ชาติต้องการภาวะผู้นำ! ขอนายกฯยื่นศาลตัดสินแก้รธน. อย่านำเผือกร้อนทูลเกล้าฯ-ทั้งช่วยหยุดครหา!

1179

ชาติต้องการภาวะผู้นำ! ขอนายกฯยื่นศาลตัดสินแก้รธน. อย่านำเผือกร้อนทูลเกล้าฯ-ทั้งช่วยหยุดครหา!

จากกรณีที่รัฐสภาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ … พ.ศ… เรื่องการเลือกตั้งจากบัตรหนึ่งใบไปสู่บัตรสองใบ ภายหลังที่ประชุมร่วมรัฐสภา มีมติเห็นชอบผ่าน 3 วาระรวดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นการ ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และกำหนดจำนวน ส.ส. ทั้งหมด 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 100 คน

ล่าสุดทางด้าน นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า

จากการที่รัฐบาลได้ผ่านร่าง #แก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ที่จะแก้ไขระบบเลือกตั้งเป็นบัตร 2 ใบ และกำหนดจำนวน ส.ส.เป็น 400 และ100 คน ต่อมา ส.ส.และ ส.ว. ส่วนหนึ่ง พยายามจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ไม่สามารถรวบรวมเสียงได้เพียงพอ จึงไม่สามารถยื่นได้ และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ทำหนังสือถึง นายชวน หลีกภัยประธานรัฐสภา และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อน ตามด้วยนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ
ปรากฏว่าขณะนี้ ประธานรัฐสภาได้ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาตัดสินใจภายใน 5 วันว่าจะยื่น ให้ ในหลวงลงพระปรมาภิไธย ประเด็นคือนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปดี
“ผมขอเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาว่า ถ้ายื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พล.อ.ประยุทธ์ จะมีแต่ได้กับได้ เพราะศาลวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขขัดรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นฝ่ายได้ แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขผ่านได้พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะเป็นฝ่ายได้เช่นกัน ที่รอบคอบให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยกลั่นกรองให้ก่อน นำขึ้นทูลเกล้าให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพระปรมาภิไธย แต่ถ้าไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ นำร่างขึ้นทูลเกล้าเลย
พล.อ.ประยุทธ์ จะมีแต่เสียกับเสมอตัว เพราะถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ แล้วผลปรากฏว่า ศาลวินิจฉัยว่า ร่างแก้ไขขัดรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะเป็นฝ่ายเสียถูกโจมตีว่า ทั้งๆที่รู้ว่าร่างแก้ไขไม่สมบูรณ์ ไม่พิจารณาให้รอบคอบ กลับนำร่างแก้ไขขึ้นทูลเกล้า แต่ถ้าผลปรากฏว่า ศาลวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขผ่านได้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เสมอตัว”
ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ อาจจะถูกกล่าวหาว่า ไม่จริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เตะถ่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ความเป็นจริงการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านเร็วขึ้น เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาไม่เกิน 90 วันในการวินิจฉัย ดังนั้น การยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบความถูกต้องก่อนจะเสียเวลาเพียง 30 วัน เพราะถ้าศาลรัฐธรรมนูญกลั่นกรองแล้วว่า ร่างแก้ไขไม่ขัด เมื่อนายกฯ ยื่นทูลเกล้า พระองค์ท่านสามารถลงพระปรมาภิไธยได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้านายกไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญก่อน กลับนำร่างยื่นทูลเกล้าเลย กลับเป็นการโยนเผือกร้อนให้พระองค์ท่านและองคมนตรี ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาถึง 90 วันกว่าพระองค์ท่านจะทรงลงพระปรมาภิไธย
” ผมขอย้ำว่านายกรัฐมนตรีต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญโดยด่วน เพื่อให้การวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่านำเผือกร้อนยื่นทูลเกล้าต่อพระองค์ท่านทั้งทั้งที่รู้ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้มีความไม่สมบูรณ์อยู่หลายประการ #ชาติต้องการภาวะผู้นำของนายก #นายกยื่นศาลมีแต่ได้กับได้”