สื่อมะกันฉีกหน้าเพนตากอน!?!โกหกมา 20 ปี สร้างภาพ ‘ก้าวหน้า’ในอาฟกาฯ ที่แท้ล้มเหลว

186

จากกรณีสหรัฐฯถอนทหารจากอาฟกานิสถานอย่างล้มเหลว ทำให้เกิดวิกฤตรอบด้านในการอพยพทหาร ชาวอเมริกันและคนอัฟกันที่รับใช้งานของกองทัพสหรัฐมาตลอด 20 ปีทีครองอำนาจอยู่ แม้จะเกิดภาพอื้อฉาวไร้ระเบียบ รัฐบาลภายใต้การนำของปธน.โจ ไบเดน และกองทัพสหรัฐ หรือที่ใครๆรู้จักกันในนามเพนตากอน ยังคงยืดอกอย่างมั่นใจว่า เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ สวนทางความจริงที่จนวันนี้ ความโกลาหลยังไม่จบสิ้น การสูญเสียชีวิตทหารอเมริกัน 13 นายที่สนามบินคาบูล และการเสียชีวิตของประชาชนชาวอัฟกันและชาวตะวันตกกว่ามากกว่า ร้อยราย สะท้อนภาพไร้ประสิทธิภาพที่สร้างความอับอายให้สหรัฐ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและกองทัพสหรัฐอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศสหรัฐและต่างประเทศ

สำนักข่าวฟอกซ์นิวส์ ได้เกาะติดและรายงานอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับปัญหาเบื้องหลังการอพยพที่ลุกลน ไร้แผนการที่มีประสิทธิภาพ ล่าสุดเปิดโปงการโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเพนตากอนเกี่ยวกับการดำเนินการด้านการทหารและการเมืองในอาฟกานิสถาน ภายใต้รัฐบาลที่สหรัฐฯสนับสนุน

20 ปีแห่งการโกหกซ้ำซากมีอะไรบ้างฟอกซ์แฉหมดเปลือก

ในปี 2017 เดือนกรกฎาคม สมาชิกเสนาธิการร่วมแห่งเพนตากอนทุกคนได้พบกับอดีตปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งใหม่เป็นครั้งแรก ทรัมป์ฟาดหน้านายทหารตรงๆว่า  “ที่นี่พวกคุณล้วนเป็นผู้แพ้ มันไม่ได้ไปด้วยดี” ตามรายงานของนิตยสาร Foreign Policy ทรัมป์ย้ำว่า “พวกคุณไม่รู้วิธีที่จะชนะอีกต่อไปแล้ว”

นั่นเป็นการประเมินผลงานของเพนตากอนที่รุนแรง แม้ว่าเนื้อหาจะเป็นความจริง แต่เสนาธิการร่วมต่างเป็นนายทหารที่มีตำแหน่งสูงสุดของประเทศ หน้าที่ของพวกเขาคือปฏิบัติตามคำสั่งของข้าราชการที่มาจากการเลือกตั้งและปกป้องประเทศไม่ว่าพวกเขาจะรู้สึกเจ็บปวดเพียงใด 

พล.ต.พอล อีเทน แห่งกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า คำดูหมิ่นของประธานาธิบดีในวันนั้น และความคิดเห็นที่คล้ายคลึงกันที่เขาแสดงต่อสาธารณะ สร้างความอับอายให้กับผู้นำทางทหารของประเทศ “ฉันรู้สึกตกใจมากกับจำนวนอดีตเพื่อนร่วมงานของฉันที่โหวตให้อดีตปธน.ทรัมป์และสนับสนุนเขาอย่างเปิดเผย” ตั้งแต่นั้นมากองทัพก็หันหลังให้เขา” เรื่องราวเหล่านั้นล้วนหลุดรอดมาจากเพนตากอน  จากนั้นกองทัพก็ปฏิเสธที่จะถอนทหารออกจากซีเรียและอัฟกานิสถาน แม้ว่าพวกเขาจะได้รับคำสั่งให้ทำเช่นนั้นจากปธน.ที่มาจากการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา

และการที่ไม่มีพลเรือนควบคุมกองทัพได้ เมื่อ Joe Biden ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีในวันเปิดตัวพลเอกมาร์ค มิลเลอร์ (Mark Milley) ประธานคณะเสนาธิการร่วมรู้สึกตื่นเต้นมากจนควบคุมตัวเองไม่ได้ “วันนี้ไม่มีใครยิ้มกว้างไปกว่าฉันแล้ว” มิลลี่บอกกับมิเชล โอบามา

สื่อมวลชนที่สนับสนุนไบเดนตั้งแต่แรกเริ่ม รวมถึงอดีตผู้อำนวยการ CIA ในปัจจุบัน รวมทั้งผู้คนมากมายที่ออกทีวีด้วยเช่นกัน พวกเขาบอกเราว่า “ผู้ใหญ่กลับมารับผิดชอบแล้ว” พวกเขากล่าวว่า ใครบางคนจากไปแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นแน่นอนในตอนนี้ พวกเขาคาดหวังในตัวปธน.โจ ไบเดนแห่งพรรคเดโมแครตมากว่า จะมาฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อทหารอีกครั้ง แต่คำพูดยกย่องและคาดหวังเหล่านั้นมันดูไร้เหตุผลอย่างยิ่ง  เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่เราเพิ่งเห็นในอัฟกานิสถาน ทุกวันนี้เพื่อนของ Joe Bidenในเพนตากอนและ “โต๊ะข่าวต่างประเทศ”ของสำนักข่าว NBC News ไม่คิดว่าเขาเป็นผู้ใหญ่อีกแล้ว เขาได้ละทิ้งพลเมืองอเมริกันและสังหารชาวอเมริกันสิบสามคน และพวกเขาก็รู้สึกละอายใจเล็กน้อย

แต่คำถามที่ใหญ่กว่าคือ ทำไมสื่อของเราและทหารก็พูดแบบนี้ตั้งแต่แรกว่า “ผู้ใหญ่กลับมาแล้วเหรอ” หมายความว่ายังไงกันแน่? หากคุณปฏิบัติตามสิ่งที่นายพลของเราบอกกับเราตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับอัฟกานิสถาน คุณจะเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าหมายถึงอะไร “ผู้ใหญ่” น่าจะหมายถึงคนที่เต็มใจที่แสร้งทำเป็นว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นไปด้วยดีเลยแม้แต่น้อย ใช่หรือไม่??

พิธิกรฟอกซ์ ย้ำว่า หากพิจารณาด้านภารกิจของเราในอัฟกานิสถานว่าจะเลวร้ายเพียงใด เพราะเราไม่เคยมีความชัดเจนว่าภารกิจนั้นคืออะไร  ไม่ว่าอัฟกานิสถานจะเลวร้ายเพียงใด เพนตากอนและโฆษกของกระทรวงฯก็ยังบอกเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าพวกเขากำลังก้าวหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ และคำว่า “ก้าวหน้า” ก็คือคำที่พวกเขาใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับว่าพวกเขาประสานมันเข้าด้วยกันเป็นภารกิจหลัก 

ตั้งแต่ในปี 2005 พล.อ.จอห์น อบิไซด หัวหน้ากองบัญชาการกลางสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาที่เราปฏิบัติการอยู่ที่อัฟกานิสถาน ได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่น่าสนใจ” 

ในปี 2007เว็บไซต์ “Task and Purpose” รายงานว่านายพลอาวุโส Dan McNeil ก็พูดแบบเดียวกัน “

ในปีพ.ศ. 2008 ผู้บัญชาการกองบินที่ 101 ซึ่งเป็น “ผู้ใหญ่” อีกคนเห็นด้วยว่าความคืบหน้ายังคงดำเนินต่อไป ใข้คำว่า”เรากำลังก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง” 

จากนั้นในปี 2010 แม้ว่ากองกำลังพันธมิตรจะได้รับบาดเจ็บเพิ่มขึ้น ความคืบหน้าก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่ลดละ 

อีกหนึ่งปีต่อมาในปี 2011 เพเทรอุสโกหกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โดยบอกกับฝ่ายนิติบัญญัติว่า “8เดือนที่ผ่านมาได้เห็นความก้าวหน้าที่สำคัญแต่ยากลำบาก” 

ในปี 2014 ไม่กี่ปีต่อมา นายพลโจเซฟ ดันฟอร์ด ประธานเสนาธิการร่วมก็ยังคงยืนยันว่าความคืบหน้าดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เขากล่าวว่า “ณ จุดนี้ เรามีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ”  

สามปีหลังจากนั้นในปี 2017 จอห์น ดับเบิลยู. นิโคลสัน ผู้บัญชาการคนใหม่ในอัฟกานิสถานก็พูดแบบเดียวกัน “เราเห็นความคืบหน้าบางอย่าง” 

และเมื่อไม่นานนี้เอง โฆษกของGen. Mark Milley กล่าวว่าเขาทำงานหนัก โดยต้อง “เร่งความก้าวหน้า” ในอัฟกานิสถาน

ดังนั้น หากคุณสงสัยว่าทำไมคนอเมริกันถึงสับสน เมื่อคาบูลล่มสลายในตอนบ่ายและกลุ่มตอลิบานควบคุมประเทศที่เราครอบครองมา 20 ปี ได้อย่างรวดเร็วอาจเป็นเพราะรัฐบาลและเพนตากอนคิดว่าเรากำลังก้าวหน้าซึ่งมันไม่จริงเลย

 

เมื่อพิจารณาตามลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด พิจารณาข่าวที่รอยเตอร์รายงานในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับการสนทนาล่าสุดของโจ ไบเดนกับคนที่เราแต่งตั้งให้เป็น “ประธานาธิบดี” ของอัฟกานิสถาน ศาสตราจารย์วิทยาลัยชื่ออัชราฟ กานี Joe Biden บอก Ghani ว่าแม้ในขณะที่กลุ่มตาลิบันกำลังเข้ายึดครองประเทศในฤดูร้อนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาภาพลักษณ์ของคุณไว้ให้ดี  คุณเดาได้ว่ามันต้องแสดงออกเป็นความก้าวหน้า โจ ไบเดนกว่าวว่า“ฉันไม่จำเป็นต้องบอกคุณถึงการรับรู้ของทั่วโลก และในส่วนของอัฟกานิสถาน ฉันเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ จะไม่เป็นไปด้วยดีในแง่ของการต่อสู้กับกลุ่มตาลิบัน แต่มีความจำเป็น ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ จำเป็นต้องฉายภาพที่แตกต่างออกไป”

FILE PHOTO: U.S. President Joe Biden meets with Afghan President Ashraf Ghani at the White House, in Washington, U.S., June 25, 2021. REUTERS/Jonathan Ernst/File Photo

กรณีนี้มีข้อสังเกตุ 2 ประเด็น อันดับแรก ข่าวรั่วไหลไปยังสำนักข่าวรอยเตอร์ ได้อย่างไร ทำไมพวกเขาถึงทำอย่างนั้น? ประเด็นที่สองไบเดนดึงทหารอเมริกันออกจากอัฟกานิสถาน แท้จริงพวกเขาไม่อยากทำ เขารู้ว่ามันไม่ถูกต้อง แต่เขาทำ

การโกหกคนอเมริกัน เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับกองทหารของเราด้วยเงินของเราในนามของเราในต่างประเทศนั้น เป็นปรัชญาของการจัดตั้งกองทัพของประเทศนี้มาตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา และยังเป็นปรัชญาของข้าราชการระดับสูงทุกคนอีกด้วย นี่มั่นเป็นการบริหารแบบโกหก 

ในการบริหารของไบเดน ฉายภาพลวงของความคืบหน้า แม้ว่าจะเห็นได้ชัดว่าเรากำลังล้มเหลว แอนโทนี บลิงเคน (Anthony Blinken) รมว.กระทรวงการต่างประเทศก็เพิ่งประกาศข่าวว่ามีพลเมืองอเมริกันมากกว่าร้อยคนที่ติดอยู่ในอัฟกานิสถาน มั่นช่างเป็นความก้าวหน้าเสียจริงๆ

แอนโทนี่ กล่าวว่า “เที่ยวบินของกองทัพสหรัฐฯ ได้สิ้นสุดลงแล้ว และกองทหารของเราได้ออกจากอัฟกานิสถานแล้ว บทใหม่ของการมีส่วนร่วมของอเมริกากับอัฟกานิสถานได้เริ่มขึ้นแล้ว เป็นที่ที่เราจะเป็นผู้นำด้วยการเจรจาต่อรองของเรา ภารกิจทางทหารสิ้นสุดลงแล้ว ภารกิจทางการทูตใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว ” “เราเชื่อว่ายังมีชาวอเมริกันจำนวนไม่มากน่าจะเกือบ 100 คน ซึ่งยังคงอยู่ในอัฟกานิสถานและต้องการลี้ภัย เรากำลังพยายามกำหนดจำนวนที่แน่นอน”

ย้อนกลับไปในเดือนเมษายนของปีนี้ กระทรวงการต่างประเทศของBlinken ประกาศว่ากำลังใช้เงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ในโครงการเพื่อสังคมในอัฟกานิสถาน เพื่อทำลายระบบการปกครองแบบปิตาธิปไตย เพราะนั่นคือเป้าหมายของเราจริงๆ กำหนดคุณค่าทางสังคมสมัยใหม่ของเราในประเทศยุคก่อนประวัติศาสตร์ เราบอกว่าจะจ่ายเงินสำหรับโปรแกรมที่สนับสนุน “การเสริมอำนาจของผู้หญิง” เงินนั้นหายไปไหน?

เราเคยเรียกมันว่าลัทธิจักรวรรดินิยมเชิงวัฒนธรรม จินตนาการว่าวัฒนธรรมอื่นๆ ต้องการจะทำลายโครงสร้างครอบครัวของตังเอง ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับชาวอัฟกันที่จะตัดสินใจว่าพวกเขาต้องการครอบครัวแบบไหน วัฒนธรรมอะไร?เราพยายามยัดเยียดวัฒนธรรมของเรากับพวกเขา แต่พวกเขาไม่ชอบมัน และนั่นอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่กลุ่มตอลิบานเข้ายึดครองได้รวดเร็วแบบสายฟ้าแลบในช่วงสุดสัปดาห์เท่านั้น

ในขณะที่เราอ้างว่าเป็นผู้นำด้านการทูต เราได้มอบยุทโธปกรณ์ทางทหารของอเมริกาหลายพันล้านเหรียญให้กับกลุ่มตาลิบัน ที่โลกทั้งโลกได้เห็น

BRIAN TODD ผู้สื่อข่าวของCNN CORRESPONDENT รายงานถึงจำนวนแถวของปืนไรเฟิลจู่โจมที่ซับซ้อน, กล่องปืนพก, กระสุน, อุปกรณ์การมองเห็น วิดีโอที่กลุ่มตอลิบานโพสต์ทางออนไลน์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาอวดอ้างสิ่งที่พวกเขากล่าวว่าเป็นการยึดปืนไรเฟิลจู่โจมในเมืองเฮรัตของอัฟกานิสถาน และที่สนามบิน Kunduz รถหุ้มเกราะ Humvees นับสิบคัน ยานเกราะป้องกันการซุ่มโจมตีที่ทนทานต่อทุ่นระเบิดที่เรียกว่า MRAP ซึ่งราคาคันละครึ่งล้าน แม้แต่โดรนขนาดเล็ก สิ่งเหล่านี้คือสิ่งของที่อาจกลับมาทำลายล้าง กองทัพสหรัฐ หรือประชาชนอัฟกันที่ต่อต้าน ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มตาลิบันยึดมาได้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จากกองกำลังอัฟกันที่พ่ายแพ้ อาวุธที่ผลิตในอเมริกา จัดหาโดยสหรัฐฯ ให้แก่พันธมิตรอัฟกันที่ล่มสลาย

ดังนั้นตอนนี้ ความจริงก็คึอ สหรัฐกำลังติดอาวุธให้กลุ่มตาลิบันและทำให้พลเมืองของเราและผู้จงรักภักดีสุ่มเสี่ยงเสียชีวิตในอัฟกานิสถาน เพนตากอนและคณะบริหารของไบเดนจะได้เห็นสิ่งนั้นกำลังจะเกิดขึ้น??