CDC ฟันธง!!! โควิด-19 ระบาดทั่วสหรัฐฯเกินควบคุมแล้ว คนอเมริกันวัย 18-49 ปีติดเชื้อมากขึ้น ยังไม่มีมาตรการที่มีประสิทธิภาพพอในการควบคุม และไม่มีแนวโน้มจะสิ้นสุดเมื่อใด

2478

หน่วยงานที่รับผิดชอบในการรับมือกับการระบาด ไวรัสโควิด-19 ที่เรียกว่า CDC แถลงความเห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับหลายฝ่าย ว่า การป้องกันและควบคุมโรคไวรัสระบาด ของสหรัฐอเมริกาอยู่ในภาวะเกินที่จะควบคุมได้แล้ว ผลการเก็บข้อมูลติดตามสถิติ การติดเชื้อสะสมพบว่า ณ ปัจจบันนี้ชาวอเมริกันวัยหนุ่มสาว ระดับอายุ 18-49 ปี มีการติดเชื้อมากขึ้นและไม่มีแนวโน้มลดลงแด่อย่างใด ที่สำคัญ ทุกฝ่ายยังไม่มีมาตรการที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คณะทำงานเรื่องการระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่ทำเนียบขาวได้แถลงข่าว เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายไมค์ เพนซ์ เรียกร้องขอให้คนวัยหนุ่มสาวชาวอเมริกันให้ความสนใจกับโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างจริงจัง โดยกล่าวว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีความรับผิดชอบโดยเฉพาะเพื่อจะให้แน่ใจว่าจะไม่นำเชื้อไวรัสไปแพร่ให้กับคนที่มีความเสี่ยงมากกว่า
ส่วนน.พ. โรเบิรต์ เรดฟิลด์ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคหรือ CDC ของสหรัฐ ได้เตือนว่า คนในวัยหนุ่มสาวมักติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย จึงไม่รู้ตัวหากไม่ทำการตรวจโดยตรง แต่ก็สามารถแพร่เชื้อให้กับคนที่มีอายุมาก หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันได้

ตัวเลขของศูนย์ CDC ของสหรัฐขณะนี้แสดงว่า คนอเมริกันในช่วงอายุ 18 ถึง 49 ปี ติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น และสัดส่วนการต้องเข้าโรงพยาบาลก็เพิ่มจาก 27% เมื่อต้นเดือนมีนาคมมาเป็น 35% ในขณะนี้ด้วย
นายมาร์ค เอสคอร์ท ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ของนครออสติน มลรัฐเท็กซัส รัฐหนึ่งซึ่งมีจำนวนคนหนุ่มสาวติดเชื้อเพิ่มสูงมากก็เตือนว่า คนวัยหนุ่มสาวไม่ควรชะล่าใจเพราะมีจำนวนมากขึ้นที่ต้องเข้าห้องไอซียูและใช้เครื่องช่วยหายใจ พร้อมทั้งเตือนว่าชีวิตของบางคนที่ติดเชื้อนี้อาจเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เนื่องจากผลกระทบของโรคดังกล่าวแตกต่างกันไป จึงยากที่จะคาดเดาได้ว่าใครจะฟื้นตัวได้ดีและใครที่ไม่สามารถกลับไปมีชีวิตตามปกติได้

ล่าสุด ดร.แอน คูชัช รองผู้อำนวยการ Centers for Disease Control and Prevention, ตอกย้ำว่า สหรัฐฯไม่มีการปฏิบัติการรับมือกับการระบาดเช่นเดียวกับเอเซีย เช่นนิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลี ที่มีการรับมืออย่างเป็นระบบและทุกอย่างอยู่ในความควบคุม อเมริกาเผชิญกับการระบาดของไวรัสอย่างหลากหลายแบบ และยังไม่มีมาตรฐานกลางในการรักษา เยียวยาแต่อย่างใด

ขณะนี้หลายรัฐในอเมริกา เช่น ฟลอริดา แท็กซัส โอไฮโอ แอริโซนา และโอคลาโฮมา มีผู้ติดเชื้อในกลุ่มคนอายุดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากจากการเร่งเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการไม่มีกฎข้อบังคับอย่างเข้มงวดให้ต้องสวมหน้ากากในที่สาธารณะ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการที่คนหนุ่มสาวในหลายรัฐกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม อย่างเช่น ที่รัฐโอคลาโฮมา ผู้ว่าการของรัฐเปิดเผยว่า เกือบครึ่งของผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่คือกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 35 ปีและ 70% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ของรัฐก็มีอายุต่ำกว่า 50 ปีด้วย

ส่วนที่เมืองทัลซาของรัฐโอคลาโฮมา ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ไปรณรงค์หาเสียงเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว 40% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่คือกลุ่มคนในช่วงอายุ 18 ถึง 35 ปีเช่นกัน

โดยผู้อำนวยการฝ่ายสาธารณสุขของเมืองตั้งข้อสังเกตเหมือนกับเจ้าหน้าที่การแพทย์ในที่อื่น ๆ ว่าคนกลุ่มหนุ่มสาวนี้ทำตัวเหมือนในช่วงก่อนโควิด-19 โดยไม่สนใจกับการเว้นระยะห่าง ไม่สวมหน้ากาก และไม่สนใจกับการล้างมือด้วย

ทางด้านรัฐฟลอริดา ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมากในแต่ละวัน และอายุเฉลี่ยของผู้ติดเชื้อก็ลดลงจากเดิมคือ 65 ปีมาเป็น 35 ปีนั้น เจฟ เบียร์ นักศึกษาผู้หนึ่งที่มหาวิทยาลัยนครไมอามี กล่าวว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยมักทำอะไรแบบไม่ยั้งคิดและไม่ระวังตัวทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เขาก็กล่าวว่าตนนั้นไม่กังวลกับเรื่องนี้เท่าใดนัก เพราะถึงจะรู้ว่าไวรัสนี้เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ก็เชื่อว่าตัวเองยังอายุน้อยและมีสุขภาพแข็งแรง ดังนั้นคงจะไม่เสียชีวิตจากโรคนี้ถึงแม้จะมีโอกาสแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ก็ตาม
และว่า ตนไม่ได้ต่อต้านเรื่องการสวมหน้ากากและจะใช้เมื่อไปซื้อของหรือไปออกกำลังกาย แต่จะไม่สวมหน้ากากเวลาไปเที่ยวบาร์หรือไปงานปาร์ตี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าจะไม่สามารถดื่มเบียร์ได้สะดวกขณะที่ยังสวมหน้ากาก

………………………………………………
Cr:CNBCnews