พลิกคำพูดนายกฯจาก “เป็น3ป.ไม่มีใครทำร้ายผมได้” ถึงวันน้องตู่-พี่ป๊อก ไม่รับไหว้ “ธรรมนัส”

827

พลิกคำพูดนายกฯจาก “เป็น3ป.ไม่มีใครทำร้ายผมได้” ถึงวันน้องตู่-พี่ป๊อก ไม่รับไหว้ “ธรรมนัส”

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (7 กันยายน 2564) ได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน โดยมีรายงานว่า ก่อนการประชุม ระหว่างที่รัฐมนตรีแต่ละคนทยอยเข้าประจำที่นั่งภายในห้องประชุม ตึกสันติไมตรี หลังนอก ปรากฏว่าพล.อ.ประยุทธ์ ตั้งใจเดินผ่านที่นั่งของรัฐมนตรี ซึ่งมีนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กำลังพูดคุยกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โดยเมื่อทั้งสองเห็นพล.อ.ประยุทธ์เดินมา จึงยกมือไหว้ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ รับไหว้นายสาธิต แต่เดินผ่าน ร.อ.ธรรมนัส ไปไม่มีแม้แต่หันมามอง ทำให้ร.อ.ธรรมนัส มีสีหน้าเจื่อนๆ

ต่อมาพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้เดินผ่านบริเวณนั้นเช่นกัน โดยพล.อ.อนุพงษ์ ทักทายพูดคุยกับนายสาธิต ก่อนจะหันมาทาง ร.อ.ธรรมนัส ที่ยกมือไหว้ ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ มีสีหน้านิ่งเฉย ก่อนใช้มือขวาแตะสัมผัสปลายมือของ ร.อ.ธรรมนัสเท่านั้น

ส่วนร.อ.ธรรมนัส พยายายามใช้มือทั้งสองจับมือของพล.อ.อนุพงษ์ แต่พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้พูดคุยใดๆกับร.อ.ธรรมนัส อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีกระแสข่าวร.อ.ธรรมนัส เป็นแกนนำเคลื่อนไหวโหวตคว่ำ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนที่นายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และร.อ.ธรรมนัส นัดเคลียร์ใจกันที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

โดยหากย้อนไปเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการประชุมการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในครั้งนี้มีความแตกต่างที่ผ่านมาอย่างไรว่า ไม่แตกต่าง ข้อมูลก็เป็นข้อมูลเดิมๆ นำตัวเลขเดิมๆ มา และนำตัวเลขย้อนหลังมา ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไปเยอะแล้ว

เมื่อถามว่าแสดงว่าแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ กรณีที่จะล้มหรือไม่ล้ม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มันขึ้นอยู่กับว่าใครทำ เขาทำจริงหรือเปล่า และเขาจะทำต่อหรือไม่ และเขาเชื่อมโยงอยู่กับใคร เมื่อถามว่าแนวทางโหวตเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนจะรู้หรือไม่ เขาก็โหวตของเขาเอง เมื่อถามว่าที่ระบุว่าแล้วแต่หัวหน้าพรรคพปชร.ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า คุยกันตลอด ตนคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. ทุกวัน เข้าใจหรือไม่

“ในเรื่องเหล่านี้อยากจะกราบเรียนทุกคนและสื่อ ก็เป็นคนตั้งเองใช่หรือไม่ 3 ป.ไม่มีใครมาทำลายผมได้หรอก ทุกคนอาจจะไม่รู้ ทุกคนอาจจะไม่รักเพื่อนรักคนอื่น เหมือนผมรักกัน 3 คน ผมร่วมเป็น ร่วมตายกันมา ชายแดนผมก็อยู่ ท่ามกลางสนามรบ ผมก็เคยอยู่ด้วยกัน และท่านเป็นผู้บังคับบัญชาของผมมาตั้งแต่ก้าวแรกที่ผมมารับราชการ อยู่บ้านเดียวกัน กินนอนด้วยกัน สั่งสอนกัน ฝึกอบรมด้วยกันและโตขึ้นมาก็ยังคบ ยังเคารพกันอยู่ ทุกอย่างผมเป็นวันนี้ได้ เพราะพี่ทั้งสองคนได้สั่งสอนผมมา และผมจำได้ว่าพี่ทั้งสองคนจะสอนมาให้ผมทุจริตโกงไม่มี ในส่วนของความสัมพันธ์ ผมบอกไปแล้วทั้ง 3 คนไม่ว่าจะตีผมอย่างไร ผมไม่มีแตกกันอยู่แล้ว รักกันเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน จำคำพูดของผมไว้แล้วกัน”

เมื่อถามว่า แสดงว่าวันนี้มีคนเสี้ยมให้ 3 ป.แตกกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ เฮ้ย มันเสี้ยมมาตั้งนานแล้ว ทุกฝ่ายเสี้ยมหมด เมื่อถามว่าเช้าวันนี้ได้ดื่มกาแฟร่วมกับพี่ทั้ง 2 คนแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ผมไม่ได้ทานหรอก เพราะต่างคนต่างกิน บ้านอยู่คนละที่กันไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันนี่ ทำไมอยากให้ไปอยู่ด้วยกันหรอ เมื่อถามว่าได้พูดคุยกันใน 3 คนพี่น้องหรือไม่ว่า ทำไมมีคนมาเสี้ยม นายกฯ ถอนหายใจพร้อมกล่าวว่า ตนว่ายังมีอีกฝ่าย

เมื่อถามถึงกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช. เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพลังประชารัฐ ยังมีความกังวลใจอะไรกันอีกหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า”ผมไม่เคยมีประเด็นอะไรกับเขา เพราะผมเป็นคนให้เขาเข้ามาทำงานเอง แล้วผมจะไปมีอะไรกับเขาล่ะ ผู้ใหญ่จะไปมีปัญหากับเด็กได้อย่างไร ผมไม่ได้พูดเฉพาะถึงแค่รายนี้”

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากท่าทีการให้สัมภาษณ์ของนายกฯ และร.อ.ธรรมนัส เหมือนว่าจะมีการแก้แค้นทางการเมืองกันหลังจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เขาจะแก้แค้นเรื่องอะไรล่ะ ส่วนที่มีการให้สัมภาษณ์ด้วยโวหารและความดุเดือดก็เป็นเรื่องของเขา ส่วนผมก็เป็นเรื่องของผม แต่อย่าให้ผมต้องทะเลาะกัน ให้เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง”

เมื่อถามว่า แต่ถ้าเด็กมีปัญหา ผู้ใหญ่จะแก้ปัญหาอย่างไร นายกฯกล่าวว่า เดี๋ยวตนแก้เอง ถ้ามันจริงนะ ถามต่อการที่พูดว่า ต่อไปเด็กควรต้องฟังผู้ใหญ่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “หรือผู้ใหญ่จะต้องเชื่อฟังเด็กเหรอ ต้องรับฟังซึ่งกันและกัน แต่ผู้ใหญ่ก็คือผู้ใหญ่ เข้าใจหรือไม่ ผมเป็นใคร ผมเป็นนายกฯ แล้วนายกฯต้องไปฟังใครที่มันไม่ใช่ ถ้าเรื่องจริงผมฟัง แต่ถ้าเรื่องผลประโยชน์หรือเรื่องต่างๆผมไม่ฟัง และผมยังไม่เห็นมีใครมาพูดกับผมในเรื่องนี้ แต่ก็มีปล่อยข่าวตรงนั้นตรงนี้มา และตัวเลขที่ออกมานั้นเป็นตัวเลขที่ผมเคยได้ยินแล้วว่าจะมาตีและมาจากอีกฝ่ายด้วย”

เมื่อถามว่า จะตามหาไอ้ห้อยไอ้โหนที่กล่าวอ้างหรือไม่ นายกฯกล่าวย้อนถามว่า ใครล่ะ ตนไม่เห็นมีใครมาโหนตนเลย และตนไม่ชอบคนโหนอยู่แล้ว “ไอ้คนที่ชอบโหน ตั้งแต่เด็กมาแล้วบอกว่าไอ้ที่เข้ามาแล้วบอกว่า”ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับนาย”ไปไกลๆ ไม่โตหรอก

โดยในวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร ได้เดินทางออกจากรัฐสภา ไปยังมูลนิธิป่ารอยต่อฯ โดยเป็นเวลาที่ไล่เลี่ยกับที่พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางออกจากสภาฯไปแล้ว โดยเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาถึงมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ได้มีพล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อมด้วยส.ส.ของพรรค พปชร. ประมาณ 60 คน รออยู่ โดยมีการสั่งให้ ส.ส.ทุกคนที่เดินทางมา เก็บโทรศัพท์มือถือทั้งหมด ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้ยกมือไหว้ขอโทษ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมระบุว่า “ถ้าทำอะไรให้ท่านไม่สบายใจผมขอโทษ”

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ยกมือรับไหว้ตามมารยาท โดยร.อ.ธรรมนัส ยังได้ชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ข่าวที่ออกมาเป็นข่าวลือทั้งหมด นักข่าวไปเขียนกันเอง ตนไม่รู้เรื่อง เป็นเฟคนิวส์ พร้อมกับระบายว่า สิ่งที่เชิญท่านมา อยากขอความมั่นใจว่านายกฯ จะดูและจะทำงานร่วมกับพวกเรา ส.ส.และพรรค พปชร.อย่างไร ตนมาขอความมั่นใจ พล.อ.ประยุทธ์ จึงตอบกลับว่า มีอะไรที่เราต้องดูแลบ้าง ร.อ.ธรรมนัส เลยพูดว่า มีหลายเรื่อง ส.ส.ไม่สบายใจ ในฐานะเราเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล พรรคอื่นขออะไรก็ได้ แต่พวกเราไม่ได้อะไรเลย พล.อ.ประยุทธ์ จึงตอบ ร.อ.ธรรมนัส ว่า ถ้าโครงการต่างๆ มันถูกกฎหมายก็เขียนมาสิ

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้พูดกับ พล.อ.ประยุทธ์อีกว่า ท่านไม่เคยมาดูแล ไม่ได้เจอ ส.ส.ในพรรคเลย ส.ส.หลายคนก็ไม่เคยได้รู้จักกับท่านเลย พล.อ.ประยุทธ์ เลยตอบกลับไปว่า “ถ้าเป็นปัญหาแบบนี้ เราก็จะไปปรับตัวดู”

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “อะไรที่ผิดพลาดไป ผมก็ต้องขออภัย แต่สิ่งที่ผมพูดไป พูดไปในฐานะเลขาธิการพรรคที่ต้องดูแลพรรค ดูแล ส.ส.”

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวย้ำกับพล.อ.ประยุทธ์ด้วยว่า ในการลงมติวันที่ 4 ก.ย. ท่านไม่ต้องห่วงหรอกครับ แต่รัฐมนตรีบางคนอาจจะไม่เท่าท่าน โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. และประธานวิปรัฐบาล ได้กล่าวเสริมว่า ของท่านอันดับหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จึงบอกว่า ให้มันเท่าๆ กันดีกว่า อย่างไรก็ตาม มีช่วงหนึ่งที่ พล.อ.อนุพงษ์ พูดกับ ส.ส.ว่า อะไรที่ทำได้ก็จะทำ อะไรที่ผ่านมาก็อย่าไปคิด

ทั้งนี้ ในการพบ ส.ส.ครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ และพล.อ.ประยุทธ์ ได้โชว์ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของ 3 ป. โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้ไปกอด พล.อ.ประวิตร พร้อมสลับพูดรับส่งกันอย่างอารมณ์ดีว่า “ถ้า 3 คน อยู่ก็ต้องอยู่ด้วยกัน ถ้าไปก็ต้องไปด้วยกัน ยังมีเรื่องราวของทั้ง 3 คนที่คนอื่นไม่รู้อีกเยอะ”

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังย้ำด้วยว่า “ถ้าอยู่ เราต้องอยู่กัน 3 คน” ก่อนหันไปกระเซ้า พล.อ.ประวิตรว่า “ท่านอยากเป็นนายกฯหรือ” พล.อ.ประวิตร จึงกล่าวตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “จะบ้าหรือ กูไม่เป็นหรอก มึงเป็นนั่นแหละ”

ซึ่งยังมีรายงานอีกว่า ก่อนหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่นาน พล.อ.ประวิตร เคยพูดกับร.อ.ธรรมนัส ที่เข้ารายงานสถานการณ์ต่างๆ ในพรรค ประโยคหนึ่งให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องว่า “มึงจะให้กูทรยศน้องกูหรอ”

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวจาก พปชร. กล่าวว่า แม้จะเคลียร์ปัญหาภายในกันได้ก่อนลงวันมติ  แต่ประเมินว่า น่าจะมีเอฟเฟกต์เกิดขึ้นกับร.อ.ธรรมนัส เพราะเป็นการเคลื่อนไหวที่แรงมากและมีเดิมพันสูง และยังคงมีความไม่พอใจนายกฯ ของ ส.ส.บางคนอยู่