CEO 200บริษัทมะกันโวย??พรรครีพับลิกันค้านเพิ่มเพดานหนี้ เศรษฐกิจจะดิ่งเหวกู้คืนยาก

598

พรรครีพับลิกัน(GOP) ปฏิเสธการเพิ่มเพดานหนี้ธุรกิจ รมว.คลังเยเลนเตือนอีกครั้งถึง ‘อันตรายที่แก้ไขไม่ได้’ ต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ ซีอีโอของบริษัทชั้นนำสหรัฐฯออกมาโวยวายว่า สหรัฐมีทางเลือกแค่เพิ่มเพดานกู้หนี้เพิ่ม หรือไม่จะต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจสาหัส สวนทางกับข่าวสารที่สื่อกระพือโหมว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯแข็งแกร่งยิ่งนัก

สื่อต่างประเทศหลายสำนัก รายงานว่า สมาคมของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัทชั้นนำของอเมริกากว่า 200 คน เตือนผู้นำรัฐสภาสหรัฐฯ เกี่ยวกับแนวโน้มที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหากพวกเขาล้มเหลวในการเพิ่มเพดานหนี้อย่างรวดเร็วให้ทันต่อสถานการณ์กลางเดือนตุลาคม

เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า “ความล้มเหลวในการยกเลิกการจำกัดหนี้ของรัฐบาลกลางสหรัฐเพื่อให้เป็นไปตามภาระผูกพันของสหรัฐฯ จะก่อให้เกิดวิกฤตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ การสร้างงาน และตลาดการเงิน”

โดว์ แมคมิลลัน(Doug McMillon) ประธาน Business Roundtable และประธานและ CEO ของ Walmart และโจชัว บอลเทน (Joshua Bolten) ประธานและ CEO ของ Business Roundtable เป็นหนึ่งในผู้เขียนแถลงการณ์ถึงผู้นำรัฐสภา

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

คณะผู้บริหารระบุว่า“ระยะเวลาอันยาวนานของความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเพดานหนี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สูงกว่าปกติ เนื่องจากอเมริกายังคงเผชิญกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากโรคระบาดใหญ่” 

นอกจากนี้ การพังทลายของสถานะเครดิตของประเทศยังจะส่งผลให้ “ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นอย่างถาวร” สำหรับรัฐบาลกลางและบริษัทอเมริกัน พวกเขาเตือน โดยเรียกร้องให้รัฐสภาเพิ่มวงเงินหนี้ “ก่อนเส้นตายกลางเดือนตุลาคม”

ขณะเดียวกับที่เมื่อวานสื่อสายเศรษฐกิจของสหรัฐหลายฉบับต่างรายงาน คำเตือนของเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัฐสภาเพิ่มเพดานหนี้ในวันอาทิตย์ (14) เพื่อหลีกเลี่ยง “วิกฤตการเงินครั้งประวัติศาสตร์”สหรัฐฯ จะ “อ่อนแอลงถาวร” หากไม่มีการจำกัดหนี้’หายนะทางเศรษฐกิจ’

รมว.คลังชี้ หนี้ผิดนัดอาจก่อวิกฤตการเงิน

เพดานหนี้คืออะไร ทำไมสำคัญ?

เยลเลนบอกกับสภาคองเกรสว่า รัฐบาลกลางจำเป็นต้องใช้เงินสดเพื่อชำระค่าใช้จ่ายในช่วงเดือนตุลาคมนี้

การต่อสู้ของสองพรรคการเมืองใหญ่ ระหว่างเดโมแครตและรีพับลิกันเพื่อเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อเศรษฐกิจในวงกว้างด้วยหนี้รวมอยู่ที่ 28.5 ล้านล้านดอลลาร์ หากดำเนินการไม่ทันรัฐบาลจะถูกบังคับให้ลดงบฯโครงการช่วยเหลือของรัฐบาลกลาง

พรรคเดโมแครตกดดันพรรครีพับลิกันเพื่อสนับสนุนความพยายามที่จะยกระดับเพดานหนี้เพิ่ม แต่ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภามิทช์ แม็คคอนเนล (Mitch McConnell) แห่งรีพับลิกันยืนยันปฏิเสธการอุทธรณ์ของ Yellenโดยอ้างว่าพรรคเดโมแครตมีความสามารถในการดำเนินการแก้ไขได้โดยคนอเมริกันไม่ต้องเสี่ยงแบกหนี้เพิ่ม

ในบทบรรณาธิการที่ตีพิมพ์ใน Wall Street Journal ระบุว่า เยลเลนเตือนแรงว่า“สหรัฐฯ ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ การปล่อยให้เกิดขึ้นจะทำให้เกิดวิกฤตการเงินครั้งประวัติศาสตร์ ทำให้อัตราดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้น หุ้นตก และความวุ่นวายทางการเงินอื่นๆจะตามมา”

เพดานหนี้ซึ่งมีเพียงรัฐสภาเท่านั้นที่สามารถอนุมัติเพิ่มได้ ซึ่งกลับมามีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคมปีนี้ หลังจากถูกระงับ(พักหนี้)เป็นเวลาสองปี ข้อเท็จจริงในปัจจุบันนั้น เพดานหนี้ของสหรัฐเพิ่มขึ้นประมาณ 80 เท่านับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 และปัจจุบันทะลุเพดานกว่า 100%ของGDP ไปแล้ว