เปิดสาเหตุล้มประมูลสร้างรถไฟฟ้าสีม่วงใต้?!? แต่รฟม.ยังดึงดันใช้เกณฑ์ใหม่ฉาว

894

รฟม.ยกเลิกประมูลสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ หลังรายงานตรงต่อผู้บริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคมถึงความคลาดเคลื่อนการจัดส่งเอกสารประกวดราคา ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลงคุณธรรม เปิดชี้แจงแก้เกี้ยวต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้นแต่ไม่บอกวิธีการ และยังยืนยันจะใช้เกณฑ์เทคนิค+ราคา= 30:70 ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่ยังไม่อาจชี้แจงให้เคลียร์ได้ว่า เกณฑ์ใหม่นี้ดีกว่าเกณฑ์ประมูลเดิมที่ใช้มาตลอดอย่างไร และไม่สนใจการทักท้วงของนักวิชาการด้านการจราจรขนส่งว่า อาจเกิดข้อครหาเปิดช่องล็อกสเป็คให้รายใหญ่ในวงการรับเหมาก่อสร้างหรือไม่??

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) เป็นโครงการรถไฟฟ้าที่เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างนนทบุรี กับกรุงเทพมหานครฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี รวมถึงสมุทรปราการ เข้าด้วยกัน มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 23.6 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน 13.6 กิโลเมตร 10 สถานี และโครงสร้างทางวิ่งยกระดับ 10 กิโลเมตร 7 สถานี โดยมีแผนจะเริ่มดำเนินงานก่อสร้างในปี 2565 และเปิดให้บริการในปี 2570

โดยก่อนล้มประมูลออกแบบก่อสร้างเป็น 6 สัญญา วงเงินรวม 78,720 ล้านบาท ประกอบด้วย งานใต้ดิน 4 สัญญา งานทางยกระดับ 1 สัญญา และงานระบบราง 1 สัญญา  

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

 

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 64 นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ชี้แจงถึงกรณีที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ประกาศยกเลิกการประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ว่า แม้ปัจจุบันจะมีภาคเอกชนทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจซื้อเอกสารประกวดราคาไปแล้วจำนวน 9 ราย เนื่องจาก ฟม. ได้ดำเนินการประกาศเชิญชวนประกวดราคาฯ และขายเอกสารประกวดราคาฯ ไปตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. 64 จนถึงวันที่ 7 ต.ค 64 แล้วก็ตาม

แต่จากการตรวจสอบข้อตกลงคุณธรรมความร่วมมือป้องกันและต่อต้านการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างโครงการดังกล่าว ปี 2561 จนมาถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำการสื่อสารระหว่างผู้สังเกตการณ์กับ รฟม. เกิดความคลาดเคลื่อนในการจัดส่งเอกสารประกวดราคาซึ่งไม่เป็นไปตามแนวทางวิธีการข้อตกลงคุณธรรม ของโครงการที่ลงนามร่วมกันไว้

ทั้งนี้ รฟม. ได้รายงานปัญหาดังกล่าวไปยังผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ซึ่งมองว่า เป็นสาระสำคัญในการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง แสดงถึงความโปร่งใสของการดำเนินโครงการ แม้จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ต้องดำเนินการให้ครบถ้วนสามารถตรวจสอบได้ จึงนำมาสู่การยกเลิกการประกวดราคาในครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขการประเมินเกณฑ์เทคนิคประกอบบราคาในสัดส่วน 30:70

ดังนั้นเพื่อเปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น รฟม. จะมีการจัดทำข้อตกลงคุณธรรมใหม่ และจะเริ่มดำเนินการจัดทำราคากลาง รวมถึงแผนจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทั้งหมดตามระเบียบ ซึ่งยอมรับว่าราคากลางอาจมีการเปลี่ยนแปลงปรับตัวสูงขึ้นตามดัชนีราคาผู้บริโภค โดยจะเร่งจัดทำราคากลางให้แล้วเสร็จช่วงต้นเดือนกันยายนนี้

พร้อมยืนยันว่า การประกาศยกเลิก ไม่เกี่ยวกับการที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจ

สำหรับหลักเกณฑ์ในการประกวดราคายังคงเป็นแบบเดิม คือด้านเทคนิคประกอบเกณฑ์ราคาในสัดส่วน 30 : 70 เพราะเป็นอำนาจของหน่วยงานที่ดำเนินการได้ และยังเป็นการประกวดราคาแบบนานาชาติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เช่นเดิม พร้อมยืนยันว่า เป้าหมายในการเปิดเดินรถจะเหมือนเดิมที่ปี 2570 

ส่วนบริษัทเอกชนทั้ง 9 ราย แบ่งเป็นสัญชาติไทย 6 ราย และต่างชาติ 3 ราย ที่ซื้อเอกสารโครงการดังกล่าวไว้แล้วไม่ถือเป็นโมฆะ รฟม. จะจัดส่งเอกสารจัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ให้ทันทีเมื่อแล้วเสร็จ

 

ย้อนดูก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้างเกี่ยวกับการประมูลอื้อฉาวมาตั้งแต่ต้น

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจราจรขนส่งมหาภาค ที่ติดตามโครงการเม็กกะโปรเจ็กต์ด้านการคมนาคมขนส่งของภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง ได้ทักท้วงเรื่อง “เกณฑ์ประมูลใหม่ไม่เหมาะสมมาโดยตลอด” แต่ทางรฟม.และกระทรวงคมนาคมไม่สนใจ ตอบให้ตรงคำถาม

-ล่าสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยยื่น ป.ป.ช.สอบ ผู้ว่าการ รฟม. เปิดประมูลรถไฟฟ้า “สายสีม่วงใต้-สายสีส้มตะวันตก” ขัด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ส่อทุจริต

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีม่วงใต้ มีลักษณะกีดกันผู้ประมูลจากต่างชาติ แม้จะกำหนดว่าเป็นการเปิดประมูลนานาชาติ โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าผู้เข้าประมูลจะต้องมีผลงานก่อสร้างอุโมงค์หรือรถไฟฟ้าบนดินหรือลอยฟ้ากับรัฐบาลไทย ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทเท่านั้น ผลงานในต่างประเทศห้ามนำมาใช้ ซึ่งเงื่อนไขเช่นนี้ ท้ายที่สุดก็คงเหลือผู้รับเหมาไทยขนาดใหญ่เพียง 4-5 รายเท่านั้นที่สามารถผ่านด่านนี้ไปได้ และคงได้งานครบกันทุกราย เนื่องจาก รฟม.แบ่งงานประมูลงานโยธาออกเป็น 6 สัญญาไว้ให้แล้ว แบบนี้จะเรียกว่าล็อกสเป็คหรือไม่

 

เงื่อนไขในทีโออาร์ที่ผ่านมาในโครงการของรัฐขนาดใหญ่และมีมูลค่าสูง จะมีการกำหนดการพิจารณาคัดเลือกโดยการเปิดซองด้านเทคนิคก่อน แล้วจึงมาเปิดซองด้านราคา เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย แต่โครงการนี้กลับใช้วิธีการเปิดซองเทคนิคและซองราคาไปพร้อมๆ กัน ทำให้สามารถใช้ดุลยพินิจลำเอียงให้ผู้ประมูลรายหนึ่งรายใดเป็นการเฉพาะได้ จึงอาจมีลักษณะอย่างไม่เป็นธรรม

การดำเนินการดังกล่าวของ รฟม. จึงอาจขัดต่อ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 ม.8(2) ที่บัญญัติว่า ต้องเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกัน และระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 ข้อ 45 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่าต้องไม่มีการกำหนดเงื่อนไขที่เป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

มาดูอีกว่า “ข้อตกลงคุณธรรม” ที่ทำหน้าที่เหมือนยันต์กันผีทุจริต และเป็นเหตุผลสำคัญที่รฟม.ชี้แจงว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องยกเลิกการประมูลคืออะไร?

ข้อตกลงคุณธรรมริเริ่มโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน และรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมภิบาลและการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐที่สร้างความไม่เป็นธรรมและเหลื่อมล้ำในสังคม รวมทั้ง ไม่จูงใจให้นักลงทุนเข้ามาประกอบการในประเทศ ประกอบกับองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ได้จัดทำดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perception Index: CPI) เพื่อจัดอันดับภาพลักษณ์ปัญหาคอร์รัปชันในประเทศต่างๆ โดยสำรวจจากระดับความรู้สึกหรือการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างต่อปัญหาคอร์รัปชันในประเทศนั้นๆ ซึ่งในปี พ.ศ. 2558 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 76 จาก 168 ประเทศทั่วโลก

ดังนั้น เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบให้นำข้อตกลงคุณธรรมมาใช้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในโครงการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ 

ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) เป็นข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษร กำหนดให้มีการลงนามร่วมกัน 3 ฝ่าย ระหว่าง

  1. หน่วยงานภาครัฐเจ้าของโครงการจัดซื้อจัดจ้าง
  2. ผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมการเสนอราคา
  3. ผู้สังเกตการณ์ (Observer)

โดยผู้สังเกตการณ์คัดเลือกมาจากสมาคมวิชาชีพ เช่น สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ และมีความรู้ความสามารถในโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้นๆ เพื่อเข้าร่วมสังเกตการณ์ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

รายละเอียดสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ https://www.cgd.go.th