สื่ออิหร่านอ้าง?!? ซาอุดีอาระเบียติดต่อขอซื้อ Iron Domeของอิสราเอล

178

สนข.ทาสนิม(Tasnim) ของอิหร่าน รายงานเมื่อ 16 ก.ย.2564 อ้างเว็บไซต์ Breaking Defense ว่า ซาอุดีอาระเบียต้องการจัดหาและซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธและภัยทางอากาศจากบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีการป้องกันประเทศชั้นนำของอิสราเอล โดยให้ความสนใจระบบ Iron Dome ของบริษัทราฟาเอล(Rafael) ซึ่งมีศักยภาพป้องกันการโจมตีทางอากาศจากขีปนาวุธพิสัยใกล้ กับระบบ Barak ER ของบริษัท Israel Aerospace Industries (IAI) โดยทั้งสองประเทศมีการเจรจาอย่างไม่ทางการเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่การบรรลุข้อตกลงระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิสราเอลจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากสหรัฐฯ

ซาอุดีอาระเบียได้ติดต่อไปยังกรุงเยรูซาเล็มเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดหาระบบป้องกันขีปนาวุธที่ผลิตโดยอิสราเอลในขณะที่ระบบของอเมริกาที่ราชอาณาจักรใช้มานานได้ถูกถอดออกไปแล้ว 

รายงานข่าวของ AP เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าTHAAD และ Patriot ของอเมริกาได้ถูกถอดออกจากฐานทัพอากาศ Prince Sultan ซึ่งตั้งอยู่นอกกรุงริยาดอย่างเงียบ ๆ ทรัพย์สินเหล่านั้นถูกย้ายเข้ามาในราชอาณาจักรภายหลังการประท้วงหยุดงานในปี 2019 ที่โรงงานผลิตน้ำมันของซาอุดิอาระเบีย ขณะที่กองกำลังฮูตีอ้างสิทธิ์ในเยเมน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯประเมินว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตี

แม้ว่าคาดว่าจะมีการถอนทรัพย์สินป้องกันภัยทางอากาศออกจากภูมิภาคนี้เป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แหล่งข่าวของอิสราเอลกล่าวว่าซาอุดิอาระเบียกำลังพิจารณาทางเลือกของตนอย่างจริงจัง อาจจากจีน-รัสเซียและอิสราเอล

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซาอุดิอาระเบียกำลังพิจารณา Iron Dome ที่ผลิตโดย Rafael ซึ่งดีกว่าเมื่อเทียบกับจรวดระยะสั้นหรือ Barak ER ซึ่งออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นขีปนาวุธ  แหล่งข่าวด้านการป้องกันประเทศของอิสราเอลบอกว่าข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นจริง ถ้าได้รับการอนุมัติจากวอชิงตัน แหล่งข่าวรายหนึ่งเสริมว่าซาอุดิอาระเบียจำเป็นต้องเลือกเพื่อป้องกันตนเอง

พล.อ.กิโอรา เอลแลนด์ (Giora Elland) อดีตผู้อำนวยการสภาความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล และอดีตหัวหน้าแผนกวางแผนของกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล กล่าวว่าเขาคาดหวังว่า “วอชิงตันจะไม่คัดค้านการขายระบบของอิสราเอลเหล่านี้ให้กับประเทศที่เป็นพันธมิตร”

โมเช พาเทล(Moshe Patel) หัวหน้าองค์กรป้องกันขีปนาวุธของอิสราเอลกล่าวถึงความเป็นไปได้นั้นว่า “เนื่องจากเรามีศัตรูแบบเดียวกัน บางทีเราอาจจะมีผลประโยชน์ร่วมกันบ้าง ฉันคิดว่ามีศักยภาพที่จะขยายความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศของเราในอนาคตกับประเทศต่างๆ เช่น ยูเออี และบาห์เรน สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนในอนาคต จะมีพันธมิตรทางทหารมากขึ้น แต่ ไม่มีอะไรที่สามารถเกิดขึ้นได้ในวันพรุ่งนี้ เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการทีละขั้นตอน”

แหล่งข่าวการป้องกันระดับสูงของอิสราเอลกล่าวถึงการที่สหรัฐฯถอนตัวจากอัฟกานิสถาน ได้มีพันธมิตรระดับภูมิภาคอยู่แล้ว แต่การถอนระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot จากซาอุดิอาระเบียเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ มันไม่ใช่แค่การละทิ้งประเทศที่เป็นมิตรเท่านั้น แต่ยังเป็นการถ่มน้ำลายใส่หน้าเพื่อน” 

จอห์น เคอร์บี โฆษกเพนตากอนกล่าวว่า “การนำสินทรัพย์ป้องกันภัยทางอากาศบางส่วนไปใช้ในที่ใหม่ เพื่อเป็นการเน้นย้ำความมุ่งมั่นที่ “กว้างและลึก” ต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง”

กองกำลังฮูติ( Houthi) ได้เพิ่มการโจมตีของพวกเขาต่อเป้าหมายของซาอุดิอาระเบียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง  ทั้งในเยเมนและภายในพรมแดนของราชอาณาจักร ด้วยโดรน และขีปนาวุธที่อาจจะเจาะแนวป้องกันเดิม

และนี่เป็นสถานการณ์กดดันให้ซาอุดิอารเบียต้องดิ้นรนหามาตรการปกป้องตนเองในสงครามที่ก่อขึ้นตามวาระสนับสนุนจากวอชิงตัน

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. กลุ่มฮูตีโจมตีฐานทัพอากาศอัล-อานาดทางเหนือของเอเดน ซึ่งกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดิอาระเบียประจำการอยู่ การโจมตีดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 30 รายและบาดเจ็บมากกว่า 60 ราย ตามมาด้วยเครื่องบินไร้คนขับและขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายหลายแห่ง ของซาอุดิอาระเบีย รวมเมืองดัมมัมทางตะวันออกซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบาห์เรน เป้าหมายคือสิ่งอำนวยความสะดวกของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดิอารเบีย Aramco Residential Camp

เมื่อวันที่ 11 กันยายน การโจมตีเกิดขึ้นที่ท่าเรืออัลมัคคา (Al-Makha) ที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงและเปิดใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลแดง โดยมีโดรน5ลำและขีปนาวุธหนึ่งลูก การโจมตีครั้งนี้ทำให้โครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ของท่าเรือเสียหาย เช่นเดียวกับคลังสินค้าของหน่วยงานช่วยเหลือระหว่างประเทศ ไม่มีองค์กรใดอ้างความรับผิดชอบในการโจมตี