ไบเดนเฉ่งเอโดกัน?!?ตุรกีสมาชิกนาโต้แต่ซื้อขีปนาวุธป้องกันอากาศยานของรัสเซีย ขัดแย้งระบบรวม ขู่คว่ำบาตรเพิ่ม

320

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า โรโซบอรอนเน็กส์พอร์ต(Rosoboronexport) ผู้ส่งออกอาวุธที่ดำเนินการโดยรัฐบาลรัสเซียแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 23 ส.ค.2564 ว่า  เร็ว ๆ นี้จะลงนามในสัญญาฉบับใหม่กับตุรกีในการจัดหาระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ S-400 ชุดที่สองเพิ่มเติม

อเล็กซานเดอร์ มิคิฟ(Alexander Mikheev) ผู้อำนวยการทั่วไปของ Rosoboronexport กล่าวที่ International Military-Technical Forum “Army-2021” โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดของสัญญาว่า “การปรึกษาหารือยังคงดำเนินต่อไป ฉันเชื่อว่าพวกเขากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว” 

รัสเซียและตุรกีได้ลงนามข้อตกลงครั้งแรกกับระบบ S-400 ในปี 2560 และตุรกีได้รับการจัดส่งครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2562

ตุรกีเป็นรัฐสมาชิกแห่งแรกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่ซื้อระบบ S-400 ซึ่งนำไปสู่ความไม่พอใจของสหรัฐอเมริกา ซึ่งผูกขาดการขายอาวุธและยุทโธปกรณ์ให้กับกลุ่มประเทศสมาชิกนาโต้ ด้วยข้ออ้างความเป็นเอกภาพของระบบโดยรวม

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

วอชิงตันอ้างว่าอาวุธของรัสเซียจะเข้ากันไม่ได้กับระบบของ NATO และอาจเก็บข้อมูลลับทางการทหารให้กับมอสโก

ระบบ S-400 ออกแบบและผลิตโดยผู้ผลิตอาวุธ Almaz-Antey ของรัสเซีย สามารถทำลายเป้าหมายได้ในระยะทางสูงสุด 400 กม. และสูงประมาณ 30 กม.

ที่ฟอรัม Army-2021 มิคฮีฟยังกล่าวด้วยว่ารัสเซียได้ลงนามในสัญญาส่งออกอาวุธมูลค่ารวม 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 และบริษัทกำลังส่งมอบอาวุธให้กับ 61 ประเทศ ซึ่งนี่จะเป็นประเด็นหนึ่งที่อาจทำให้ นายทุนค้าอาวุธที่มีอิทธิพลในรัฐบาลสหรัฐทุกชุดกริ้ว

ทั้งปธน.โจ ไบเดนและรมว.ต่างประเทศแอนโทนี บลิงเคนกล่าวว่า ตุรกีและ พันธมิตรทั้งหมดของรัฐบาลวอชิงตัน ไม่ควรซื้ออาวุธของรัสเซีย เพราะมีความเสี่ยงถูกคว่ำบาตร หลังรัฐบาลอังการาเตรียมซื้อระบบเอส-400 ชุดที่สองนี้

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับตุรกีไม่ราบรื่น เมื่อปธน.โจ ไบเดน ประกาศเมื่อไม่นานมานี้ ว่าเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งมีการสังหารชาวอาร์เมเนีย 1.5 ล้านคนโดยกองทัพจักรวรรดิออตโตมัน ระหว่างปี 2458 ถึง 2466 “เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”  โดยผู้นำสหรัฐเน้นว่าในเรื่องนี้ “เป็นการยอมรับความจริงทางประวัติศาสตร์” และ “ไม่ใช่การกล่าวโทษใคร” แต่เป็นการ “สร้างความเชื่อมั่น” ให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วยว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก แต่ไม่เคยยอมรับว่า สหรัฐฯเองมีพฤติกรรม “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ด้วยการกอสงครามล้างผลาญลิเบีย อิรัก ซีเรียฯ 

นอกจากนี้สหรัฐฯยังขู่ตุรกีว่าจะต้อง “เผชิญกับความเสี่ยง” ที่จะถูกคว่ำบาตรเพิ่มเติมจากสหรัฐ หากรัฐบาลอังการายังคงเดินหน้าความร่วมมือด้านอาวุธกับรัสเซีย แต่ปธน.ตอยเย็ป เอโดกัน(Recep Tayyip Erdogan)แห่งตุรกีหาหวั่นไหวตามคำขู่แต่อย่างใด ยังคงเดินหน้าจัดซื้อระบบป้องกันอากาสยานจากรัสเซียซึ่งอาจมีการส่งมอบภายในไม่เกิน 2 ปีเหมือนชุดแรก