บิ๊กตู่ของจริง! กราบบังคมทูลฯเองให้รมต.พ้นตำแหน่ง ย้อนคำพูดวันใครแอบอ้างเบื้องสูงผิดร้ายแรง

1091

จากที่ได้มีประกาศ ราชกิจจานุเบกษา โดย พระบรมราชโองการ ประกาศ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี โดยเป็นช่วงเวลาที่ร.อ.ธรรมนัส ชิงแถลงอ้างขอลาออกจากตำแหน่ง แต่เนื้อความในราชกิจจาฯกลับปรากฏข้อเท็จจริงอีกด้านนั้น

ทั้งนี้โดยราชกิจจาฯ มีรายละเอียดบางช่วงที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า สมควรให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์แก่ราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีดังต่อไปนี้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

1.ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

2.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน

โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 8 กันยายน พุทธศักราช 2564

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ต่อมา พลเอกประยุทธ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวกับผู้สื่อข่าวบางช่วงเมื่อถามว่าถือว่าเป็นการลาออกหรือว่าปลดออก โดยนายกฯ กล่าวว่า ก็เขาลาออก

ถามต่อว่าแต่ราชกิจจานุเบกษา ให้พ้นตำแหน่งประกาศแล้ว ซึ่งนายกฯ ตอบว่า “เอาแหละ ยังไงเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังไง จะไปยังไง ผมไม่ตอบ”

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าแต่เนื้อหาในราชกิจจานุเบกษาระบุว่า นายกรัฐมนตรี เป็นผู้กราบบังคมทูลให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการ เท่ากับเป็นการปลดออกใช่หรือไม่ ทำให้นายกฯ ชี้แจงว่า “ของผม ทำของผม”

และสุดท้ายเมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล มาลาออกกับนายกฯก่อนแล้วใช่หรือไม่ โดยนายกฯ ตอบว่า “ผมไม่ได้แจ้งใครทั้งสิ้น มันอยู่ที่ผม ผมทำของผม”

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยิ่งมีความชัดเจนยิ่งขึ้น หากย้อนไปเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ที่รัฐสภา พลเอกประยุทธ์ ได้กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี รวมทั้งการยุบสภาว่า ใครที่ออกมาพูดลักษณะนี้ขอให้ระวังตัวไว้ด้วย เพื่อสร้างความตระหนักในการอภิปรายอะไรก็แล้วแต่ เพราะตนติดตามข่าวจากสื่อมาตลอด ถ้ามีคนทำเช่นนั้นจริงตนคิดว่า เป็นคนใช้ไม่ได้

“ตอนนี้มีข่าวอยู่ 2-3 เรื่อง 1 คือการโหวตล้มนายกฯ ถ้ามันจริงตนถือว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษ เพราะเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะทำอย่างนั้น ทำไปเพื่ออะไร ตนเข้ามาตนก็ทำงาน 100% ในทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นการที่จะไปรวมคะแนนเสียงโหวต ซึ่งจริงหรือไม่จริงตนไม่ทราบ แต่ถือว่าไม่ใช่สุภาพบุรุษ ถ้าทำแบบนั้น

ส่วนเรื่องที่ 2 อาจปล่อยข่าวว่า ตนนั้นจะยุบสภา ทุกคนก็ตื่นตระหนกกันไปหมด หรือไม่ให้นายกฯมีอำนาจยุบสภาฯดีกว่า พูดอย่างนี้ก็ได้ใช่หรือเปล่า และ 3 มีการแอบอ้างหรือไม่ ตนยืนยันว่าเป็นการแอบอ้างทั้งสิ้น

ส่วนกรณีการแอบอ้างมีการเปลี่ยนตัว แอบอ้างเบื้องสูง นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ถือเป็นความผิดร้ายแรง ผมคนเดียวเท่านั้น ที่ได้มีโอกาสถวายข้อราชการคนอื่นไม่มี โอเคไหม ชัดเจนไหม”

สำหรับข้อกฎหมายในการปลดรัฐมนตรี ทางทีมข่าวเดอะทรูธ ตรวจสอบไปที่ มาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งระบุไว้ ว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนํา