ชัดเจนแล้ว? “ธรรมนัส” ปัดสัมพันธ์ “บิ๊กตู่” เลือกตั้งครั้งหน้า แคนดิเดตนายกฯ จะเป็นใคร อยู่ที่ “บิ๊กป้อม”

1554

หลังจากที่วานนี้ (22 ก.ย.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยาในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ลงตรวจสถานการณ์น้ำที่ประตูระบายน้ำปากคลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา กับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคฯ

และได้ให้สัมภาษณ์ ว่า พลเอกประวิตร มอบหมายให้พลเอกวิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค ประสานกับตน เพื่อขับเคลื่อนในการสร้างพรรคพลังประชารัฐให้เป็นสถาบันการเมืองให้เกิดความมั่นคงและเข้มแข็งอย่างที่เคยพูดไว้ ซึ่งในเดือนพฤศจิกายน จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น เลือกตั้งนายกอบต. ทั้ง 76 จังหวัดในเวลานี้จึงต้องให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งท้องถิ่นซึ่งถือเป็นรากเหง้าของการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ

ขณะที่เมื่อไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแล้ว ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับ ว่ามีเวลาลงพื้นที่มากขึ้นซึ่งได้ทำงานพบปะประชาชนในฐานะเลขาพรรคและแนะนำว่าที่ผู้สมัครและส.ส. ของพรรคซึ่งตอนนี้กำลังจะมีการประชุมใหญ่ของพรรคหลังรัฐบาลปลดล็อค ซึ่งจะมีการจัดวางตัวบุคคลในแต่ละเขตแต่ละพื้นที่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนตัวรู้สึกทำใจได้แล้วหรือยังหลังถูกปลดจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้มีอะไรก็ยังทำงานได้ทุกสถานะซึ่งมีเวลามากขึ้นก็ได้ทำงานเต็มที่ซึ่งก็ยังอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ และหลังจากที่หัวหน้าพรรคได้ตั้งคณะทำงานยุทธศาสตร์ซึ่งถือเป็นคณะที่สำคัญที่จะกำหนดนโยบายและแผนการเลือกตั้งในสมัยหน้าอย่างที่พลเอกประวิตรได้พูดไว้

เมื่อถามถึง ความสัมพันธ์ระหว่างพลเอกประยุทธ์ ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ผมออกมาทำงานในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติก็มีหน้าที่ทำงานในสภาและทำงานลงพื้นที่ให้กับลูกพรรคอย่างเต็มที่ ส่วนรัฐบาลก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล คนละส่วนกัน ส่วนพลเอกประยุทธ์ที่ยังเป็นบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคนั้นจะยังให้การสนับสนุนหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า เรื่องนี้คงเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรค ผมพูดตอนนี้ไม่ได้

ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาอะไรยังรับใช้พี่น้องประชาชนเหมือนเดิม และมีเวลาเยอะขึ้น ยืนยันไม่มีน้อยใจหรือเสียใจอะไร ส่วนจะไปตั้งพรรคใหม่หรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส เลี่ยงที่จะตอบคำถาม โดยกล่าวว่า อย่างที่ได้บอกไปในการประชุมพรรคครั้งที่แล้วว่าพลเอกประวิตรหัวหน้าพรรคท่านขอร้องให้มาช่วยพรรคต่อ และเนื่องจากหัวหน้าพรรคมีบุญคุณกับผมในหลาย ๆ เรื่องกับผม โดยเฉพาะวิถีชีวิตทางการเมือง ผมก็จะทำงานให้ท่านไปก่อน แต่ยอมรับว่า อนาคตเป็นของไม่แน่นอน

อย่างไรก็ตามหากย้อนไปเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พหรมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตอนนั้น ได้ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมให้ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)

และมีบางช่วงบางตอนที่ระบุว่า “ยิ่งร้ายไปกว่านั้น มีรัฐมนตรีในพรรคของผม พรรคพลังประชารัฐ รับงานมาล็อบบี้ ส.ส.เพื่อไทย ล็อบบี้ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ล็อบบี้ ส.ส.พลังประชารัฐ ในการที่จะโหวตสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่ง ผมถามว่า การเป็นรัฐมนตรีสมควรทำอย่างนั้นไหม คุณควรเห็นประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ไม่ต้องใครหรอกครับ 4 ช.ที่คุณว่านั่นแหละครับ ฝากไปบอกเขาด้วยว่า ทำอะไรเพื่อบ้านเพื่อเมืองบ้าง อย่าเห็นผลประโยชน์ส่วนตัว”

จึงทำให้น่าตั้งข้อสังเกตเรื่องความสัมพันธ์ของทั้ง “ธรรมนัส” และ “บิ๊กตู่” หลังจากถูกปลดออกจากตำแหน่งนั้น จะยิ่งแต่มีรอยร้าว เพราะธรรมนัสเองก็เคยพูดว่า ตนเองเป็นคนจำนาน และการถูกพลเอกประยุทธ์ปลดฟ้าผ่า ยิ่งชัดเจนว่า ธรรมนัสอาจจะไม่หนุนให้พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯในสมัยหน้า บวกกับคำสัมภาษณ์ในวันลงพื้นที่ ที่อยุธยานั้นยิ่งตอกย้ำเข้าไปอีก เพราะธรรมนัสทิ้งท้ายว่า พลเอกประวิตรมีบุญคุณ ขอให้ช่วยงานในพรรคต่อ ก็พร้อมช่วยไปก่อน และอนาคตเป็นของไม่แน่นอน