เปลว สีเงิน มองอีกมุม นายกมีแต่ปชช.ห้อมล้อมเซลฟีพรึบ!ขณะประวิตรมีแต่ส.ส.

671

จากที่พี่น้อง2ป.ลงพื้นที่ ทำให้เกิดกระแสว่านี่คือ การวัดพลังบารมีกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนส.ส.ที่ไปต้อนรับทั้งสอง ซึ่งมีจำนวนแตกต่างกันมาก ขณะเดียวกันก็ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กับภาพของประชาชนที่ถ่ายรูปกับนายกฯ ว่านี่คือ การเรียกคะแนนนิยมกลับมาแล้วของลุงตู่!?!

ต่อมา พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่าการลงพื้นที่อยุธยาไม่ได้วัดพลัง ส.ส.กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ย้ำว่ายังดีกันอยู่เเละเจอกันทุกวัน จะให้ทะเลาะกันได้อย่างไร ความจริงนายกฯก็อยากลงพื้นที่บางบาล แต่วางเเผนไว้ก่อน ส่วนการที่ ส.ส.มารวมตัวกันที่นี่จำนวนมากเป็นเรื่องปกติ เวลาไปไหนก็จะมาต้อนรับเเบบนี้ ทุกที่ในพรรคก็ไม่มีปัญหาอะไร สื่อไปเขียนกันเอง

ขณะที่เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ของวาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง ก็ได้โพสต์ข้อความเผยแพร่ถึงกรณีดังกล่าวบางช่วงด้วยด้วย

มีรายงานว่า  ในที่ประชุมสภากลาโหมที่มี ผบ.เหล่าทัพ ร่วมประชุม ด้วยนั้น พลเอกประยุทธ์ ได้กล่าวถึง การลงพื้นที่ เพชรบุรี ของ ตนเอง และ การลงพื้นที่ อยุธยา ของ พลเอกประวิตร ว่า  ไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวออกมาว่า วัดกำลังกัน เพราะ ตนเองไปในนามฝ่ายบริหาร ในนามรัฐบาล นายกฯ ไปดูว่า ในพื้นที่ ประชาชนต้องการอะไร จะได้เสนอให้ ครม.พิจารณา

ผมกับพี่ป้อม ไม่ได้มีอะไรเลย ไม่เคยขัดแย้ง มีแต่รักกัน และจะรักกันตลอดไปไม่มีอะไรมาแทรกแซงได้  นายกฯกล่าวในที่ประชุมผู้นำกองทัพ” เฟซบุ๊ก วาสนา ระบุ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ล่าสุดวันนี้ 24 กันยายน เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ได้เผยแพร่ บทความของ เปลว สีเงิน คอลัมน์ คนปลายซอย โดยจั่วหัวว่า เรื่องของ”กบเลือกนาย” ซึ่งเป็นการกล่าวถึงพลเอกประยุทธ์ และพลเอกประวิตร ในช่วงการลงพื้นที่ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า 2ป.แตกคอวัดพลัง โดยคอลัมนิสต์อาสุโวอย่าง เปลว สีเงิน ได้ให้มุมมองในอีกแง่หนึ่งไว้อย่างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง มีเนื้อหาบางส่วนระบุว่า

“ก็เพิ่งรู้ ตอน นายกฯ กับ ลุงป้อม ลงพื้นที่นี่แหละว่า ศรัทธา-บารมี นักการเมือง เขาวัดกันตรง จำนวน ส.ส.ที่แห่ห้อมล้อมตาม!นายกฯ ไปท่ายาง เพชรบุรี, พลเอกประวิตร ไปบางบาล อยุธยา แทนที่นักการเมืองจะมองในมุม ทั้งหัวหน้ารัฐบาล พลเอกประยุทธ์ ทั้งหัวหน้าพรรคแกนนำรัฐบาล พลเอกประวิตร ปฏิบัติการรวมกันอยู่-แยกกันตี ใต้กลไกประชาธิปไตย ระบบเลือกตั้งกลับไปจ้องจับในมุมว่า นี้คือ การ วัดพลัง ระหว่าง ๒ ป. ใครจะมี ส.ส.ตามตูดไปลงพื้นที่ด้วยมากกว่ากัน

การที่ ส.ส.ตามนายกฯ แค่ ๙ คน แต่ตามพลเอกประวิตร ๕๕ คน นั้่นคือ คำตอบ ว่าจำนวน ๕๕ ส.ส.หรือ ๙ ส.ส.ที่แห่ห้อมพลเอกประวิตรและพลเอกประยุทธ์ นั้น ไม่ใช่จำนวนบอกประชาชนที่ เลือก-ไม่เลือก ประวิตรหรือประยุทธ์ ในการเลือกตั้ง มองในมุมการเมืองแคบๆ อย่างที่มองกัน ก็พูดได้ว่า นี่คือจำนวน กบเลือกนาย แต่ถ้าเรียกว่าพลัง ก็ได้…พลังกบไงล่ะ!

มองในมุมยุทธศาสตร์การเมืองเรื่องเลือกตั้ง มันคือการจัดสรร ส.ส.ของพรรคให้สอดคล้องแต่ละพื้นที่ ติดตามลงไป แบบมีนัย การเมืองพื้นที่ ผสม เท่านั้น ต้องเข้าใจให้ชัด ประชาธิปไตยเลือกตั้ง ประชาชน เป็นผู้เลือก ส.ส. ไม่ใช่ ส.ส.เป็นผู้เลือกประชาชน!

นั่นคือ ประชาชน เปลี่ยนตัวเลือก ส.ส. ได้ทุกครั้ง แต่ ส.ส.ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนตัวประชาชนในการเลือกได้เลย แม้ซักครั้ง จำนวน ส.ส.ตามนาย ใช้บอก จำนวนกบเลือกนายได้ แต่ใช้บอก จำนวนประชาชนว่าชื่นชอบ-ศรัทธา นายของกบด้วย ยังไม่ได้ และใช้สะท้อนว่า เอา-ไม่เอา นายคนนี้เป็นหัว ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็ยังไม่ได้เช่นกัน

ใครๆ เขานับจำนวน ส.ส.ตาม ป.ป้อม-ป.ประยุทธ์ แต่ผมดูชาวบ้านที่มาห้อมล้อมในการลงพื้นที่้มากกว่า ภาพที่ออกมา บิ๊กป้อม รอบกายพรึ่บด้วย ๕๕ ส.ส. แต่พลเอกประยุทธ์ พรึ่บ ด้วยชาวบ้านและลูกเล็กเด็กแดง ออกมาแห่ห้อม ตะโกนนายกฯ สู้ๆ บ้าง ลุงตู่บ้าง

และนายกฯ ก็ตามบุคลิกท่าน แบบทหาร ปรู๊ดปร๊าด กระฉับกระเฉง ว่องไว เดินทักคนโน้น โบกมือคนนี้ ชาวบ้านก็ตามทักทาย เรียกหากันกรูเกรียว ครึกครื้น เป็นกันเอง เซลฟีกันชนิดว่า ถ้าเป็นสมัยใช้ฟิล์ม คงหมดตลาด!

ดูแล้ว นายกฯ นี่ น่าสงสารอยู่อย่าง ค่าที่ว่า ท่านหล่อหลอมมาในระบบทหารค่อนชีวิต เพิ่งมาเป็นนักการเมืองไม่กี่ปี ดังนั้น การเข้าหาประชาชนสไตล์นักการเมือง ดูเหมือนเก้งก้าง

คือ นายกฯ เป็นคนน้ำใส-ใจจริงกับชาวบ้าน เจอใครก็อยากเข้าหา อยากพูดจา ทักทาย แต่วิสัยทหารนั่นแหละ….หวานแบบนักการเมืองอาชีพ “ไม่เป็น”! การทักทาย คำพูด-คำจาของท่าน จึงดูห้วนๆ ห้าวๆ แบบนายทหาร แต่ผมว่าดี การเป็นตัวของตัวเอง แม้เก้งก้างไปบ้าง แต่จริงใจกับประชาชนนั่นแหละสำคัญ

(อ่านฉบับเต็มได้ที่ https://www.thaipost.net/main/detail/117690)