ดราม่าไม่ปลื้มชุดตรวจโควิดATK ที่อภ.เลือก?!?คนจัดหาได้ยี่ห้อไม่ถูกใจคนจ่ายตัง เบื้องหลังมีเครือข่ายเงาเฝ้าขุมทรัพย์งบฯสาธารณสุขไทย??

1081

โควิดระบาดหนักทำให้เกิดดราม่าสงครามหมอ ขัดแย้งเรื่อง ชุดตรวจโควิดATK เมื่ออภ.จัดหายี่ห้อไม่ถูกใจคนจ่ายตังอย่างสปสช.เรื่องเลยยาวชาวบ้านอดได้ใช้ของฟรีที่จำเป็นในการค้นหา พิสูจน์โอกาสติดเชื้อแบบช่วยตนเองไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจากองค์การเภสัชกรรมคัดเลือกบริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จำกัด ที่เสนอผลิตภัณฑ์ SARS-CoV-2 Antigen Rapid Test ของ Beijing Lepu Medical Technology Co., Ltd. จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ในราคา 70 บาทต่อชุดรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว มูลค่ารวมต่ำกว่าวงเงินที่สปสช.ตั้งไว้.ประหยัดงบประมาณให้รัฐได้ถึง 400 ล้านบาท ต่อมาอภ.ยืนยัน ซื้อชุดตรวจโควิด ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด เพราะดำเนินการตามเงื่อนไขที่ สปสช.กำหนด เพื่อให้สามารถจัดซื้อจัดหาให้ทันใช้งานภายใน ส.ค.นี้ ล่าสุดท่านนายกฯก็ได้ตัดสินใจให้ดำเนินการไปตามนั้น

 

วันที่ 15 ส.ค. 2564 อภ.ออกมาเคลียร์ข้อสงสัยการดำเนินงานตั้งแต่ต้นชัดเจนโดยนางศิรินุช ชีวันพิศาลนุกูล รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยว่า การจัดซื้อชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด เป็นไปตามโครงการพิเศษของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ สปสช. อย่างเร่งด่วนนั้น องค์การฯ ได้ดำเนินการจัดซื้อตามเนื้อหาหลักของ TOR ที่ สปสช.เป็นผู้กำหนดมา ซึ่ง TOR ล่าสุดไม่ได้มีการระบุว่าต้องเป็นมาตรฐาน WHO

ทั้งนี้ เป็นไปตามหนังสือของโรงพยาบาลราชวิถีส่งมาให้องค์การฯ ลงวันที่ 2 ส.ค. 2564 พร้อมได้แนบหนังสือของ สปสช. ลงวันที่ 1 ส.ค. 2564 ซึ่งแนบ TOR ที่ลงนามโดยประธานคณะทำงานกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมาด้วย

หลังจากนั้น องค์การฯ ได้มีการประสานงานกับ สปสช.และโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อปรับในรายละเอียดบางส่วนของ TOR บางประการเช่นการกำหนดเวลาส่งมอบที่กระชั้นชิด จากเดิมวันส่งมอบซึ่งระบุเป็นวันที่ 10 ส.ค. ได้ปรับเป็นส่งมอบภายใน 14 วันหลังจากวันลงนามในสัญญา รวมถึงประเด็นที่ได้รับการทักท้วงจากผู้ขาย และได้ดำเนินการตามความเห็นของ สปสช. อาทิ จากเดิมให้ใช้ตัวอย่างตรวจเป็น “Nasal /Nasopharyngeal swab” ได้ปรับเป็น “Nasal swab” หรือตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง ชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV2 (เชื้อก่อโควิด-19) พ.ศ.2564 ข้อ 10 ปรับค่าจากเดิม “ความจำเพาะ (Specificity) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 97” ได้ปรับเป็น “ไม่น้อยกว่า 98%”

เพื่อให้ได้ ATK ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ของ อย. ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เปิดกว้างในการแข่งขันมากขึ้น และเป็นไปตามความต้องการตาม TOR ของ สปสช.และโรงพยาบาลราชวิถี พร้อมทั้งดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีคัดเลือก เนื่องจากมีผู้ขายมากกว่า 1 ราย ซึ่งสามารถดำเนินการเร่งด่วนได้เช่นกัน พร้อมกันนั้นได้เร่งส่ง TOR ให้บริษัททั้ง 24 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทตามประกาศของ อย.ในขณะนั้น กำหนดยื่นเสนอเอกสารและเปิดซองราคาในวันที่ 10 ส.ค. ใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด

โดยในวันเสนอราคามีบริษัทเข้าร่วมเสนอราคา 19 บริษัท ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ 16 บริษัท และได้ผลิตภัณฑ์ ATK ยี่ห้อ “SARS-CoV-2 Antigen Rapid Test Kit” ของ บริษัทออสแลนด์ แคปปิตอล จำกัด โดยผู้แทนจำหน่ายคือบริษัทเวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) เป็นผู้ที่เสนอราคาต่ำสุด ราคาประมาณชุดละ 70 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเสนอราคาต่ำกว่าวงเงินงบประมาณที่ สปสช.ตั้งไว้ ทำให้ประหยัดงบประมาณภาครัฐได้กว่า 400 ล้านบาท

สำหรับการจัดซื้อ ATK ครั้งนี้ ถ้าหาก สปสช.และโรงพยาบาลราชวิถี พิจารณาเห็นว่ามีผู้ขายเพียงรายเดียวที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามที่ต้องการ ทั้ง 2 หน่วยงานสามารถระบุ ยี่ห้อและ/หรือบริษัท พร้อมเหตุผลความจำเป็นที่ชัดเจนในการต้องระบุยี่ห้อมาให้แก่องค์การฯ เพื่อจัดซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ 

แต่การจัดซื้อครั้งนี้ทั้ง 2 หน่วยงานไม่ได้มีการระบุมาให้ องค์การฯ จึงดำเนินการจัดซื้อตามข้อบังคับองค์การเภสัชกรรมว่าด้วยการพัสดุเพื่อการผลิตและจำหน่าย พ.ศ.2561 โดยวิธีคัดเลือกเนื่องจากมีผู้ขายหลายราย ซึ่งสามารถดำเนินการภายในระยะเวลาเร่งด่วนได้เช่นกัน

นั้นคือคำแจกแจงของทางอภ. เกี่ยวกับที่มาที่ไปจนถึงการดำเนินการและได้ข้อสรุปผ่านขั้นตอนปกติ ทุกอย่างไม่น่ามีปัญหา แต่ทำไมมีปัญหา? มีข้อสังเกตุว่า เกิดการร้องเรียนเพราะคนจัดหา(อภ.)ได้สินค้าไม่ถูกใจคนจ่ายตัง (สปสช.)

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 ส.ค.2564 ชมรมแพทย์ชนบทออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 คัดค้าน นำโดยนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจระบุว่า องค์การเภสัชกรรมต้องจัดหา ATK ที่มีคุณภาพมาตรฐานองค์การอนามัยโลก ขอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบและสั่งการให้อภ.ยุติการลงนามในสัญญาการจัดซื้อ ชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุด ให้กับ สปสช.พร้อมกำหนดมาตรฐาน ชุดตรวจATK ที่จะขายในประเทศไทยให้มีคุณภาพสูงระดับที่องค์การอนามัยโลก (WHO)รับรอง และระบุด้วยว่า ยี่ห้อ LEPU ที่ชนะการประมูลนั้นถูกเรียกเก็บสินค้าออกจากตลาดสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 28 พ.ค.2564 ตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

วันที่ 13 ส.ค.2564 นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)เปิดแถลงชี้แจงประเด็นมาตรฐานการพิจารณาอนุญาตชุดตรวจATK ว่า ชุดตรวจที่ผลิตโดย SARS-CoV-2 Antigen Rapid Test ของ Beijing Lepu Medical Technology Co., Ltd. จากสาธารณรัฐประชาชนจีน อย.อนุญาตทั้งใช้ด้วยตนเองและโดยบุคลากรทางการแพทย์ อยู่ในลำดับที่ 4 และ 21 ตามลำดับ

อีกทั้ง ได้รับรองมาตรฐาน CE ของยุโรป วางตลาดได้ในหลายประเทศทั้ง เยอรมนี โรมาเนีย ออสเตรีย ผลการตรวจทางคลินิกโดยคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ได้ผลความไวเท่ากับ 90% มีความจำเพาะ 100% และความไม่จำเพาะเท่ากับ 0% เมื่อเทียบกับ RT-PCR 

วันที่ 14 ส.ค.2564 นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการ อภ. อธิบายว่ามีระเบียบพัสดุของอภ. ข้อ13(4) ถ้าผู้ซื้อมีความต้องการ สามารถซื้อเฉพาะเจาะจงให้ได้ แต่ที่ผ่านมาสเปคของสปสช.ที่บอกว่าระบุชื่อบริษัท ระบุสเปคมาไม่เป็นความจริง มีการระบุสเปคทางอ้อมมาเพื่อให้มีการล็อคสเปค ซึ่งอภ.ไม่ยอมและมีการโต้แย้งไปเพื่อให้เกิดความโปร่งใส

นพ.วิฑูรญ์ยืนยันว่า “อภ.ได้ยึดถือความถูกต้องมาก่อนเสมอ เมื่อไม่มีการะบุให้ชัดเจนก็ต้องให้มีการแข่งขันโดยสมบูรณ์ ซึ่งก็ได้เห็นแล้วว่ามันเกิดการแข่งขันโดยกลไกของตลาดที่ได้ราคาที่ถูกต้อง อภ.มีหลักฐานชัดเจนพร้อมที่จะชี้แจง”

วันเดียวกันนั้นเอง ด้านชมรมแพทย์ชนบท ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 โดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ แสดงข้อกังวลว่า

1.ATK ของ LEPU จะผ่านเกณฑ์ อย.รวมทั้งผ่านการประเมินเทคโนโลยีจากรามาธิบดี (ด้วยจำนวนทดสอบ 150 ตัวอย่าง) แต่งานวิจัยในวารสารระดับโลกหลายชิ้นมีข้อสรุปถึงความไม่มีประสิทธิภาพของ LEPU เน้นว่าสหรัฐไม่รับรอง ต่อมาก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า แบบนี้เข้าข่ายด้อยค่าผลิตภัณฑ์จีนใช่หรือไม่? มีวัคซีนเทพของสหรัฐฯ แล้วยังต้องมีชุดตรวจATK แบบที่สหรัฐชอบด้วยกระนั้นหรือ??

2.บริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จำกัด ชนะการประมูลด้วยสินค้า LEPU ราคา 70 บาทนั้น แท้จริงประเทศไทยได้ของถูกที่ราคาแพง เพราะราคาขายส่งอยู่ที่ 1 USD หรือไม่เกิน 35 บาท  อ้าปากเริ่มเห็นลิ้นไก่ละว่า  ถ้าไม่ชอบแล้วอะไรก็ไม่ดี ทำไมสปสช.ถึงตั้งเกณฑ์ว่าต้องไม่เกิน 120 บาทเล่า พอเขาประมูลทุบราคาต่ำลงได้กว่า 40% แล้วไปคุ้ยอีกว่าต้นทุนถูกกว่าครึ่ง

  1. มาเผยพิรุธมากก็ตรงที่ อวยATK มาตรฐาน WHO ว่า ทาง UNICEF ซื้อแจกจ่ายทั่วโลกที่ราคา 160 บาท คณะกรรมการต่อรองราคาของ สปสช.ต่อรองได้ที่ 120 บาทรวมค่าส่ง ซึ่งถือว่าได้ของคุณภาพดีราคาถูก เราต้องการ ATK คุณภาพสูง ที่แม่นยำที่สามารถนำมาทดแทนหรือลดการทำ RT-PCR ได้ ก็จะลดภาพรวมงบประมาณการสู้ภัยโควิดลดลง เชียร์ให้สปสช.เสร็จสรรพ ชาวบ้านเลยตั้งข้อสังเกตุว่าน่าจะก๊วนเดียวกันหรือเปล่า??

ศึกเสื้อกาวน์ ระหว่าง ‘หมอ’ สองหน่วยงาน มีความคิดเห็นในการดำเนินการจัดหาชุดตรวจ Antigen test kit ‘ATK’ 8.5 ล้านชิ้นต่างกัน เรียกได้ว่าถือกันคนละธง เลือกกันคนละบริษัท ใช้กันคนละมาตรฐาน  ซึ่งครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการขัดแย้ง ระหว่าง 2 กลุ่ม แต่มีปัญหากันมายาวนาน ตั้งแต่การบริหารงบประมาณของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) ชนวนความเห็นต่าง และทุกครั้งของการเคลื่อนไหวของหมอชนบทจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เพราะประวัติดีเครดิตดีแต่วันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

หลังจากเกิดกรณีต่อต้านค้าน การจัดซื้อชุดATK นี้เอง จึงเริ่มมีกระแสปูดเรื่องเครือข่ายผลประโยชน์เบื้องหลังฉากหน้าองค์การอิสระและองค์การเอกชนด้านสาธารณสุขในเครือข่ายตระกูล ส ตลอดจนการไขว้ตำแหน่งและการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ยิ่งล้วงลึกยิ่งทำให้คนไทยตาสว่าง

อาจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้เฉลยถึงเรื่องนี้ไว้น่าสนใจ ว่า องค์การอิสระในกระทรวงสาธารณสุข มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มแพทย์ชนบท ซึ่งในอดีตถือว่าเป็นกลุ่มก้าวหน้า และมีหัวเรือใหญ่คือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ประเวศ วะสี โดยจะมีการตั้ง war room สัมนาประชุมกันต่อเนื่องในประเด็นต่างๆยาวนานมากว่า 30 ปีทุกวันอาทิตย์ ณ สวนสามพราน อาจจะกล่าวได้ว่าเป็น war room ที่มีรากฐานหนาแน่น มั่นคงและดำเนินการต่อเนื่องยาวนานมากกว่ากว่า war room ใดๆ ในประเทศไทย แม้กระทั่งหน่วยงานทหาร เนื่องจากกลุ่มบ้านสามพรานมีสมาชิกหลักใน war room ต่อเนื่องมายาวนาน และมีส่วนผลักดันให้เกิดองค์การอิสระกลุ่มตระกูล ส. มากมายในกระทรวงสาธารณสุข 

สมาชิกในบ้านสามพรานส่วนใหญ่ เคยรับราชการในกระทรวงสาธารณสุขมาก่อน และมักเป็นประธานชมรมหรือสมาชิกชมรมแพทย์ชนบทมาก่อนด้วย 

องค์การกลุ่มตระกูล ส. เหล่านี้ ตั้งโดยพระราชบัญญัติแยกออกมาต่างหากจากส่วนราชการ มีอำนาจในการออกประกาศเกี่ยวกับวิธีการงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง ระเบียบการเงิน ของตนเองแยกเป็นอิสระ ไม่ใช้วิธีการเดียวกับระบบราชการ แต่ยังใช้เงินงบประมาณแผ่นดินซึ่งมาจากภาษีของประชาชนทั้งสิ้น ตัวอย่างองค์การกลุ่มตระกูล ส. ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช) และ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส) เป็นต้น

องค์การเอกชนที่มีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องทางใดทางหนึ่งกับองค์การอิสระในกลุ่มตระกูล ส นั้นก็คือ ชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งสมาชิกแทบทุกคนในบ้านสามพราน ต่างเคยเป็นสมาชิกหรือเคยดำรงตำแหน่งประธานชมรมแพทย์ชนบทมาแล้วทั้งสิ้น สามารถกล่าวได้ว่าเป็นเวทีพื้นฐานก่อนก้าวไปสู่ตำแหน่งแห่งที่ที่สำคัญในเครือข่ายสาธารณสุขของไทยนั่นเอง

การไขว้ตำแหน่ง ของหมอจากเครือข่ายตระกูลส.อาจจะนำไปสู่การขัดกันแห่งผลประโยชน์กับหมอนอกกลุ่ม  และการขัดกันแห่งผลประโยชน์อาจจะนำไปสู่การทุจริตประพฤติมิชอบได้ง่าย

ปรากฏการณ์หมอทะเลาะกัน เพราะชุดตรวจ ATK เป็นภาพสะท้อนให้เห็นเค้าลางของความไม่ชอบมาพากล ในเครือข่ายสาธารณสุขของไทยที่ควรได้เวลารื้อ ล้างบางปมเงื่อนทุจริตภายในอย่างจริงจัง งานนี้แค่คตร. และ สตง.คงไม่พอ??