อดีตบิ๊กข่าวกรองฯแฉปีแยร์จอมเผด็จการ ตะเพิดใครชอบน่าย้ายไปอยู่ฝรั่งเศส

2489

จากที่วันนี้(2 ต.ค.63) นันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงคนบางคนที่จ้องจะล้มสถาบัน มีเนื้อหาดังนี้

จ้องแต่จะล้มสถาบัน

คนบางคนเรียนจบนอก​ เห่อแต่ของนอก​ ของเหม็นก็ว่าหอม​ ขอให้เป็นของนอก​ อะไรก็ดูดีไปหมด

ท่องแต่ความเก่งของปิแยร์ ว่าสามารถโค่นล้มพระเจ้าหลุยส์ที่​ 16 ได้​ ต้องพูดความจริงด้วยว่า​ รอแบปิแยได้กลายเป็นจอมเผด็จการ​ สั่งฆ่าคนไปมากกว่าพันคน​ ยุคสมัยที่ปิแยมีอำนาจทำให้ฝรั่งเศสจากเมืองที่สวยงาม​ ผู้คนน่ารัก​ กลายเป็นยุคสมัยแห่งความน่าสะพึงกลัว​ และสุดท้าย​ ปิแยร์ก็ถูกเพื่อนประหารชีวิตตัดหัวขาดเหมือนกัน​ เพราะความไม่เคารพสิทธิของคนอื่น

ประวัติศาสตร์ของชาติอื่นไม่ต้องมาบอกคนไทย​ กลิ่นนมเนยขนมปังบาแกตคนไทยไม่หลงไหล​

ใครชื่นชอบบาแกต​ ไม่ชอบแกงเผ็ด​แกงเขียวหวาน​ ก็น่าจะย้ายไปอยู่ฝรั่งเศสเสีย

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้คือเมื่อวันที่ 1 ต.ค.63 มีความเคลื่อนไหวของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กในเรื่องราวของการปฏิวัติฝรั่งเศส โดยได้ทำการหยิบสุนทรพจน์ของ “มักซีมีเลียง รอแบสปีแยร์” นักการเมืองฝรั่งเศส ที่มีบทบาทที่สุดในช่วงการปฏิวัติ ล้มล้างพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 โดยได้โพสต์ข้อความดังต่อไปนี้

[สุนทรพจน์ของ Robespierre ไม่เห็นด้วยกับพระราชอำนาจของกษัตริย์ในการยับยั้งกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจากสภา]

“ใครก็ตามที่บอกว่าคนคนหนึ่งมีสิทธิในการยับยั้งกฎหมาย ใครก็ตามที่บอกว่าเจตจำนงของคนเพียงคนเดียวอยู่เหนือเจตจำนงของทุกคน นั่นแสดงว่าเขากำลังบอกว่าชาติไม่มีค่าอะไรเลย และคนเพียงคนเดียวนั้นแหละคือทุกสิ่งทุกอย่าง คนคนหนึ่งผู้ซึ่งห่อหุ้มตนเองในฐานะเป็นอำนาจบริหาร และเป็นคนที่ถูกสร้างขึ้นโดยชาติเพื่อทำหน้าที่บังคับใช้เจตจำนงของชาติ แต่เรากลับทำให้เขาเป็นคนที่มีสิทธิในการตอบโต้และตีตรวนเจตจำนงของชาติ นั่นเท่ากับว่าเราได้สร้างปีศาจอันมองไม่เห็นในทางศีลธรรมและการเมือง และปีศาจตนนั้นไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากสิทธิของกษัตริย์ในการยับยั้งกฎหมาย”

Maximilien Robespierre
กันยายน 1789
ที่มา : เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart