จีนเปิดหลักฐาน!?! สหรัฐชักใย3กีบฮ่องกง พบให้ทุนผ่าน NED

297

กระทรวงการต่างประเทศจีน แผยแพร่ “บันทึกทางอาญา” ด้วยตัวอย่างรายละเอียด 102 ตัวอย่างที่สหรัฐฯ แทรกแซงกิจการฮ่องกงของจีนอย่างโจ่งแจ้งตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งออกเป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ถือเป็นการตอบโต้และเตือนอย่างจริงจังต่อสหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการออกกฎหมายมาตรา 23 เพื่อหยุดยั้งการแทรกแซงของต่างประเทศ แห่งกฎหมายพื้นฐานของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเข้าสู่วาระทางกฎหมายหลังเดือนธันวาคมนี้ 

นอกจากนี้รายงานระบุให้เห็นว่า National Endowment for Democracy ซึ่งเป็นหน่วยงานแนวหน้าของ CIA เป็นผู้ให้ทุนและฝึกอบรมนักเคลื่อนไหวต่อต้านปักกิ่งในฮ่องกง ตลอดจนสนับสนุนขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่มีความรุนแรงภายใต้การต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชน

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2564 จ้าว ลี่เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะบ่อนทำลายความมั่งคั่งและเสถียรภาพของฮ่องกง และยับยั้งการพัฒนาของจีนด้วยการเล่น “ไพ่ฮ่องกง” จะไม่ประสบความสำเร็จ สหรัฐฯ จะต้องไม่สนับสนุนกองกำลังต่อต้านจีนในฮ่องกงแต่อย่างใด มิฉะนั้น มันจะเป็นการยิงใส่ตัวเองที่เท้าและทำลายผลประโยชน์ของตนเองในฮ่องกงอย่างร้ายแรง จีนจะเดินหน้าตอบโต้การแทรกแซงของสหรัฐฯ ในกิจการฮ่องกงอย่างแข็งขันและเข้มแข็งต่อไป 

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

กระทรวงการต่างประเทศจีนได้ออกเอกสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแทรกแซงกิจการฮ่องกงของสหรัฐฯ และวิธีที่สหรัฐฯ สนับสนุนกองกำลังต่อต้านจีนในภูมิภาคฮ่องกง มีรายละเอียดการเคลื่อนไหวแทรกแซงของสหรัฐฯ ตั้งแต่ต้นปี 2019 ซึ่งรวมถึงการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับฮ่องกง การกำหนดมาตรการคว่ำบาตร การป้ายสีรัฐบาลฮ่องกงและกองกำลังตำรวจ การป้องกันและสนับสนุนกองกำลังต่อต้านจีนที่พยายามทำให้ฮ่องกงปั่นป่วนไม่มั่นคง และร่วมมือกับพันธมิตรตะวันตก เพื่อกดดันจีน 

รายงานขนาดยาวระบุข้อเท็จจริงหลัก 5 ประการ รวม 102 ตัวอย่าง ประการแรกคือการที่สหรัฐฯ ได้ตรากฎหมายและกำลังพิจารณาการกระทำ ร่างกฎหมาย หรือมติที่เกี่ยวข้องกับฮ่องกง 8 ฉบับตั้งแต่ปี 2019 เพื่อพยายามลบล้างนโยบายของจีนเกี่ยวกับเขตปกครองพิเศษฮ่องกงและเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในของจีน

ตัวอย่างล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2564สกอตต์ เพอร์รี ผู้แทนพรรครีพับลิกันสหรัฐฯ  ได้เสนอกฎหมายเสรีภาพฮ่องกง โดยเรียกร้องให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รับรองเขตปกครองพิเศษ HKSARชื่อเต็มว่า the Hong Kong Special Administrative Region of the People’s Republic of China ว่าให้เป็น “ประเทศอิสระที่แยกจากฮ่องกง” และยังไม่ได้ถูกตีตกไปจากรัฐสภา

ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรหลายครั้งเพื่อขัดขวางการดำเนินการตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของจีนในภูมิภาคฮ่องกง และการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องของสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) 

รายงานดังกล่าวยังระบุการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้อง 14 กรณี รวมถึงการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนและสถาบันการเงิน และการห้ามส่งออกอุปกรณ์ของสหรัฐฯ ไปยังฮ่องกง 

มีรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับกรณีแทรกแซง ยังรวมถึงนักการเมืองและหน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐฯ ที่เคยตั้งข้อกล่าวหาต่อกิจการฮ่องกงและการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายของตำรวจฮ่องกงอย่างไม่มีมูลซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

สหรัฐฯ ยังปกป้องและสนับสนุนผู้ที่ต่อต้านจีน และพยายามทำให้ภูมิภาคฮ่องกงไม่มั่นคง โดยใช้ฮ่องกงเป็นเวทีสำหรับพวกเขาในการสนับสนุน “การแยกตัวเป็นอิสระของฮ่องกง” และเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนทางการเมือง และให้เหตุผลกับการกระทำของผู้ฝ่าฝืนกฎหมายด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริงและทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณะ

 

ในปี 2019 เพียงปีเดียว นักการเมืองอเมริกัน รวมทั้งรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ และประธานสภาผู้แทนราษฎรแนนซี เปโลซี พบกับฝ่ายค้านฮ่องกง 10 ครั้งในหลายโอกาส 

เอกสารข้อเท็จจริงยังมีหลักฐาน 11 ชิ้นที่ระบุว่าสหรัฐฯ สมรู้ร่วมคิดกับบางประเทศเพื่อกดดันและร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อแทรกแซงกิจการฮ่องกง

นักวิเคราะห์ฮ่องกงกล่าวว่านี่เป็นครั้งแรกที่จีนในนามของกระทรวงการต่างประเทศได้ออกเอกสารข้อเท็จจริงที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการแทรกแซงกิจการฮ่องกงของสหรัฐฯอย่างเปิดเผย  ระหว่างเกิดความวุ่นวายทางสังคมในปี 2019 ซึ่งทำหน้าที่เป็นการตอบโต้และเตือนสหรัฐฯ อย่างรุนแรง

Lawrence Tang Fei สมาชิกสมาคม Chinese Association of Hong Kong and Macao Studies กล่าว ว่าเอกสารข้อเท็จจริงต่างจากคำกล่าวหรือจุดยืนทั่วไปที่ใช้หลักฐานโดยละเอียดเพื่อพิสูจน์และหักล้างการแทรกแซงของสหรัฐฯ ทำให้การประณามของจีนหนักแน่นและเป็นไปได้มากขึ้น