ญี่ปุ่นแกนนำพันธมิตรQuad!?!หนุนไต้หวันดันเพิ่มงบฯทหาร สานฝันฟื้นกองทัพ?

776

ญี่ปุ่นอาสาเป็นหัวหน้าทีมพันธมิตร Quad ที่นำโดยสหรัฐ ประกอบด้วยออสเตรเลียและอินเดีย รวมเป็นสี่จตุรมิตรต้านจีนในน่านน้ำทะเลจีนใต้ โดยญี่ปุ่นเปิดหน้าชนจีนทั้งการทูต-การทหารอย่างเอาการเอางาน ล่าสุดประกาศหนุนหลังไต้หวัน เร่งความขัดแย้งกับจีนสร้างความตึงเครียดในน่านน้ำทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังสร้างความชอบธรรมในการเสนอเพิ่มงบประมาณทางการทหารอย่างเร่งด่วน ขณะที่ออสเตรเลียไม่น้อยหน้า เดินสายเยือนอินโดนีเซีย อินเดีย และจบโปรแกรมที่สหรัฐฯ จับตาบทบาทกดดันจีนของกลุ่ม Quad ในย่านทะเลจีนใต้ที่มีแนวโน้มว่าจะดุเดือดรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อสหรัฐฯถอนกองกำลังทหารจากอาฟกานิสถาน แต่เตรียมการเคลื่อนไหวในทะเลจีนใต้อย่างผิดปกติ

วันที่ 8 ก.ย.2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นขอสภาฯเพิ่มงบด้านการป้องกันประเทศ โดยขออนุมัติงบประมาณประจำปี 2565 วงเงิน 5.4 ล้านล้านเยน (4.9 หมื่นล้านดอลลาร์)อ้างสกัดอิทธิพลจีนคุกคาม

วงเงินดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากที่กระทรวงฯ ได้รับจัดสรรก่อนหน้านี้สำหรับปีงบประมาณ 2564 ซึ่งอยู่ที่ 5.3 ล้านล้านเยน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ทั้งนี้ งบดังกล่าวยังไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลฐานทัพสหรัฐในญี่ปุ่นอีกราว 2 แสนล้านเยนต่อปี

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมยังระบุว่า งบประมาณในปีหน้ายังไม่ได้รวมค่าเสริมสมรรถนะเครื่องบินขับไล่ F-15 จำนวน 70 ลำ โดยกระทรวงมีแผนที่จะติดตั้งขีปนาวุธแบบยิงจากอากาศของล็อคฮีด มาร์ติน และจะดำเนินการเจรจากับสหรัฐเพื่อขอลดราคาลงจากราคารวมทั้งสิ้น 3.98 แสนล้านเยน

ด้านสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า กระทรวงกลาโหมยังได้เพิ่มงบวิจัยและพัฒนามากขึ้นอีก 1.141 แสนล้านเยน มาอยู่ที่ 3.257 แสนล้านเยน ซึ่งเป็นงบในด้านดังกล่าวที่สูงเป็นประวัติการณ์ เพื่อจัดหาเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า อาทิ เครื่องบินไร้คนขับซึ่งใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสนับสนุนเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ โดยยังคงเดินหน้าพัฒนาความสามารถในด้านใหม่ๆ เช่น ด้านอวกาศและด้านไซเบอร์

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมระบุว่า จะติดตั้งขีปนาวุธบนเกาะอิชิกากิเพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการป้องกันประเทศบริเวณหมู่เกาะทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงหมู่เกาะเซ็งกากุหรือหมู่เกาะเตียวหยู ซึ่งเป็นดินแดนพิพาทระหว่างญี่ปุ่นและจีนในทะเลจีนตะวันออกด้วย

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดประชุมทางออนไลน์เป็นครั้งแรกกับพรรคการเมืองรัฐบาลไต้หวัน ทำให้จีนควันออกหู ประณามการยั่วยุที่น่ารังเกียจ

สำนักข่าว Agence France-Presseรายงานว่า นายโล ชิห์-เจิ้ง สมาชิกสภาและสมาชิกพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือ พรรคดีพีพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของไต้หวัน ระบุว่า พรรคของเขาและพรรครัฐบาลของญี่ปุ่นได้จัดการหารือด้านความมั่นคงเป็นครั้งแรกในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จีนประณามการเตรียมจัดการหารือดังกล่าว ทั้งนี้ จีนอ้างสิทธิ์ว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศตนและไม่เห็นด้วยต่อการที่ประเทศอื่น ๆ ติดต่อกับไต้หวันอย่างเป็นทางการ

นายมาซาฮิซะ ซาโตะ สมาชิกสภาด้านการต่างประเทศจากพรรคแอลดีพี บอกกับสำนักข่าวเดอะ ไฟแนนเชียล ไทมส์ ว่า การหารือครั้งนี้จะแทนที่การหารือระดับรัฐมนตรี เนื่องจากญี่ปุ่นยอมรับอำนาจของรัฐบาลจีนในกรุงปักกิ่งเหนือรัฐบาลในกรุงไทเป

นายซาโตะกล่าวว่า การหารือนี้มีความสำคัญเนื่องจากประเด็นเรื่องไต้หวันจะมีผลกระทบต่อญี่ปุ่นอย่างมาก และอาจมีการวางแผนการหารือระดับสูงกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลไต้หวันต่อไปในอนาคต

การพยายามแยกตัวออกจากจีนของไต้หวันได้รับการหนุนหลังจากสหรัฐและญี่ปุ่นอย่างออกนอกหน้า ประกอบกับหลายประเทศที่เฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด การพบกันครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นสูกะฯ กับประธานาธิบดีไบเดนแห่งสหรัฐฯ พูดถึงไต้หวันอย่างเปิดเผย หลังจากที่ไม่เคยเอ่ยถึงอย่างเป็นทางการมานานกว่า 52 ปี นับตั้งแต่ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) กับ นายกรัฐมนตรี ซาโตะ เอซากุ (Sato Eisaku) แถลงถึงไต้หวันเมื่อปี 1969

ไฮโน คลิงค์ (Heino Klinck) อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอน ด้านความสัมพันธ์ทางทหารญี่ปุ่นไต้หวัน กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลังมานี้ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศยอมรับในที่สาธารณะว่าการปกป้องไต้หวัน เท่ากับการป้องกันประเทศญี่ปุ่นเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องจับตา

ไม่กี่วันหลังรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวว่าญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ต้องลุกขึ้นต่อต้านอำนาจจีน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ได้เริ่มวางแผนซ้อมรบอย่างจริงจัง ส่วนทางด้านของ สี จิ้นผิง เขาได้กล่าวสุนทรพจน์เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี พรรคคอมมิวนิสต์ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2021 ว่ายังคงมุ่งมั่นอย่างไม่สั่นคลอนที่จะรวมชาติไต้หวันให้สำเร็จลุล่วง และจะตอบโต้ใครก็ตามที่แทรกแซงความเป็นหนึ่งเดียวของจีนอย่างไม่ลดละ

ปรากฎการณ์นี้สะท้อนว่า พันธมิตรQuad จะใช้ประเด็นความขัดแย้ง จีน-ไต้หวันเป็นจุดวาบไฟความขัดแย้งในภูมิภาคน่านน้ำทะเลจีนใต้อย่างแน่นอน และสานฝันการสร้างกองทัพแห่งชาติของญี่ปุ่นให้กลับมาเกรียงไกรในเอเชียอีกครั้งภายใต้การหนุนหลังของสหรัฐ-ตะวันตก

ในขณะที่ญี่ปุ่นตระเตรียมด้านทางทหาร ออสเตรเลียก็เร่งเดินสายสวนทางก.ต่างประเทศจีนเฉียดไหล่กันติดๆ มุ่งหวังดึงอินโดนีเซียตอบสนองวาระวอชิงตันเหมือนเวียดนามให้จงได้

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.64 สำนักข่าวซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮราลด์(Sydney Morning Herald) รายงานว่า นางมาริส เพย์น รมว.กต. และนายปีเตอร์ ดัทตัน รมว.กห.ออสเตรเลีย จะเดินทางเพื่อประชุมร่วมระดับ รมว.กต. และ รมว.กห. กับอินโดนีเซียและอินเดีย ใน 9 และ 11 ก.ย.64 ตามลำดับและไปเยือนสหรัฐอเมริกา วันที่ 13-17 ก.ย.2564 

ครั้งนี้จะมีหารือความคืบหน้าในการทำข้อตกลงการค้าเสรีกับอินเดีย การขยายความร่วมมือในการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์กับอินโดนีเซีย การร่วมมือต่อต้านภัยคุกคามในภูมิภาค การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกลุ่ม QUAD (สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย) กับประเทศต่าง ๆ และจะหารือกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการบีบบังคับทางเศรษฐกิจของจีน ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีขึ้นหลังจากจีนกำหนดให้เรือต่างชาติต้องแจ้งให้จีนทราบก่อนเดินทางเข้าน่านน้ำที่เป็นของจีน รวมถึงอณาเขตเส้นประในทะเลจีนใต้