สัญญาณร้าวลามหนัก สะพัด “พปชร.” จ่อย้ายที่ทำการพรรค ออกจากตึกของ “สันติ พร้อมพัฒน์”

647

จากกรณีที่ช่วงเช้าวันนี้ (7 ก.ย.) บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ ถือเป็นการประชุม ครม.เต็มคณะครั้งแรก ในรอบ 5 เดือน หลังเกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19

โดยการประชุม ครม.ครั้งนี้ เป็นที่ถูกจับตามองหลังเกิดเหตุบาดหมาง ในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพราะที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ไม่มีรัฐมนตรีคนใดมารอพบ พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนที่เคยเป็นมา แต่ที่ตึกบัญชาการรัฐมนตรี พบว่า “กลุ่ม 3 ช.” นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค พปชร., นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน และเหรัญญิกพรรค, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ได้ขึ้นตึกบัญชาการ 1 เพื่อพบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค พปชร.

ขณะที่ทางด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และผอ.พรรค พปชร. ซึ่งปกติวันประชุม ครม.จะเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ที่ห้องทำงาน แต่หลังมีกระแสข่าวรอยร้าวภายในพรรค นายสันติกลับแยกตัวออกจากกลุ่มไปรอประชุม ที่ตึกสันติไมตรี และปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า และนายสันติ เพียงแต่ยิ้ม ๆ เล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนทางด้านพล.อ.ประวิตร ได้เข้าไปพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนประชุม ครม.ตามปกติ ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส นางนฤมล และนายอธิรัฐ เดินเข้าห้องประชุม ครม.ทันที โดย ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล เดินพูดคุยกันเข้าห้องประชุมอย่างอารมณ์ดี

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

และล่าสุดจากกระแสข่าวความขัดแย้งของกลุ่ม 4 ช. หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พบว่าในการประชุม ส.ส.พรรคพปชร. ทั้ง 2 วัน คือเมื่อวันที่ 7 ก.ย. เวลา 15.00 น. และวันที่ 9 ก.ย. เวลา 13.00 น. ใช้สถานที่ห้องประชุมชั้น 6 อาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า จากเดิมการประชุม ส.ส.พรรคทุกวันอังคารที่ผ่านมานั้น จะใช้ที่ทำการพรรค ซึ่งตั้งอยู่อาคารรัชดาวัน ถนนรัชดาภิเษก เป็นสถานที่ประชุม

อีกทั้งได้เกิดกระแสข่าวว่า แกนนำพรรคบางคนได้ให้ทีมงานจัดหาที่ทำการพรรคใหม่ ขณะที่อาคารที่ทำการพรรคปัจจุบันเป็นของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยพรรค อย่างไรก็ตามหากครั้งนี้มีการย้ายพรรคจริง ถือเป็นการย้าย ครั้งที่ 3 โดยที่ทำการพรรคแห่งแรกคือ อาคารปานศรี ถนนรัชดาฯ และหากการย้ายที่ทำการเป็นเรื่องจริง ก็น่าจับตามองความเคลื่อนไหวในพรรค ที่ขณะนี้ถือว่ามีรอยร้าว ความไม่ลงรอยกันอยู่มาก รวมทั้งอาจจะลามไปถึงการเปลี่ยนแปลงคณะบริหารด้วยก็เป็นไปได้