เต้น-บก.ลายจุดโพสต์เหตุดินแดง โดนสาวกรุมเมนต์ “ปั่นหัวเด็ก แต่ไม่ยอมร่วมด้วย”

749

จากที่ สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักเคลื่อนไหวทางการเมือง รวมทั้ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาฯกลุ่มนปช.ได้ชุมนุมครั้งล่าสุดที่แยกอโศก เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา ขณะที่บริเวณแยกดินแดงยังคงมีการชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊สต่อเนื่องนั้น

ทั้งนี้ บก.ลายจุด ได้กล่าวช่วงหนึ่งในการปราศรัยว่า พื้นที่นี้ควรเปิดให้กว้าง ให้กลุ่มที่มีการแสดงออกทางการเมือง ยืนยันผมไม่มีเจตนามาเป็นแกนนำ วันที่ 20 ก.ย. กลุ่มนักเรียนเลว มาใช้พื้นที่ตรงนี้ ในการทำกิจกรรมทางการเมือง รวมไปถึงเด็ก ๆ กลุ่มการเมืองอื่น ๆ ด้วย สามารถมาใช้พื้นที่ตรงนี้ได้ และในวันที่ 19 ก.ย. อาจจะมีการชุมนุมใหญ่เกิดขึ้น

ต่อมา 12 กันยายน 2564  นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยเล่าย้อนการชุมนุมเมื่อปี2553 โดยระบุบางช่วงบางตอนว่า “ราชประสงค์ถูกทหารล้อมจากทุกทิศทาง มวลชนจำนวนหนึ่งพยายามหาทางเข้าไปที่ราชประสงค์โดนยิงบาดเจ็บและเสียชีวิต เสียงปืนดังตลอดทั้งวัน

ผมรับคำร้องขอจากมิตรสหายท่านหนึ่ง ให้ตั้งเวทีที่สามเหลี่ยมดินแดง ภารกิจมีเพียงสิ่งเดียวคือ การดึงมวลชนไม่เข้าไปใน Red Zone หรือ ทุ่งสังหาร ผมรับผิดชอบเส้นทางวิภาวดีรังสิตก่อนเข้าราชปรารภซึ่งมีผู้เสียชีวิตหลายคน ชายกลางคนผู้หนึ่งยืนคุยกับผมที่สามเหลี่ยมดินแดง เขาเล่าเหตุการณ์ว่าเขาเห็นอะไรมาบ้างก่อนที่ผมจะมาตั้งเวทีที่นี่

ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ตลอด 3 วันที่ผมอยู่ที่เวทีใต้ทางด่วนสายเหลี่ยมดินแดง ผมเห็นการต่อสู้ทุกรูปแบบที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะคิดอ่าน ส่วนผมไม่ได้มาต่อสู้ ผมมาพาคนออกจากทุ่งสังหาร”

โดยเมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก ซึ่งทำให้เจ้าตัวคือ บก.ลายจุด ต้องเข้ามาตอบคอมเมนต์ด้วยตัวเอง เช่น

 

“สมบัติอย่าพูดเลยนะ ไว้เอามันจริง ๆ ก่อน แล้วค่อยคุย เต้นด้วย ทำไมไม่ช่วยเด็ก ๆ ละ หรือม็อบคุณ ๆ เป็นม็อบผู้ดี เลยไม่อยากไปคาร์ม็อบไง ไปม็อบดินแดงดีกว่าสมรภูมิของจริง”

สมบัติ บุญงามอนงค์ “คุณมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมในการช่วยเด็ก ในแบบของคุณคือต้องทำยังไง”

“แม่…บทหนังชัด ๆ 555 บ.ก มึ…ต้องการยั่วยุปั่นชิบหาน กลัวคะแนนตกว่างั้น จะสื่ออะไรให้มันตรงหน่อยอย่าไข่เยอะ คนอย่างมึ…แหละที่พาประชาชนไปตายแล้วก็หลบอยู่ข้างหลัง เดี๋ยวก็จะมีพวกปัญญาคว…ด่าสลิ่มอีกแต่ไม่สน ถุ…! ประยุทธว่าเผด็จการแล้วแต่นี่แหละเผด็จการที่ไม่รู้ตัว”

สมบัติ บุญงามอนงค์  “ถ้าให้ผมสื่อตรงๆแบบที่คุณต้องการ ผมขอมอบ”คว…”ให้กับ comment นี้ของคุณครับ”

ขณะที่ล่าสุดวันนี้ 13 กันยายน 2564 นายณัฐวุฒิ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับสถานการณ์ การชุมนุมที่แยกดินแดงด้วยว่า

“ไม่ควรมีใครบาดเจ็บทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อเกิดเหตุปะทะทุกวันและรุนแรงมากขึ้น รัฐจะเดินหน้าปฏิบัติการต่อไปแบบนี้ไม่ได้

การควบคุมฝูงชนไม่ได้หมายเพียงแค่แก๊สน้ำตา กระสุนยาง น้ำสารเคมี ไล่ยิง ไล่ตี แต่ต้องมีกระบวนการอื่นเพื่อคลี่คลายสถานการณ์

ถ้าพูดกำปั้นทุบดินคือประยุทธ์ออกไปทุกอย่างจบ แต่เมื่อไม่ออกก็ไม่ควรใช้กำลังกับเด็กจนเรื่องบานปลายไปเรื่อยๆ แต่ละคืนจับหลายสิบคน ข้อมูลตัวตนได้ครบ ลูกใคร บ้านอยู่ไหน ถามว่ามีหน่วยงานด้านสวัสดิภาพเด็กเข้าไปทำหน้าที่หรือตามไปดูความจริงของชีวิตบ้างหรือไม่

ตามข่าวที่มีนักวิชาการและสื่อมวลชนสัมภาษณ์ ส่วนหนึ่งรับไม่ได้กับความล้มเหลวของรัฐบาลต้องการไล่นายกฯ แต่อีกหลายคนชีวิตพังจากโควิด พ่อตาย แม่ตาย ตกงาน ไร้อนาคต เรื่องแบบนี้ต้องมีหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่คฝ.เข้าไปดู คิดจะทำกันบ้างไหม

อย่าเห็นเด็กเป็นศัตรูต้องรู้จักคนกลุ่มนี้ให้ได้ว่าอะไรเป็นแรงขับให้ออกมา แก้ได้เยียวยาได้ต้องรีบทำ อย่าให้พวกเขากลายเป็นเหยื่อทั้งความบกพร่องและความรุนแรงของรัฐ

เจ้าหน้าที่ก็คน ผู้ชุมนุมก็คน รัฐต้องเปลี่ยนวิธีปฏิบัติ ปล่อยให้คนปะทะกันจนวันหนึ่งถ้าสูญเสียกลายเป็นคนฆ่…กัน นายกฯก็จะผลักเป็นความผิดของผู้ชุมนุม เรื่องแบบนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสังคมไทย ต้องถอดบทเรียนจากอดีตไม่ให้ซ้ำรอยอีกครั้ง”

อย่างไรก็ตามเมื่อข้อความนี้ได้ถูกเผยแพร่ก็ออกไป เช่นเดียวกับข้อความนายสมบัติ ก็มีคนเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

“เต้น…เราไม่ต้องไปร่วมกับเด็กก็ได้ สนับสนุนก็พอ…เจรจาไปก็แค่นั้นเพราะประยุทธ์ไม่ลาออก เด็กต้องการประจานว่าบ้านเมืองนี้ไม่สงบเพราะมีรัฐบาลเผด็จการปกครอง…เราเรียกร้องให้ยุดลาออก..เรื่องก็จะเบาบางลง”