หมอชนบทเปิดศึกรัฐฯได้NGOเด้งรับช่วยไล่งับชุดตรวจATKของอภ.!?!โจมตีของจีนไม่ดีต้องสหรัฐรับรองเท่านั้น เพื่อประชาชนจริงหรือผิดแผน??

788

ประเด็นร้อนแรงที่ประชาชนกำลังให้ความสนใจ ว่าเมื่อไหร่จะได้ชุดตรวจโควิดราคาเข้าถึงได้จากรัฐบาลซักที  ทั้งๆที่ขั้นตอนประมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว กลับปรากฏขบวนการคัดค้าน ต่อต้านไม่ให้ประชาชนได้ใช้โดยเร็ว อ้างเป็นชุดตรวจของจีนคุณภาพไม่ได้มาตรฐานสหรัฐฯและองค์การอนามัยโลก

เกิดคำถามถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มอ้างหมอชนบทและนักธุรกิจหมอในครั้งนี้ อ้างเหตุไม่พอใจทำเพื่อประชาชนแน่หรือ การที่องค์การเภสัชออกสเปกไม่โดนใจ ทำให้มีบ.อื่นที่อยู่นอกเครือข่ายมีโอกาสได้เสนอราคา ที่ถูกกว่า ช่วยประหยัดงบฯให้รัฐบาลมากกว่า เหลือ 70 บาทต่อชุด เซฟเงินประเทศไป 400 ล้าน และทำให้ใครที่สต๊อกของรอไว้ผิดหวังหรือไม่?

ทั้งเอ็นจีโอที่สวมเสื้อคลุมปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ ทั้งสื่อหลายฉบับรับลูกโจมตี บริษัทฯที่ได้สิทธินำเข้า ว่ามีรายได้หลักพัน พากันตั้งคำถามกับอย., อภ. หน่วยงานรัฐไทยว่าเลือกของต่ำมาตรฐาน เพราะอเมริกาไม่รับรอง องค์การอนามัยโลกไม่ได้ประกาศรับรอง ทั้งๆที่ในยุโรปก็ใช้กันแพร่หลาย ชุดตรวจนี้ก็ไม่ได้มีเทคโนโลยีชั้นสูงอะไร ทำไมต้องใช้ของแพง ทำไมต้องด้อยค่าสินค้าจีนเข้าทางมหาอำนาจผูกขาดยา-วัคซีนอย่างสหรัฐฯ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

คำกล่าวหาในการคัดค้านของกลุ่มหมออ้างชนบทและเอ็นจีโอ จึงดูมีเงื่อนงำไม่โปร่งใส??

ปัญหาการจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen self-test Test Kits : ATK) จำนวน 8.5 ล้านชุดมูลค่า 1,014 ล้านบาท ภายใต้การดำเนินการขององค์การเภสัชกรรม(อภ.) ไม่เป็นที่ยอมรับทั้ง สปสช.หรือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและชมรมแพทย์ชนบท เพราะเห็นว่า ชุดตรวจ ATK ที่ชนะการประมูลนั้น คุณภาพต่ำ แม้จะผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ของไทย แต่ไม่ได้มาตรฐานของสหรัฐฯและองค์การอนามัยโลก (WHO)

 แม้ล่าสุด อย.จะจับ อภ. ตั้งโต๊ะแถลงยืนยันการจัดหา “ชุดตรวจ ATK” ให้สปสช.ว่า จะไม่มีการล้มประมูล เพราะ เปิดประมูลถูกต้องตามกฎของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมรับรองว่า “ชุดตรวจ ATK” ของออสท์แลนด์ แคปปิตอลผู้ชนะการประมูลผ่านเกณฑ์ อย.และมาตราฐานยุโรปหลายประเทศก็ใช้ และราคาถูก ประชาชนทุกระดับสามารถเข้าถึงได้ง่าย

แต่ความลับดันแตกซะก่อน เมื่อมีความพยายามของผู้บริหารโรงพยาบาลดัง ทางภาคใต้ พยายามแจ้งและโทรศัพท์ล็อบบี้ ผู้บริหารองค์การเภสัชกรรม เพื่อขอให้จัดซื้อ ATK ของบริษัทที่ผ่าน WHO เท่านั้น ห้ามซื้อของจีน ถ้าไม่เชื่อกันระวังจะโวยวายในเรื่องนี้แน่ แม้ว่า เลขาฯองค์การเภสัชกรรมจะยืนยันว่า ขอทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ประมูลจัดการแข่งขันสู้ราคากันอย่างเป็นธรรม

ต่อมา ทางองค์การเภสัชกรรม ได้แจ้งให้ 24 บริษัทนำเข้า ATK ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. ผลปรากฎว่ามี 19 บริษัทเสนอราคา แต่มีแค่ 16 บริษัทเท่านั้นที่ส่งมอบของได้ทันตามความต้องการของไทย สุดท้ายผลการพิจารณาคัดเลือกของอภ.ปรากฎว่า บริษัท ออสแลนด์แคปปิตอล จำกัด ผู้นำเข้าชุดตรวจ ATK จาก บริษัท Beijing Lepu Medical Technology สาธารณรัฐประชาชนจีน ชนะการประกวดราคาเพราะเสนอราคาชุดตรวจ ATK ต่ำสุด เฉลี่ยชุดละ 70 บาท

เพจชมรมแพทย์ชนบท ก็ออกมาให้ข้อมูลว่า ATK ของบริษัท Beijing Lepu Medical Technology ไม่ผ่านอย. สหรัฐอเมริกา และถูกเรียกคืนผลิตภัณฑ์นับล้านชิ้น อ้างว่าผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานจึงต้องเรียกคืนและห้ามจำหน่ายเด็ดขาด ซึ่งก็เป็นประเด็นในประเทศไทย จนประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรม ต้องสั่งให้ตรวจสอบและชะลอการจัดซื้อก่อน

 

และในวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วย นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ร่วมแถลงชี้แจงประเด็นมาตรฐานการพิจารณาอนุญาตชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิท (ATK)

นพ.ไพศาล กล่าวว่า อย. เป็นองค์กรหลักที่ดูแลเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคโดยเฉพาะความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดของ อย. ในการอนุญาตผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานในระดับสากล

ส่วนกรณีชุดตรวจที่ผลิตโดย SARS-CoV-2 Antigen Rapid Test ของ Beijing Lepu Medical Technology Co., Ltd. จากสาธารณรัฐประชาชนจีน อย.อนุญาตทั้งใช้ด้วยตนเองและโดยบุคลากรทางการแพทย์ อยู่ในลำดับที่ 4 และ 21 ตามลำดับ นอกจากได้ อย.ไทยแล้ว ยังได้รับรองมาตรฐาน CE ของยุโรป วางตลาดได้ในหลายประเทศทั้งเยอรมนี โรมาเนีย ออสเตรีย เป็นต้น ซึ่งสามารถวางขายในตลาดได้ ผลการตรวจทางคลินิกโดยคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ได้ผลความไวเท่ากับ 90% มีความจำเพาะ 100% และความไม่จำเพาะเท่ากับ 0% เมื่อเทียบกับ RT-PCR

ด้าน นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า อภ. ได้รับมอบหมายจาก รพ.ราชวิถี ให้จัดหาชุดตรวจ ATK ด้วยตัวเอง 8.5 ล้านชุดตามโครงการพิเศษของ สปสช. อย่างเร่วด่วน มีการประสานงานต่อเนื่อง โปร่งใส และให้มีการแข่งขัน ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เน้นย้ำชัดเจน เนื่องจากมีการขึ้นทะเบียน ATK กับ อย. จำนวนมาก จึงบอกว่าไม่ควรเฉพาะเจาะจงรายใดรายหนึ่ง ควรมีการแข่งขัน

“ดังนั้น อภ. เลยเปิดให้มีการแข่งขันอย่างโปร่งใส ดำเนินการจัดซื้อ จัดจ้าง ตามระเบียบ โดยในการเสนอราคานั้น มี 19 บริษัท จากการส่งจดหมายเชิญ 24 บริษัท มีการตรวจสอบคุณสมบัติ พบมีผู้สามารถเปิดซองได้ 16 บริษัท ถือเป็นการแข่งขันโดยสมบูรณ์ มีการบันทึกวิดิโอตลอดการประมูล และได้ของบริษัทออสท์แลนด์ฯ เสนอราคาต่ำสุด เป็นผลิตภัณฑ์ SARS-CoV-2 Antigen Rapid Test ของ Beijing Lepu Medical Technology Co., Ltd. จากสาธารณรัฐประชาชนจีน

“โดยบริษัทออสท์แลนด์ฯ มีคุณสมบัติตามที่กำหนดทุกอย่าง เสนอราคาต่ำสุดตามวงเงินที่ สปสช.ตั้งไว้ และสามารถประหยัดงบประมาณได้ 400 ล้านบาท ชุดตรวจราคาเหลือ 70 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ทั้งนี้ ATK นี้ผลิตโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ในจีน และผลิตผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์รายใหญ่ ได้รับการรับรองมาตรฐานยุโรป และขึ้นทะเบียนในหลายประเทศ เช่น เยอรมัน เบลเยียม อิตาลี โปแลนด์ ญี่ปุ่น เป็นต้น”

การชี้แจงในทุกประเด็นข้อสงสัย ได้อธิบายกับสังคมชัดเจนไปแล้ว เรื่องน่าจะจบ แต่ปรากฏว่า สภาองค์กรของผู้บริโภค โดย น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ออกมารับลูกว่าชุดที่อภ.จัดหามาคุณภาพต่ำ ตามที่กลุ่มหมอชนบทอ้าง และขอให้รัฐบาลมอบให้ สปสช.เป็นผู้จัดหาชุดตรวจโควิดด้วย ขอกันแบบนี้มันเลยชักแปลกๆ ระหว่างความสัมพันธ์ของกลุ่มหมออ้างชนบท สปสช.และเอ็นจีโอ

พฤติกรรมดังกล่าวทำให้เห็นเจตนาของกลุ่มบุคคลที่เคลื่อนไหว ให้มีการเลือกสเปค ชุดตรวจ ATK เพื่อให้ได้ในชุดที่ตัวเองต้องการ มีการโทรศัพท์ไปข่มขู่ เมื่อไม่เป็นไปตามที่ต้องการจึงออกมาโวยวาย ปูดข้อมูลตามที่ข่มขู่ไว้และเครือข่ายองค์กร NGO ที่ออกมาเด้งรับ สอดประสานยังกับนัดหมายกันไว้ โดยที่ไม่สนใจว่า ประเทศชาติจะสูญเสียงบประมาณอีกหลายร้อยล้านเมื่อต้องซื้อ ATK ตามสเปคที่เตรียมไว้ และก็ยังไม่รู้ว่าจะมีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝงมาด้วยหรือไม่

คงต้องจับตาศึกหมอครั้งนี้ จะได้เห็นความจริงภายใต้หน้ากากผู้ดูแลสาธารณสุขของคนไทย ว่าจะเป็นผู้รับใช้ประชาชน หรือเป็นผู้รับใช้วาระบริษัทยายักษ์ใหญ่ของมหาอำนาจสหรัฐฯกันแน่ รอฟังหมอแฉหมอต่อไป จะได้เห็นว่าใครกันบ้างทรงอิทธิพลในวงการสาธารณสุขไทย อุดมการณ์โปร่งใสแบบไหน หรือมีของแถมที่เมื่อก่อนคนทั่วไปไม่ค่อยจะรู้????