ฝรั่งเศส-อังกฤษ-เยอรมนีดันUN!?! กำหนดSave Zoneในกรุงคาบูลไม่สำเร็จ

772

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ TF1 เมื่อวันที่ 29 ส.ค.64 ว่า ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และเยอรมนี จะผลักดันให้องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดพื้นที่ปลอดภัยในกรุงคาบูล อัฟกานิสถาน สำหรับชาวอัฟกันที่ต้องการลี้ภัยออกจากอัฟกานิสถาน 

ทั้งนี้ฝรั่งเศสและกาตาร์ได้ร่วมหารือกับกลุ่มตาลีบันถึงแนวทางเปิดเที่ยวบินอพยพจากอัฟกานิสถาน เพื่อให้การอพยพยังสามารถดำเนินต่อไปได้ อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่ากลุ่มตาลีบันจะเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าวหรือไม่ และท่าทีของฝรั่งเศสไม่ได้บ่งชี้ว่า ฝรั่งเศสยอมรับรัฐบาลอัฟกานิสถานที่จัดตั้งโดยกลุ่มตอลีบัน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีมาครงย้ำว่า หาก UN ดำเนินการตามข้อเสนอ จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อกลุ่มตอลีบันให้เคารพหลักสิทธิมนุษยชน คาดว่าจะไม่มีประเทศใดใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) ข้อเสนอดังกล่าว ขณะที่ประเทศในยุโรปต่างยุติปฏิบัติการอพยพพลเรือนและชาวอัฟกันออกจากอัฟกานิสถาน ก่อนเส้นตายใน 31 ส.ค.2564

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ได้จัดการประชุมว่าด้วยสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน ร่วมกับคณะผู้แทนถาวรประจำสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ต่อมาคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้ลงมติที่กำหนดให้กลุ่มตอลิบานปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่จะให้ผู้คนออกจากอัฟกานิสถานโดยเสรี แต่มาตรการนี้ไม่รวมถึง “เขตปลอดภัย” ที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศสกล่าวถึง

มติดังกล่าวซึ่งร่างโดยสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ได้รับการอนุมัติเมื่อวันจันทร์ ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 13 เสียงและไม่มีการคัดค้าน ส่วนจีนและรัสเซียงดออกเสียง

ลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวหลังการประชุมไม่นานเกี่ยวกับการลงมติว่า คณะมนตรีความมั่นคงคาดหวังให้กลุ่มตอลิบานปฏิบัติตามคำมั่นที่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางอย่างปลอดภัยสำหรับชาวอัฟกันและชาวต่างชาติ ที่ต้องการออกจากอัฟกานิสถานในวันหลังจุดเส้นตาย”

มติดังกล่าวอ้างถึงคำแถลงของกลุ่มตอลิบานเมื่อวันที่ 27 ส.ค.2564 ซึ่งระบุว่า   ชาวอัฟกันจะสามารถเดินทางไปต่างประเทศ และออกจากอัฟกานิสถานได้ทุกเมื่อตามที่ต้องการ รวมถึงการข้ามพรมแดนทั้งทางอากาศและทางบก

ข้อความในมติดังกล่าวยังเรียกร้องให้อัฟกานิสถาน “ห้ามข่มขู่หรือโจมตีประเทศใด ๆ หรือเพื่อปกป้องหรือฝึกอบรมผู้ก่อการร้าย หรือเพื่อวางแผนหรือให้เงินสนับสนุนการก่อการร้าย”

ริชาร์ด โกแวน(Richard Gowan) ผู้เชี่ยวชาญของ UN จาก International Crisis Group กล่าวว่า “นี่เป็นข้อความที่ไม่แข็งกร้าว มติอย่างน้อยส่งสัญญาณทางการเมืองไปยังกลุ่มตาลิบันเกี่ยวกับ ความจำเป็นในการเปิดสนามบินและช่วยให้สหประชาชาติส่งมอบความช่วยเหลือแก่ชาวอัฟกันได้”

ทั้งนี้ ฝรั่งเศสและอังกฤษ รวมถึงชาติตะวันตกหลายประเทศ ประกาศยุติภารกิจอพยพออกจากอัฟกานิสถาน หลังเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตัวตายที่ท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงคาบูล ขณะที่ สหรัฐฯ ยังคงดำเนินภารกิจอพยพไปจนถึงกำหนดเส้นตายวันที่ 31 สิงหาคมและล่าสุดได้ยุติอพยพอย่างเป็นทางการแล้ว