ง 2 โครงการ ปตท.สผ.จะติดตามผลการทำงานอย่างต่อเนื่องและพร้อมปรับเปลี่ยนแผนให้เหมาะสม