โพลมะกันฟันธง!!70%ของคนอเมริกันยอมลาออกจากงาน ถ้าบริษัทฯบังคับฉีดวัคซีน

383

ผลโพลชี้ชัด ชาวอเมริกันที่ไม่ได้รับวัคซีนเกือบ 70% มั่นใจว่าจะลาออกจากงานมากกว่ายอมฉีดวัคซีนภาคบังคับ ผลจากการสำรวจครั้งใหม่พบว่าบริษัทมากกว่า 50% วางแผนตั้งข้อกำหนดดังกล่าวภายในสิ้นปีนี้

35% ของผู้ไม่ได้รับวัคซีนจำนวน 1,066 รายที่สำรวจโดย Washington Post และ ABC News เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากล่าวว่า พวกเขาจะขอการยกเว้นเพราะเหตุผลทางศาสนาหรือทางการแพทย์ หากนายจ้างของพวกเขาออกข้อบังคับฉีดวัคซีน ในขณะที่ 42% ตอบว่าพวกเขาจะลาออก

เมื่อถูกถามว่าจะทำอย่างไรถ้าไม่มีการยกเว้น คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเข้าร่วม 42% แต่อีก 67%บอกว่าพวกเขาจะลาออกหากได้รับคำสั่งบังคับให้ฉีดวัคซีน 

ผลสำรวจของวิลลิส ทาวเวอร์ส วัตสันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาระบุว่า บริษัทส่วนใหญ่โดยมากกว่าครึ่งหนึ่ง (52%) กล่าวว่าพวกเขาวางแผนที่จะมี ข้อกำหนดการฉีดวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งเข็ม ภายในไตรมาสสุดท้ายของปี 2564  การสำรวจดังกล่าวกล่าวถึงบริษัท 961 แห่ง ซึ่งมีพนักงานทั้งหมดเกือบ 10 ล้านคน

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าชาวอเมริกันที่ไม่ได้รับวัคซีนจะไม่ค่อยกระตือรือร้นที่จะไล่ตามเข็มฉีดยา แต่โดยทั่วไปแล้ว 52% ของคนอเมริกันเห็นชอบกับธุรกิจที่กำหนดให้พนักงานของตนได้รับการฉีดวัคซีน แต่มีอีก 44% คัดค้านแนวคิดนี้

ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการบังคับฉีดวัคซีน ได้เพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลพยายามที่จะกวาดประเด็นที่ขัดแย้งออกไป

สัปดาห์ที่ผ่านมาสหภาพเสรีภาพพลเรือนอเมริกัน อ้างว่าการบังคับฉีดวัคซีนของหลาย ๆแห่ง ไม่มีทางส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและสิทธิที่จะมีอิสระในร่างกายของตนเองอย่างแน่นอน 

สหรัฐฯ แทบจะไม่ใช่ประเทศเดียวที่จะเตือนพลเมืองของตนว่าการฉีดวัคซีนจะกลายเป็นข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับกิจกรรมประจำวันและสันทนาการในเร็วๆ นี้ รัฐมนตรีกระทรวงวัคซีนของสหราชอาณาจักรประกาศในสัปดาห์นี้ว่า “หนังสือเดินทางวัคซีน”‘ จะต้องมีอยู่ในสถานที่หลายแห่งตั้งแต่สิ้นเดือนนี้

ในฝรั่งเศส มีการประท้วงราว 200 ครั้งในวันเสาร์ที่ 4 ก.ย.2564 ในวันเดียว โดยต่อต้าน ” บัตรสุขภาพ ” ซึ่งเป็นหลักฐานบังคับว่าต้องพกใบฉีดวัคซีนนี้เพื่อเข้าไปในร้านอาหาร โรงละคร โรงภาพยนตร์ และห้างสรรพสินค้า หรือเดินทางด้วยรถไฟยะทางไกล 

อิสราเอล ไอร์แลนด์ และไซปรัสต่างก็นำกลไกการควบคุมที่คล้ายคลึงกันมาใช้เมื่อไม่นานมานี้ 

การถกเถียงเรื่องการบังคับฉีดวัคซีน ว่าเป็นการขัดต่อวัฒนธรรมสิทธิเสรีภาพที่สังคมสหรัฐฯและตะวันตกส่งเสริมมาโดยตลอด การบีบบังคับมากขึ้นในการรับวัคซีนมากเท่าไหร่ การดื้อรั้นต่อเข็มฉีดยาก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น นี่เป็นการต่อต้านระบบค่านิยมที่ไม่สามารถตอบคำถามสำคัญเกี่ยวกับความสมดุลระหว่างสาธารณสุขกับเสรีภาพของพลเมืองได้ และทำให้สังคมสหรัฐฯและยุโรปปั่นป่วนอยู่ในขณะนี้