จบแน่! 3 นิ้วเบรก “บก.ลายจุด” หยุดเรียกเด็กชุมนุม ซัดไม่มีทางชนะ ใครเข้าไป “เสียชีวิตฟรี”

989

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ออกมาแจ้งข่าวต่อกลุ่มมวลชน พร้อมกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ให้ยุติการชุมนุมที่แยกอโศก เมื่อวันที่ 8 ก..ย. ที่ผ่านมา

โดยทั้ง 2 แกนนำอ้างว่ามีหมายจับตนเอง และหากได้รับจะเดินทางไปมอบตัวเอง ไม่ต้องการให้มีการจับบนเวทีปราศรัย ซึ่งต่อมาทางศาลแขวงพระนครใต้ ถ.เจริญกรุง มีคำสั่งยกคำร้องขออกหมายจับคดีที่พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ยื่นคำร้องขอหมายจับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่ม นปช. และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด กรณีร่วมกันจัดการชุมนุมกบริเวณแยกอโศกมนตรี

โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นควรมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอหมายจับของพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ และให้เหตุผลว่า คดีดังกล่าวมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี เห็นควรให้ออกหมายเรียกก่อน ทำให้สังคมมองว่าการงดชุมนุม เป็นการหาทางลงของ 2 แกนนำ เนื่องจากคนมาร่วมชุมนุมน้อยกว่าที่คิด

ทั้งนี้บก.ลายจุด ได้ทิ้งท้ายไว้ในวันปราศรัยที่ 6 ก.ย. ว่า พื้นที่นี้ควรเปิดให้กว้าง ให้กลุ่มที่มีการแสดงออกทางการเมือง ยืนยันผมไม่มีเจตนามาเป็นแกนนำ วันที่ 20 ก.ย. กลุ่มนักเรียนเลว มาใช้พื้นที่ตรงนี้ ในการทำกิจกรรมทางการเมือง รวมไปถึงเด็ก ๆ กลุ่มการเมืองอื่น ๆ ด้วย สามารถมาใช้พื้นที่ตรงนี้ได้ และในวันที่ 19 ก.ย. อาจจะมีการชุมนุมใหญ่เกิดขึ้น

ล่าสุดในเฟซบุ๊กของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ได้โพสต์ข้อความ ย้อนสมรภูมิราชประสงค์ โดยระบุบางช่วงบางตอนว่า “ราชประสงค์ถูกทหารล้อมจากทุกทิศทาง มวลชนจำนวนหนึ่งพยายามหาทางเข้าไปที่ราชประสงค์โดนยิงบาดเจ็บและเสียชีวิต เสียงปืนดังตลอดทั้งวัน

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ผมรับคำร้องขอจากมิตรสหายท่านหนึ่ง ให้ตั้งเวทีที่สามเหลี่ยมดินแดง ภารกิจมีเพียงสิ่งเดียวคือ การดึงมวลชนไม่เข้าไปใน Red Zone หรือ ทุ่งสังหาร ผมรับผิดชอบเส้นทางวิภาวดีรังสิตก่อนเข้าราชปรารภซึ่งมีผู้เสียชีวิตหลายคน ชายกลางคนผู้หนึ่งยืนคุยกับผมที่สามเหลี่ยมดินแดง เขาเล่าเหตุการณ์ว่าเขาเห็นอะไรมาบ้างก่อนที่ผมจะมาตั้งเวทีที่นี่

คุยกันสักพักชายคนนั้นก็กล่าวคำลา ผมถามเขาว่าจะไปไหน เขาบอกว่าเขาจะขับรถเข้าไปที่ราชปรารภ ผมพูดเสียงอันดังว่าจะเข้าไปทำไม คุณเพิ่งจะบอกผมไม่ใช่เหรอว่าที่นั่นมีคนถูกยิงหลายคน ชายคนนั้นบอกผมว่า เขาไม่กลัวเขาจะไปสู้กับมัน แล้วเขาก็ขับรถหายเข้าไปท่ามกลางควันไฟจากยางรถยนต์และเสียงปืน
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ตลอด 3 วันที่ผมอยู่ที่เวทีใต้ทางด่วนสายเหลี่ยมดินแดง ผมเห็นการต่อสู้ทุกรูปแบบที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะคิดอ่าน ส่วนผมไม่ได้มาต่อสู้ ผมมาพาคนออกจากทุ่งสังหาร”

จนต่อมามีคนเข้ามาคอมเม้นต์ถามนายสมบัติว่า “สมบัติอย่าพูดเลยนะ ไว้เอามันจริง ๆ ก่อน แล้วค่อยคุย เต้นด้วย ทำไมไม่ช่วยเด็ก ๆ ละ หรือม็อบคุณ ๆ เป็นม็อบผู้ดี เลยไม่อยากไปคาร์ม็อบไง ไปม็อบดินแดงดีกว่าสมรภูมิของจริง” และนายสมบัติ ก็คอมเม้นต์กลับว่า “คุณมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมในการช่วยเด็ก ในแบบของคุณคือต้องทำยังไง”

นอกจากนี้ยังมีคอมเม้นต์มากมาย เข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เช่น จริงครับ อย่าเข้าไปตายฟรี ในรูปแบบที่ไม่มีทางชนะ ทุกวันนี้สามเหลี่ยมดินเเดงเป้าหมายคืออะไร ยังไม่มี มีเเค่คำหลวม ๆ ว่าให้ประยุทธ์ลาออก คน 40-50 คนต่อวันตรงนั้นเปลี่ยนเเปลงอะไรไม่ได้หรอก มันเหมือนเราอยากปะทะ กับ คฝ. เเค่นั้น พอมันทำเราเเรง เราด่า พอเราทำมันเเรง เราบอกต้องสวนมันบ้าง วันนึงคุณใช้อาวุธที่เเรงกว่านี้ รัฐก็ใช้อาวุธกับจำนวนที่เหนือกว่าปราบคุณเหมือนเดิม ทุกวันนี้รู้สึกเหมือนเป็นพันธมิตร ยังไงก็ไม่รู้ เจอตำรวจเป็นใส่ ๆ

เหมือนเป็นหนังภาคต่อ ที่เว้นการถ่ายทำไป 11 ปี แต่นักแสดงภาคนี้เชื่อว่าจะมีผู้เขียนบท เขียนตอนจบให้มันแตกต่างไปจากเดิม