นับถอยหลัง!?!เลือกตั้งทั่วไปเยอรมนี อำลา 16 ปีนางสิงห์อังเกลา แมร์เคิล

220

การเลือกตั้งทั่วไปเยอรมันจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ยที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเป็นการสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งที่ยาวนานของนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “นางสิงห์แห่งยุโรป” ที่ดำรงตำแหน่งนานถึง 16 ปีและขึ้นชื่อในเรื่องการเปิดประเทศรับคลื่นผู้อพยพเกือบ 1 ล้านคนเข้าประเทศเมื่อปี 2015 และผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดเปิดเผยว่า พรรคโซเชียลเดโมแครตของเยอรมนีซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมของนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ยังได้รับคะแนนนำเพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งสหพันธรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ย2564  เป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีเยอรมันคนปัจจุบันนางอังเกลา แมร์เคิลจะไม่ลงรับสมัครเลือกตั้งเพื่อทำหน้าที่ต่อ โดยตัดสินใจสิ้นสุดการทำหน้าที่หลังจากนั่งอยู่ในตำแหน่งมาอย่างยาวนานถึง 16 ปีตั้งแต่ปี 2003 เพื่อเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศจะยังคงอยู่ต่อไปโดยไม่ต้องสนใจว่าใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งทั่วไป

ท่ามกลางพันธมิตรชาติตะวันตกที่เฝ้าดูอย่างวิตกกังวลถึงความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งที่จะตามมาและสัปดาห์การต่อรองที่ยาวนานของพรรคการเมืองต่างๆของเยอรมนี

สำหรับพรรคกลุ่ม CDU-CSU (Christian Democratic Union of Germany and the Christian Social Union in Bavaria)ที่สนับสนุนแมร์เคิลเดิมพันนี้ดูเหมือนจะสูงกว่าพรรคอื่นๆ  บรรดาผู้สมัครต่างปะทะคารมณ์กันบนเวทีดีเบททางโทรทัศน์ครั้งสุดท้าย โดยมีพรรค SPD ขึ้นนำอย่างเฉียดฉิว

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

โพล FGW สำหรับการดีเบททางสถานีโทรทัศน์ ZDF แสดงการสนับสนุนของพันธมิตร CDU-CSU ซึ่งมี อาร์มิน ลาสเชต( Armin Laschet) เป็นผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเยอรมันคนใหม่ มีคะแนนนำอยู่ที่ 23%

พรรคโซเชียล เดโมแครตส์(Social Democrats) พยายามที่จะรักษาการนำของตัวเองแต่ก็แค่เท่านั้น โดยโพล FGW ให้พรรคกลางซ้ายเยอรมันที่ส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคือ รัฐมตรีคลังเยอรมัน โอลาฟ โชลซ์(Olaf Scholz) ได้คะแนนสนับสนุนไม่เปลี่ยนอยู่ที่25%

และพรรคกรีนส์(The Greens) ที่มีบทบาทในรัฐบาลเยอรมันชุดใหญ่ได้คะแนนขึ้นมาอีกครึ่งเปอร์เซนต์ อยู่ที่ 16.5% ส่วนพรรคสนับสนุนธุรกิจ ฟรี เดโมแครตส์( Free Democrats) หรือ FDP มีคะแนนคงที่ 11%

ในการดีเบทครั้งนี้ ต่างอภิปรายในประเด็นภาษี หนี้สาธารณะ และนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเด็นความเห็นเกี่ยวกับจีนซึ่งมีความเห็นที่แตกต่างกันในขั้นพื้นฐานที่แสดงให้เห็นว่าอาจเป็นการยากที่จะทำให้เกิดรัฐบาลผสมขึ้น

CNN ชี้ว่าไม่ว่าใครจะขึ้นมารับตำแหน่งแทนแมร์เคิลแต่สิ่งหนึ่งที่จะสามารถกล่าวได้คือโลกจะต้องคิดถึงความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่องของเธอซึ่งเธอถูกขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งยุโรป”

โดย ราล์ฟ โบลมานน์ (Ralph Bollmann) ผู้แต่งชีวประวัติของอังเกลา แมร์เคิล แสดงความเห็นกับสื่อสหรัฐฯว่า “ผมคิดว่ามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันทั้งในเยอรมันและต่างประเทศคือ เธอ(อังเกลา แมร์เคิล)ถูกมองว่าเป็นผู้ให้หลักประกันแก่ความมีเสถียรภาพ และในอนาคตข้างหน้าจะมีหลายคนที่มองย้อนกลับมาที่ช่วงเวลานี้ ที่อาจจะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของการมีเสถียรภาพ”

ชื่อเสียงของแมร์เคิลต่อความเป็นผู้นำในระดับนานาชาติเกิดขึ้น ตั้งแต่ช่วงหน้าร้อนปี 2015 เมื่อมีผู้อพยพหลายแสนคนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลัดถิ่นในสงครามกลางเมืองซีเรียได้อพยพหนีเข้าสู่ยุโรป ขณะที่ผู้นำชาติสมาชิกยุโรปคนอื่นๆต่างพยายามคัดค้านผู้อพยพเข้าสู่ดินแดนสหภาพยุโรป แต่แมร์เคิลเป็นเพียงคนเดียวที่เชื่อว่าเป็นช่วงเวลาของการแก้ไขวิกฤตทางมนุษยธรรม

“เยอรมันเป็นประเทศที่แข็งแกร่ง พวกเราประสบความสำเร็จมากมาย เราสามารถทำได้! เราจะทำสิ่งนี้และหากมีอะไรที่ขวางพวกเราจะข้ามมันไป”

เป็นคำปราศรัยที่โด่งดังของแมร์เคิลในงานแถลงข่าวปี 2015 เกี่ยวกับการเปิดประเทศให้ผู้อพยพเข้ายุโรป และทำให้ในที่สุดเยอรมันต้อนรับผู้อพยพจำนวน 1.2 ล้านคนในอีก 1 ปีครึ่ง หลังจากที่ผู้นำหญิงเยอรมันประกาศเปิดประเทศต้อนรับผู้อพยพทำให้มีประชาชนเยอรมันจำนวนมากต่างออกมาต้อนรับผู้ลี้ภัยพร้อมอาหารและเสื้อผ้า มีบางส่วนให้ที่พักอาศัยหรือหางานให้ทำ

และเมื่อวิกฤตโรระบาดใหญ่ไปทั่วโลกเมื่อต้นปี 2020 พบว่าแมร์เคิลเป็นหนึ่งในผู้นำโลกกลุ่มแรกที่ยอมรับว่าไวรัสโควิด-19ระบาดอย่างกว้างขวางและเป็นภัยต่อระบบสาธารณสุขประเทศ และจัดการปัญหาอย่างมั่นใจก่อน

สื่อสหรัฐฯชี้ว่า การที่แมร์เคิลออกจากตำแหน่งอาจทำให้เกิดการสั่นสะเทือนความเป็นผู้นำของเยอรมันภายในกลุ่มสหภาพยุโรป โดยผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานุแอล มาครง เฝ้ามองด้วยความคาดหวังว่าการจากไปแมร์เคิลจะเป็น “โอกาส” ที่เขาจะสามารถเพิ่มอิทธิพลฝรั่งเศสขึ้นภายในกลุ่มสหภาพยุโรป และทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นชาติผู้นำในระดับภูมิภาคแทนที่เยอรมัน